จับตาภาคอุตฯเพิ่มกำลังผลิต61%

ชาติมหาอำนาจเทงบกระตุ้นเศรษฐกิจ กลุ่มสิ่งทอ-เครื่องไฟฟ้า-ยานยนตร์เริงร่า

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมได้เพิ่มกำลังการผลิตจากเดือน ก.ค. ที่ 57% เป็น 61% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในเดือน ส.ค. เพื่อรองรับคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) จากคู่ค้าต่างประเทศที่ใช้งบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่าง สหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน รวมกันไม่ต่ำกว่า 135 ล้านล้านบาท ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมรับคนงานเพิ่ม 50,000-100,000 คน และเพิ่มเวลาทำงานโอทีอย่างมาก เช่น สิ่งทอ รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เป็นต้น ดังนั้นภาคเอกชนมั่นใจว่าไทยได้ผ่านวิกฤติว่างงานไปแล้วตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันพบว่าผู้ประกอบการกลุ่มโลจิสติกส์หลายรายเรียกตัวคนงานมาทำงานเหมือนเดิมแล้ว หลังจากช่วงต้นปีรถบรรทุก 40-50% หรือ 3 แสนคันได้หยุดวิ่ง ล่าสุดกลับมาวิ่งเพิ่มเติมแล้วกว่า 2 แสนคัน หรือทำให้เกิดการจ้างงานอีกกว่า 2 แสนคน เพราะผลจากออร์เดอร์สินค้าที่เพิ่มมากขึ้น

แม้หลายฝ่ายไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะ ฟื้นอย่างถาวรหรือไม่แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือหลายประเทศได้อัดฉีดเม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล แม้แตประเทศไทยเองก็จะเริ่มอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1 ล้านล้านบาท ในโครงการไทยเข้มแข็งที่จะเริ่มในเดือน ก.ย. นี้ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้แก่ประชาชนในการซื้อสินค้าต่อไป

นายธนิต กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมประมง ปอกสับปะรดกระป๋อง ปอกอาหารทะเล ฟอกย้อม ประกาศรับแรงงานกว่า 1 แสนตำแหน่ง แต่ไม่ได้รับความสนใจจากแรงงานไทยเนื่องจากเป็นงานที่มีกลิ่นและค่าจ้างน้อยเพียงวันละ 100-200 บาท ไม่เหมือนกับงานสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และโรงงานทั่วไปที่ติดแอร์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรับแรงงานต่างด้าวแทน

สำหรับสถานการณ์การจ้างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติเดือน มิ.ย. 52 พบว่าประชากรไทยมีงานทำ 38.36 ล้านคน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1 ล้านคน หรือเพิ่ม 2.7% แบ่งเป็นผู้มีงานทำในภาคเกษตร กรรมจำนวน 15.98 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.7 แสนคน และนอกภาคเกษตรกรรม 22.38 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.3 แสนคน ส่วนใหญ่เพิ่มในสาขาการขายส่งและขายปลีกฯ มากที่สุด 4.5 แสนคน รองลงมาสาขาการก่อสร้าง 1.0 แสนคน แต่ภาคการผลิตลดลง 9 หมื่นคน สาขาการขนส่งฯลดลง 8 หมื่นคน สาขาการโรงแรมและภัตตาคาร 2 หมื่นคน เป็นต้น

นายวัลลภ วิตนากร เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของไทยอยู่ในภาวะที่ดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคำสั่งซื้อสินค้าในเดือน ต.ค. 52-เม.ย. 53 เข้ามามาก แต่ภาคอุตสาหกรรมนี้ยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอีก 2 หมื่นคน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและภาคอีสาน โดยเฉพาะในภาคอีสานนั้นจะขาดแรงงานมากที่สุดในเดือน พ.ย.นี้ เพราะเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวข้าว ทำให้แรงงานกลับเข้าสู่ภาคเกษตร

7 เดือนแรกของปีอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มติดลบอยู่ที่ 13% เฉพาะเดือน ก.ค. ติดลบอยู่ที่ 12.45% ถือเป็นตัวเลขติดลบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าในเดือน ก.ย. ตัวเลขส่งออกจะติดลบน้อยลง จนกลับมาเป็นบวกได้ในเดือน ต.ค. นี้แน่นอน

นายวัลลภ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการหารือกับอุตสาหกรรมทุกประเภทเกี่ยวกับคำสั่งซื้อในไตรมาส 4 พบว่าทุกอุตสาหกรรมมีคำสั่งซื้อที่ดีขึ้น แต่ยังมีความกังวลในปัญหาเศรษฐกิจว่าจะฟื้นตัว ได้ในรูปแบบไหน.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!