ไอซีทียังหน้ามืดขรก.เมินอีเมลกลาง

ไอซีทีเร่งดันยอดใช้อีเมลกลางภาครัฐ หวังเป้าใช้งาน 8 หมื่นรายในสิ้นปี ชวนผู้ให้บริการ 3 รายวางแผนกระตุ้นการใช้งาน ด้าน กสท.เผยได้โควตาดูแลระบบอีเมล กลางรัฐ 3 หมื่นกว่ารายยังมีการเข้าใช้งานไม่ครบ

นางอาทิตยา สุธาธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า จากการติดตามการใช้งานระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กลางภาครัฐ (อีเมลกลางภาครัฐ) ซึ่งไอซีทีจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานของรัฐเข้ามาใช้งานฟรี เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารภาครัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2550 ที่ให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐเลิกใช้ฟรีอีเมลของเอกชน โดยเฉพาะของต่างประเทศ โดยปีงบประมาณ 2552 ไอซีทีได้รับงบประมาณสำหรับโครงการดังกล่าว 25 ล้านบาท ใช้งานได้ 100,380 บัญชีรายชื่อ แต่ขณะนี้มีข้าราชการเข้ามาใช้งานเพียง 20% หรือประมาณ 2 หมื่นบัญชีรายชื่อ

จากการตรวจสอบพบว่า หน่วยงานต่าง ๆ จะใช้อีเมลกลางภาครัฐเป็นระบบสำรองอีเมล และยังใช้ระบบอีเมลกลางของหน่วยงานเป็นหลัก เนื่องจากไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะสนับสนุนเงินเพื่อให้ไอซีทีทำโครงการดังกล่าวทุกปี ดังนั้นจึงยังไม่กล้าใช้งานอย่างเต็มที่ เพราะเกรงว่าถ้าใช้งานเฉพาะระบบอีเมลกลางภาครัฐหากไอซีทีไม่ได้รับงบประมาณจะทำให้เกิดความวุ่นวาย

นางอาทิตยา ระบุว่า ปริมาณการใช้งาน อีเมลกลางภาครัฐเริ่มเพิ่มขึ้นค่อนข้างช้า แม้ไอ ซีทีจะทำประชาสัมพันธ์ชวนให้มาใช้งาน ผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย คือ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ก็ช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มยอดการเข้าใช้งาน โดยตั้งเป้าไว้ว่า ภายในสิ้นปีจะมีผู้เข้าใช้งาน 80% หรือคิดเป็น 8 หมื่นบัญชีรายชื่อ

ด้านนายสมเกียรติ กุลธรรมโยธิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ กสท. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กสท.ได้โควตาดูแลระบบผู้ใช้อีเมลกลางภาครัฐจากไอซีที 3 หมื่นบัญชีรายชื่อ ซึ่งขณะนี้ข้าราชการยังเข้ามาเปิดใช้งานไม่ครบ โดยระบบอีเมลกลางที่กสท.จัดทำขึ้นสามารถรองรับการเข้าใช้งานได้เป็นหลักแสนบัญชีรายชื่อ โดยมองว่าระบบอีเมลกลางภาครัฐจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องไอทีให้กับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมาก เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของการดูแลระบบ

สำหรับการให้บริการระบบอีเมลกลางภาครัฐของกสท. เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมา สร้างรายได้ให้ กสท. แล้ว 100 ล้านบาท ซึ่งรายได้หลักมาจากบริการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออกชั่น) และบริการประชุมทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์).

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!