เวนคืน 1,000 แปลง ผุดสะพานบางปะกงแห่งที่3

โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงแห่งที่ 3 (พร้อมถนนต่อเชื่อมตามแนวถนนสาย ง1 , ง2 ผังเมืองรวม) อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ(กบจ.) จังหวัดฉะเชิงเทรา มีมติมอบให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินโครงการ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาจราจร และร่นระยะเวลาเดินทาง

โครงการดังกล่าวจะครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบลในเขตอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ ตำบลวังตะเคียน ตำบลท่าไข่ ตำบลบางขวัญ ตำบลบ้านใหม่ ตำบลบางไผ่

สำหรับความคืบหน้าขณะนี้กรมทางหลวงชนบทอยู่ระหว่างจ้างบริษัทที่ปรึกษา ออกแบบรายละเอียดคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2552 นี้ ขณะเดียวกันได้เดินสายจัดสัมมนารับฟังความเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่มีส่วนได้เสียกับโครงการดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เมื่อจบจากขั้นตอนการออกแบบแล้ว ลำดับต่อไป จะลงพื้นที่สำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเวนคืน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553 ใช้เวลา 1 ปี เบื้องต้นจะมีผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนกว่า 1,000 แปลง หรือกว่า 100 เจ้าของกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่ว่าง บ่อเลี้ยงปลา แปลงนาข้าวเป็นต้น ส่วนอาคารบ้านเรือนจะมีน้อยมาก ใช้เวลาจ่ายค่าชดเชย 1 ปี ส่วนการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการได้ในปี งบประมาณ 2555 หรือเริ่มได้ในเดือนตุลาคม 2554 ใช้เวลาก่อสร้างนาน 3 ปี คาดว่าจะเปิดเส้นทางจราจรได้ในปี 2558

โครงการก่อสร้างสะพานบางปะกงแห่งที่ 3 และถนนต่อเชื่อม มีระยะทางยาว 13.2 กิโลเมตร งบประมาณไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นถนนแนวราบระดับดิน เขตทางกว้าง 60 เมตร 6ช่องจราจร มีเกาะกลางถนน และทางเท้า แต่ในเบื้องต้นจะก่อสร้างเพียง 4 ช่องจราจรก่อน หากมีปริมาณจราจรมากขึ้นกรมทางหลวงชนบท จะพิจารณาเพิ่มช่องจราจรในอนาคตให้เกิดความคล่องตัวโดยตัวสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง จะมีระยะทางยาว 200 เมตร โดยทางแยกต่างระดับที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ รวมทั้งจุดตัดทางหลวงสำคัญ สะพานข้ามถนนสายรอง สะพานข้ามทางรถไฟและสะพานข้ามคลองต่างๆ

แนวสายทางจะเริ่มจากบริเวณ กิโลเมตรที่ 74 ถนนสุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา วางตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ข้ามแม่น้ำบางปะกงบริเวณข้างวัดสายชล ณ รังษี และไปสิ้นสุดโครงการบริเวณกิโลเมตรที่ 8 ของทางหลวงหมายเลข 304 ฉะเชิงเทรา-พนัสนิคม จากการเวนคืนดังกล่าวจะช่วยเปิดหน้าดินให้เกิดศักยภาพสูงต่อการพัฒนา และมองว่าชาวบ้านต่างพอในเนื่องจากถนนเส้นนี้จะช่วยให้ที่ดินตาบอดกลายเป็นที่ดินติดถนนใหญ่มีราคาแพงเช่นที่ดินตาบอดราคาตารางวาละ 5,000 บาท จะเพิ่มเป็น 10,000-20,000 บาทต่อตารางวา ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นถนนเลี่ยงเมืองเชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 304 ด้านทิศเหนือ:ตอนสุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา กับทางหลวงหมายเลข 304 ด้านทิศตะวันออก :ตอนฉะเชิงเทรา-อำเภอบางคล้า ซึ่งจะลักษณะทางเลี่ยงเมือง ตามผังเมืองรวมเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งจะช่วยลดปริมาณจราจรไม่ต้องผ่านตัวเมืองฉะเชิงเทรา และช่วยแก้ปัญหาจราจรที่ติดขัดในตัวเมืองช่วยเวลาเร่งด่วนได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสนับสนุนคมนาคมขนส่งอีกด้วย

ถือเป็นถนนสายสำคัญอีกเส้นหนึ่ง ที่จะช่วยแก้ปัญหาจราจรในอนาคต ... แต่ที่สำคัญกว่านั้น ผู้รับเหมา... นายหน้าจ้องตาเป็นมันกันแล้วป่านนี้!!!

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!