''ท็อปเทน''อสังหาฯแห่ทำกำไร 3ยักษ์ใหญ่ควงแขนทะลุพันล้าน

เปิดโผ 10 บริษัทอสังหาฯ ทำกำไรสุทธิสูงสุดในรอบ 6 เดือนแรก 3 ยักษ์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์-พฤกษา -ศุภาลัย กำไรทะลุพันล้าน ขณะที่แสนสิริจากขาดทุนช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ตีกลับมากำไรกว่า 500 ล้าน ส่วน เอพี- แอล.พี.เอ็น.-คิวเฮ้าส์ มาแรงไม่แพ้กัน

รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลกำไรของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาด้านที่อยู่อาศัย ในรอบ 6 เดือนของปี 2552 ว่า บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) สามารถทำกำไรสูงสุดในกลุ่ม 1,746.7 ล้านบาท แต่ถือว่าเติบโตลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3% ตามมาด้วยบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 1,326.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 41.3 % ซึ่งถือว่าสูงที่สุดของกลุ่ม อันดับ 3 ได้แก่ บริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กำไร 1,227.5 ล้านบาท อันดับ 4 บริษัทเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กำไร830.9 ล้านบาท อันดับ 5 บริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กำไร 769.8 ล้านบาท

ส่วนอันดับ 6 บริษัทควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กำไร 765.5 ล้านบาท อันดับ 7 ได้แก่ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กำไร 505.7 ล้านบาท ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมาบริษัทขาดทุนอยู่ 75 ล้านบาท อันดับ 8 บริษัทเอสซีแอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อันดับ 9 บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) และอันดับ 10 บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีแรกบริษัทสามารถทำยอดขายได้ 7,744 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,746 ล้านบาท โดยช่วงที่ผ่านมาได้เปิดโครงการใหม่จำนวน 7 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังอีก 5 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท

ในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท ได้ลงทุนซื้อที่ดินไปประมาณ 1,900 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีบริษัท จะซื้อที่ดินทั้งสิ้นประมาณ 3,500 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากที่เคยประมาณการไว้เพียง 3,000 ล้านบาท จากการที่บริษัท มีสภาพคล่องในระดับค่อนข้างสูง คณะกรรมการบริษัท จึงได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.16 บาท คิดเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น จำนวน 1,604 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 91.82 เมื่อเทียบกับกำไรที่ทำได้ในครึ่งปีแรก

ด้านนายสมบูรณ์ วศินชัชวาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายบัญชีและการเงิน บมจ.พฤกษา กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้มีผลกำไรเพิ่มขึ้นเพราะกลยุทธ์ของบริษัท ที่มีการเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2550 ผลิตภัณฑ์มีการพัฒนาปรับปรุง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากที่สุด และการกำหนดราคาขายที่เหมาะสม ทำให้ประสบความสำเร็จในการขาย โดยมีรายได้รวม 7,442.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.9 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ บ้านทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้น 1,095.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 39.2 % รายได้จากบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น 256.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.6 % และรายได้จากอาคารชุดเพิ่มขึ้น 558.8 ล้านบาท

คาดว่าทั้งปี 2552 บริษัทจะสามารถทำอัตรากำไรสุทธิในระดับ 17-18% เท่ากับที่ทำได้ในครึ่งปีแรก จากยอดรับรู้รายได้ในปีนี้ 17,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ 13,00 ล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวเป็นการรับรู้บางส่วนจากโครงการที่เปิดใหม่ปีนี้ 30 โครงการ เพิ่มขึ้นจากแผนเดิมที่คาดว่าจะเปิด 22 โครงการ นอกจากนี้ ยังมาจากการรับรู้รายได้จากมูลค่างานคงค้างในมือ (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่ 13,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้ในปีนี้ประมาณ 8,400 ล้านบาท

นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ทิศทางของอสังหาริมทรัพย์เริ่มปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยบริษัทเตรียมแผนหาซื้อที่ดินเพิ่มในครึ่งปีหลังอีก 10 แปลง คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1,700-1,800 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนการศึกษาการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัด เช่น อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และ จ.ภูเก็ต รวมทั้งขยายธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มขึ้น หลังจากมีความชัดเจนในการลงทุนที่อินเดียและเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาการทำธุรกิจในประเทศจีน แต่ก็ยังติดปัญหาราคาที่ดินสูงมาก ประกอบกับที่ดินเป็นของรัฐบาลทำให้การซื้อขายเป็นเรื่องยาก

ขณะที่ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.ศุภาลัย เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะมีการปรับเป้ารายได้รวมในปีนี้เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิม 8,000 ล้านบาท โดยจะสามารถสรุปได้ในไตรมาส 3/52 เนื่องจากยอดขายที่ปรับตัวดีขึ้นทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม หลังจากกำลังซื้อกลับมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะจากเดือนกรกฎาคมจนถึงขณะนี้พบว่าเพียงเดือนครึ่งมียอดขายแล้ว 1,500 ล้านบาท

โดยคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้น่าจะเติบโตดีกว่าปีก่อน เนื่องจากงวด 6 เดือนแรก บริษัทสามารถทำกำไรได้สูงกว่าปี 2551 ทั้งปีแล้ว ขณะเดียวกัน บริษัทยังมียอดขายรอโอนสูงถึง 13,000-14,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 1,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็นคอนโดฯ ส่วน Backlog ที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ใน 3 ปีข้างหน้า ทำให้สามารถรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง

นายไตรเตชะ กล่าวอีกว่า บริษัทมีแผนจะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนโครงการบ้านกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท ยังไม่รวมบางโครงการในปัจจุบันที่สามารถนำเข้าโครงการบีโอไอได้เลยประมาณ 50 ยูนิต ซึ่งทั้ง 2 โครงการใหม่ดังกล่าว จะไปรับรู้รายได้ในปี 2553 ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท อีกทั้งยังเป็นการขยายฐานลูกค้า ขณะเดียวกันบริษัทยังคงมองหาที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยังมีวงเงินซื้อที่ดินในครึ่งปีหลัง จากที่ใช้ไปในแล้วในครึ่งปีแรก 1,000 ล้านบาท จากวงเงินรวมทั้งหมด 2,000-3,000 ล้านบาท

ด้านนายชวน ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีแรกของปีนี้บริษัท สามารถรับรู้รายได้จากการขายและบริการ 1,260.05 ล้านบาท เติบโต 54.56% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 815.26 ล้านบาท เป็นผลจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะหมดอายุในเดือนมีนาคม 2553 เป็นแรงหนุน ทำให้งวด 6 เดือน บริษัท มีกำไรเบื้องต้นสูงถึง 522.31 ล้านบาท เติบโตขึ้น 60.99% จากงวด 6 เดือนของปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 324.44 ล้านบาท และนับเป็นการสร้างกำไรเบื้องต้นงวด 6 เดือนสูงที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!