ศิริโชคหอบหลักฐานโชว์สื่อ ปัดฝากตำรวจ แฉบิ๊กตร.หวังดิสเครดิต พล.ต.อ.นพดลเผยไม่พบซื้อขายเก้าอี้

นายวอลเปเปอร์หอบหลักฐานโชว์สื่อมวลชนปฏิเสธฝากตำรวจ

นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ได้นำลายเซ็นภาษาอังกฤษในหนังสือเดินทางและเอกสารรับเงิน นามบัตรที่พิมพ์ 2 ด้าน มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีตรารัฐสภาอยู่ด้านซ้าย รวมทั้งได้เขียนชื่อเป็นภาษาไทยให้สื่อมวลชนดู ที่รัฐสภา วันที่ 20 สิงหาคม เพื่อพิสูจน์กระแสข่าวฝากนายตำรวจ พร้อมแนบนามบัตร ไม่เป็นความจริง เนื่องจากลายเซ็นเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาไทย ตามที่ได้มีการกล่าวอ้าง

การกระทำดังกล่าวถือเป็นวิชามารของกลุ่มโจรในเครื่องแบบ เพื่อทำลายและดิสเครดิตในช่วงแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผมรู้ตัวคนดำเนินการในเชิงสอบสวน แต่ยังไม่มีหลักฐาน โดยเป็นขบวนการที่มีหัวหน้าใหญ่เป็นนายตำรวจใหญ่ที่มีความใกล้ชิดกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ยืนยันจะเดินหน้าเปิดเผยโฉมหน้านายตำรวจคนดังกล่าว เพราะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย รวมทั้งฉ้อโกงในหลายโครงการ ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาเปิดเผย

นายศิริโชค กล่าวว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันที่มีกระแสข่าวเรียกรับเงินในช่วงแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งมีนายตำรวจจำนวนมากร้องเรียน ดังนั้น จึงต้องรื้อหลายคดีเพื่อดำเนินคดีกับนายตำรวจคนดังกล่าว ขณะเดียวกันได้รายงานนายกรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ พร้อมกับยังยืนยันว่า ไม่กลัวถูกมองว่าเป็นการโต้ไปมาระหว่างฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ

พล.ต.อ.นพดลไม่พบซื้อขายเก้าอี้ แต่มีเรื่องร้องเรียนมาก

พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กล่าวถึงการสอบสวนกรณีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งโผโยกย้ายนายตำรวจประจำปีนี้ ตามที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เรียกสอบผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายคน แต่ยังไม่พบการซื้อขายตำแหน่ง แต่จากการสอบสวนพบว่า การแต่งตั้งโยกย้ายเมื่อปีที่แล้ว มีการร้องเรียนจำนวนมาก ซึ่งต้องมีการวางระบบใหม่ ส่วนข้อมูลของนายศิริโชค นั้นจะนำมาประกอบการสอบสวนเรื่องนี้ด้วย ซึ่งเฉพาะกรณีปีที่แล้วมีตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายเข้าร้องเรียนกว่า 100 นาย โดยตนจะเรียกมาสอบเป็นรายๆ ไป ขณะที่บางคนได้ไปร้องกับศาลปกครองแล้ว

พล.ต.อ.นพดล กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการสอบสวนนั้น ตนจะยึดจากหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายของ ก.ตร. ทั้งนี้ มองว่าการแต่งตั้งต้องทำตามใจประชาชน พร้อมกันนี้ จะมีการเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ทำบัญชีแต่งตั้ง และนายตำรวจที่นายศิริโชค อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้าชี้แจงด้วย แต่สำหรับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะมาชี้แจงหรือไม่ถือเป็นสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามีตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจริง จนทนไม่ไหวจึงต้องมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม ซึ่งผลการสอบสวนก็จะส่งให้ ก.ตร.ต่อไป

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!