ผวาต่างชาติงาบโลจิสติกส์ไทย

เร่งผู้ประกอบการรับเปิดค้าเสรี

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีธุรกิจต่างชาติเข้ามาให้บริการโลจิสติกส์แข่งขัน กับผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก ทั้งจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เยอรมนี และจีน โดยเฉพาะธุรกิจบางประเภทที่เป็นผู้ ประกอบการขนาดใหญ่ เช่น ธุรกิจท่าเรือเพื่อการค้าระหว่างประเทศ บริการสถานีบรรจุและแยกสินค้า บริหารการรับจัดส่งตามสัญญา บริการจัดส่งพัสดุด่วน และผู้รับจัดการขนส่ง และหากมีการเปิดเสรีด้านบริการโลจิสติกส์ ภายใต้กรอบการค้าบริการอาเซียน ในแผนประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (เออีซี) ก็จะทำให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์สูงขึ้นอีก ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องมีการปรับตัวรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

การเจรจาเปิดเสรีสาขาโลจิสติกส์ในอาเซียน กำหนดเป้าหมายในการเปิดตลาดของ อาเซียนทุกประเทศไว้ คือปี 51 เปิดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 49% ปี 53 ถือหุ้นได้ 51% และปี 58 ถือหุ้นได้ 70% โดยมีเงื่อนไขการเปิดตลาดต้องไม่ขัดกับกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นการเปิดเสรีมากกว่ากรอบการค้าเสรีอื่นที่ไทยเปิดตลาดให้คนต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49%

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทย โดย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อยกระดับการให้บริการของผู้ให้บริการไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากลและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศ โดยมีนโยบายพัฒนาผู้ประกอบการของไทยเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และให้ความช่วยเหลือเยียวยากรณีที่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ

ขณะนี้สัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย มีมูลค่าสูงถึง 18% ของจีดีพีประเทศไทย โดยสามารถแบ่งเป็นต้นทุนการขนส่ง 8% ของจีดีพี ต้นทุนการถือครองสินค้า 7% ของจีดีพี ต้นทุนการบริหาร 2% ของจีดีพี และต้นทุนการจัดการคลังสินค้า 1% ของจีดีพี เห็นได้ว่าต้นทุนที่สำคัญของระบบโลจิสติกส์ไทยมาจากต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการถือครองสินค้า.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด