โฆษกชทพ.ชี้บ้านเมืองแตกแยกเกินกว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์แก้พงศ์เทพแบะท่าบอกเหลือง-แดงต้านแค่แกนนำ

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความ ผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน พ.ศ.... ว่า พรรคภูมิใจไทยมีความจริงจังกับการเสนอกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ หรือเป็นการเสนอโดยมีนัยยะซ่อนเร้น ต้องการกลบเกลื่อนในสถานการณ์ ซึ่งหากพรรคภูมิใจไทยเอาจริง พรรคชาติไทยพัฒนาก็ยินดีสนับสนุน แม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด หรือไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการสมานฉันท์ แต่ก็ถือเป็นแนวทางที่ดี ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องไปศึกษาว่า มีแนวทางใดที่มีอยู่ และใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาได้

ส่วนกรณีสภาทนายความมองว่า หากออกกฎหมายนี้จะทำให้กฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์นั้น โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การนิรโทษกรรมเคยมีมาแล้ว หลักนิติศาสตร์อย่างเดียวก็ไม่ใช่เครื่องมือที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ ปัญหาของบ้านเมืองตอนนี้ไกลเกินกว่าที่จะใช้หลักนิติศาสตร์มาแก้ไขแล้ว เพราะความแตกแยกของคนไทยรุนแรงเกินกว่าที่เคยมีและยิ่งขยายตัวออกไป จึงมีการเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้อโหสิกรรมให้แก่กัน วันเดรยวันที่มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยเสนอกฎหมายนิโทษกรรมว่า การออกกฎหมายนิโทษกรรมเคยเป็นประเด็นมาก่อนหน้านี้แล้ว พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคเคยเข้าชื่อเสนอ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติเพื่อนิรโทษกรรมให้คนหลายฝ่าย เพราะในสังคมที่มีความขัดแย้งกัน และมีผู้กระทำผิดจำนวนมาก ซึ่งไม่มีทางที่จะบังคับใช้กฎหมายกับคนจำนวนมาเหล่านี้ได้ หากยังให้คนเหล่านี้มีความขัดแย้งกันต่อไป จะเกิดความแตกแยกและวุ่นวายกันไม่มีหยุด ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่ว่า จะเห็นเป็นอย่างไรกับการให้ทุกฝ่ายหยุดทะเลาะกันและหันกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า หากประเทศยังอยู่ในภาวะทะเลาะกันเช่นนี้ คงไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

ส่วนกรณีกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ต่างไม่ยอมรับกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น นายพงศ์เทพ กล่าวว่า คนที่ระบุว่าไม่เอาแนวทางดังกล่าวเป็นแกนนำ แต่ประเทศไทยเป็นของคนไทย 60 ล้านคน แต่ละคนมีดุลพินิจตัดสินใจเองได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำประชามติ จึงไม่จำเป็นต้องไปฟังแกนนำไม่ว่าจะเป็นสีไหนก็ตาม อีกทั้งการที่แกนนำพูดเช่นนี้ เป็นการให้ความเห็นตามข้อมูลที่มีอยู่ แต่หากมีการช่วยกันวิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียและยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก เชื่อว่าแกนนำเหล่านี้อาจจะตอบคำถามได้ดีขึ้น

เมื่อถามว่า รัฐบาลควรเป็นผู้เสนอรูปแบบกฎหมายนิรโทษกรรมเองหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า โดยฐานะของรัฐบาลชุดนี้ หากให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ ก็เป็นห่วงว่าจะได้รับความเชื่อถือจากผลที่ออกมาหรือไม่ เพราะท่าทีของรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคแกนนำ มีท่าทีที่ไม่เห็นด้วยกับพ.ร.บ.ดังกล่าวและหลายคนระแวงว่า พรรคแกนนำรัฐบาลมีผลประโยชน์ได้เสียเรื่องนี้ ดังนั้นหากให้องค์กรอื่นที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าเป็นผู้ดำเนินการ ก็จะได้ประโยชน์มากกว่า

เมื่อถามว่า หากมีการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจริง จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศได้เลยใช่หรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนไทย ก็อยากกลับเมืองไทย ตนเคยไปเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณที่ต่างประเทศทราบว่าอยากกลับเมืองไทย แต่ถ้าสังคมไทยเป็นแบบนี้ พ.ต.ท.ทักษิณก็คงกลับมาไม่ได้ แต่หากสังคมไทยกลับเข้ารูปเข้ารอย มีมาตรฐานเดียว ถึงเวลานั้นพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาได้

ส่วนกรณีนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวในการสัมนาทางออกประเทศไทย เรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณสั่งให้คนของตัวเองหยุดสร้างปัญหาให้บ้านเมืองนั้น นายพงศ์เทพกล่าวว่า นายเนวินไม่จำเป็นต้องคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะสิ่งที่กลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องก็มีเหตุผลถ้าดูด้วยใจเป็นธรรมกันจริงๆ การที่จะทำให้กลุ่มเสื้อแดงหยุดนั้น เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว คือต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นในสังคม ดังนั้นนายเนวินไม่จำเป็นต้องไปคุยกับใครทั้งสิ้น

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด