สุเทพประกาศใครโกงชุมชนพอเพียงจะเชือดไม่เว้น เผย 2 ส.ข.ปชป.มีพฤติกรรมเข้าข่ายฮั้วขายสินค้า

สุเทพประกาศใครโกงชุมชนพอเพียงจะเชือดไม่เว้น เผยมี 2 ส.ข.ปชป.มีพฤติกรรมเข้าข่ายฮั้วขายสินค้า ว่าที่ปธ.ศพช.วางแผนระงับ 5 หมื่นโครงการ ส่งทบทวนเสนอมาใหม่ ต่อไปห้ามซื้อของเอง พท.ถามมาร์คตัดตอนฟันตัวเล็ก นายกฯปฏิเสธ ย้ำกอร์ปศักดิ์ต้องถูกตรวจสอบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ถึงกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงของพรรคเตรียมสรุปผลการสอบสวนในช่วงบ่ายวันที่ 21 สิงหาคมนี้ว่า ตนยังไม่เห็นรายงานผลสรุปการสอบสวนเรื่องดังกล่าว แต่คาดว่าเมื่อสรุปเสร็จ จะรายงานต่อหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ส่วนกรณีที่เบื้องต้นพบ ส.ข.ของพรรค 2 คน เกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น เห็นว่า หากพบผู้ใดกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ส.ก. หรือ ส.ข.ก็ต้องดำเนินการ นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโครงการชุมชนพอเพียง กล่าวว่า ขณะนี้ผลการสอบทุจริตในโครงการดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยผลสรุปเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างแน่ชัด แต่อย่างไรก็ดี คณะกรรมการได้ตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในพฤติกรรมของสมาชิกพรรค ที่ดำรงตำแหน่ง ส.ข. 2 คน ว่า เพราะเหตุใดจึงร่วมขายสินค้าให้กับบริษัทเพียงแห่งเดียว ที่เข้าไปขายสินค้าในชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งที่ควรจะมีคู่แข่งอยู่บ้าง ซึ่งอาจจะเป็นการเข้าข่ายการฮั้วขายสินค้า

นายเจริญ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทางคณะกรรมการจะได้มีการร่างผลการสอบสวน เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา ส่วนพฤติกรรมของ ส.ข.ทั้งสองคน จะเข้าข่ายผิดกฎเหล็ก ด้านจริยธรรม 9 ข้อ ของนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้นคงตอบไม่ได้ เพราะคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้ นายมีชัย วีระไททยะ รองประธานคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (ศพช.) หรือโครงการชุมชนพอเพียง เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมว่า หากได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน ศพช.แล้ว จะต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานใหม่ ในส่วนโครงการที่เสนอเข้ามา ทั้งที่ยังไม่ได้อนุมัติกว่า 5 หมื่นชุมชน รวมถึงที่ได้รับอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่ได้โอนเงิน จะสั่งทบทวนโครงการใหม่ทั้งหมด แม้จะเสียเวลาไปบ้าง แต่ถือว่าคุ้มค่า ถือเป็นการให้ชุมชนทดลองเขียนเรียงความเท่านั้น จากนั้นไปจะให้เริ่มต้นกันใหม่ โดยทุกโครงการที่เสนอเข้ามาแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยว่า โครงการเดิมเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อชุมชนจริงหรือไม่ และให้ทำประชาคมเสนอกลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง

โครงการที่อนุมัติและโอนเงินไปแล้ว เราคงทำอะไรไม่ได้มาก เหมือนอ้อยเข้าปากช้างไปแล้ว แต่เราจะไม่ทิ้งเขา จะส่งคนไปพูดคุยกับชุมชนว่าเป็นอย่างไร ของที่ซื้อมาแล้วจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนมากที่สุด ถ้าพบคนเข้าไปหาประโยชน์ ก็จะใช้กระบวนการทาหมายเข้าไปจัดการ

นายมีชัยกล่าวว่า รูปแบบโครงการที่จะเริ่มต้นทำกันใหม่นี้ จะเน้นเรื่องการสร้างรายได้ให้ชุมชนมากกว่าให้เงินไปซื้อสิ่งของ สพช.จะทำหนังสือคู่มืออธิบายข้อมูลโครงการที่ถูกต้องอย่างละเอียด แต่ถ้าชุมชนไหนยังสนใจซื้อสิ่งของ สพช.จะอำนวยความสะดวกเรื่องข้อมูลของสินค้า ราคากลาง หากเป็นสิ่งของชนิดเดียวกัน ส่วนกลางจะรับหน้าที่จัดประมูลให้เพื่อให้ราคาสินค้าถูกลง จะไม่ปล่อยให้ชุมชนซื้อของกันเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ใครสวมรอยหลอกขายสินค้าราคาแพงอีก การดำเนินงานจากนี้ไปต้องโปร่งใสทุกขั้นตอน ข้อมูลจะถูกนำขึ้นเว็บไซต์ทั้งหมด นอกจากนี้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องลงทุนงบประมาณฝ่ายเดียว อาจดึงเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุนชุมชนด้วย หลังจากได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จะไปพบกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอสิทธิพิเศษลดภาษีให้เอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า มีผู้ส่งเอกสารลับถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2552 เนื้อหาระบุความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงใน สพช.กับสุภาพสตรี 2 คน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท บีเอ็นบี อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำนวน 10 ล้านหุ้น และ 1.2 ล้านหุ้น ตามลำดับ แต่พรรคตั้งข้อสังเกตว่าเอกสารดังกล่าวน่าจะถูกส่งมาจากฝ่ายรัฐบาล เพื่อตัดตอนความผิดให้อยู่ที่นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผอ.สพช. เวลา 15.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ลุกขึ้นตั้งกระทู้ถามสดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกรณีการใช้งบฯโครงการชุมชนพอเพียง โดย น.อ.อนุดิษฐ์แสดงภาพโบรชัวร์สินค้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทเอกชนที่นำมาจำหน่ายให้ชุมชนในราคาแพงต่อที่ประชุม พร้อมถามนายกฯว่า การอนุมัติโครงการใน กทม. 204 ชุมชน เป็นไปตามเป้าหมายการใช้งบฯภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ ถ้าใช่ โครงการเหล่านั้นมีความยั่งยืนเพียงใด และถ้าไม่ใช่ โครงการเหล่านี้ผ่านการอนุมัติได้อย่างไร

นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า โครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ถือเป็นไปตามหลักการพลังงานทดแทน 1 ใน 4 กรอบการอนุมัติ จากนั้นให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯชี้แจงรายละเอียด นายกอร์ปศักดิ์กล่าวอธิบายระเบียบขั้นตอนการอนุมัติเหมือนที่เคยชี้แจงมาเป็นระยะ จากนั้นเรียกร้องให้ทุกคนเลิกเอาเรื่องการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับโครงการนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกอร์ปศักดิ์ยังได้แสดงภาพตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ปรากฏข้อความ น้ำดื่มบริสุทธิ์เพื่อสุขภาพและความประหยัด ลงลายมือชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวว่า เป็นภาพที่ให้เจ้าหน้าที่ไปถ่ายมา ตู้น้ำดังกล่าวเป็นของเอกชน ชุมชนที่เห็นอย่างนี้มาก่อนจึงอยากได้บ้าง เลยขออนุมัติโครงการซื้อ แต่ได้สั่งระงับไปแล้ว

น.อ.อนุดิษฐ์ถามอีกว่า หนึ่งในเจ้าหน้าที่ซึ่งถูก สพช.แจ้งความเป็นอดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่

นายกอร์ปศักดิ์กล่าวไม่ตอบคำถามดังกล่าว แต่เลี่ยงไปพูดถึงการตรวจสอบพบ 11 จังหวัด อาทิ จ.เลย นครราชสีมา หนองคาย อุดรธานี และมหาสารคาม มีแบบฟอร์มขออนุมัติโครงการเหมือนกันหมดกว่า 100 โครงการ ส่วนใหญ่ระบุโครงการปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเพื่อส่งเสริมการเกษตร แต่ไม่ได้จัดซื้อเครื่องมือผลิตปุ๋ย แต่เป็นการซื้อปุ๋ยก่อนได้รับอนุมัติโครงการอีก เรื่องดังกล่าวกองปราบปรามจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

น.อ.อนุดิษฐ์ถามนายกฯว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจะมีการตัดตอนให้ความผิดอยู่เฉพาะนักการเมืองท้องถิ่นเท่านั้น ไม่สามารถเชื่อมโยงไปนักการเมืองระดับชาติได้

นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า ถามว่าไปปกป้องตัดตอนใครหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มี นายกอร์ปศักดิ์เองก็ต้องถูกตรวจสอบด้วย

ทางด้านความคืบหน้าในการตรวจสอบการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงของพรรคประชาธิปัตย์ นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใส เช่น 1.การอนุมัติให้ชุมชนซื้อสินค้าทั้งที่สินค้านั้นไม่มีบริษัทคู่แข่ง 2.บริษัทขายสินค้ารู้ข้อมูลภายในของ สพช.ได้อย่างไร โดยเฉพาะรู้ว่า สพช.ได้อนุมัติเงินให้ชุมชนแล้ว และบอกให้ชุมชนไปเบิกเงินด้วย น่าจะบ่งบอกว่ามีอะไรใน สพช. 3.การอนุมัติสินค้า เช่น ตู้น้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ 2 เครื่อง ราคา 2 แสนบาท แต่บวกราคาพัดลมซึ่งเป็นของแถม 2 ตัวอีก 1 แสนบาท รวมเป็นวงเงินที่เบิกคือ 3 แสนบาท น่าจะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ สำหรับ ส.ข.ของพรรค 2 คน คณะกรรมการสรุปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิดได้ในทางกฎหมาย

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวว่า หลังจากเชิญตัวแทนชาวบ้าน 5 ชุมชนในสังกัดเทศบาลตำบลเมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มาให้ข้อมูล เบื้องต้นพบว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเทศบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อบบี้ชาวบ้านเลือกตู้น้ำหยอดเหรียญ ดังนั้น ในวันที่ 27 สิงหาคม จะเชิญนายกเทศบาลตำบลเมืองเก่า และประธานสภาเทศบาลมาให้ข้อเท็จจริง

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร ประธานอนุกรรมาธิการติดตามงบประมาณของชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน วุฒิสภา กล่าวว่า นายกอร์ปศักดิ์ควรจะลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯด้วย เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบโครงการโดยตรง จะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!