ปทีปคั่วเก้าอี้ ผบ.ตร.

มาร์คดันอัศวินโวยคดีเจอตอ

ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ คั่วตำแหน่งผบ.ตร.คนใหม่ มาแรงแซงโค้งเบียดทั้ง จุมพล-วิเชียร เผย 20 ส.ค.นี้รู้ผลหัวหรือก้อย เทพเทือก ครวญเสียงอ่อย ไม่อยากขัดใจ มาร์ค สั่งลูกพรรคปชป.หุบปาก เลิกวิจารณ์วงการสีกากีได้แล้ว เตือนระวังปืนจะลั่นใส่กันเอง ขณะที่เผือกร้อนในยุทธจักรปทุมวัน ยังวุ่นวายไม่จบ ผบ.ตร. กลับมาทวงเก้าอี้คืน ลั่นขอสู้ไม่ไปไหนแล้ว ยินดีทำใจถ้าโดนปลด ล่าสุดนัดป.ป.ช.แก้ข้อกล่าวหา สั่งสลาย ม็อบ 7 ตุลา ด้านตร.ประทวนเมืองโอ่งใจดีสู้เสือ โผล่ตบเท้าร้องทุกข์กมธ. ระบุไม่ได้รับความเป็นธรรม สอบเลื่อนชั้นเป็นสัญญาบัตร แถมแฉข้อมูลลูกสาวบิ๊กตร.เส้นใหญ่ เฉลิม ลับเขียงรอเชือดนายกฯ จองตั้งกระทู้ถามสดล้วงลูกโปลิศ ส่วนคดียิง สนธิ ยังงมเข็ม อัศวิน อ้าง 3 ผู้ต้องหากบดานพื้นที่สีเขียว

ปัญหาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังร้อนแรงไม่เลิก ล่าสุดนายศิริโชค โสภา ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจไปยื่นเอกสารการกล่าวหาซื้อขายตำแหน่งภายในแวดวงสีกากี ต่ออนุกรรมการ(ก.ตร.) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผบ.ตร.กลับมาทำงานปกติ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้เดินทางกลับมาแล้ว หลังจากเดินทางไปราชการที่ จ.ภูเก็ต แต่เนื่องจากการจัดการประชุมอาเซียนที่ จ.ภูเก็ต ได้ย้ายมาที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งการดูแลการประชุมก็เรียบร้อยดีแล้ว จึงเดินทางกลับมาก่อนกำหนด โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. จากนั้นได้เรียก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา (สบ 10) เข้าพบที่ห้องสำนักงานผบ.ตร. ชั้น 7 อาคาร 1 ใช้เวลาการพูดคุยกันประมาณ 15 นาที พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้เรียกตนเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ท่านได้กลับมาปฏิบัติราชการตามปกติแล้ว ตนก็กลับไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ตามเดิม ส่วนเรื่องการทำหนังสือเวียนแจ้งไปยัง บช.ต่าง ๆ ยังไม่ได้มีการทำ เพียงแต่เป็นการแจ้งด้วยวาจาเท่านั้น

ลั่นไม่ไปไหนแล้วจะขอสู้

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ผบ.ตร.ได้เรียกพล.ต.อ.วิเชียร ไปสอบถามถึงสาเหตุที่ตั้งให้พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งที่ยกเว้นหลักเกณฑ์ โดยพล.ต.อ.วิเชียร ได้แจ้งกลับว่าสาเหตุเพราะต้องการให้มีชุดทำงานช่วยกันตรวจสอบคุณสมบัติ เนื่องจากว่ากรอบระยะเวลาการแต่งตั้งกระชั้นชิด อีกทั้งเมื่อถามหาบัญชีแต่งตั้งที่ผบ.ตร.ทำไว้ก่อนหน้านี้ก็ทราบว่าส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ไป ทั้งนี้ผบ.ตร.ยังแจ้งด้วยว่า ตัวเองจะไม่ไปไหนแล้วหากจะปลดก็ปลดจะสู้แล้ว วันที่ 19 ส.ค. ก็จะเดินทางไปพบ ป.ป.ช. เพื่อชี้แจงคดีวันที่ 7 ต.ค. 51

ขณะที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ได้รับคำยืนยันจาก ผบ.ตร.มาแล้วว่า จะเดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เวลา 10.00 น. (19 ส.ค.) ด้วยตัวเอง จากนั้นทางป.ป.ช.ก็จะนำข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมดมาพิจารณาว่า มีข้อมูลเพียงพอที่จะพิจารณาชี้มูลได้แล้วหรือยัง ยืนยันว่าพร้อมให้ความเป็นธรรมเต็มที่

20 ส.ค.ลุ้นชื่อผบ.ตร.ใหม่

ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ได้ทำหนังสือเวียนแจ้งคณะกรรมการ กตช.เพื่อเข้าประชุม กตช.วาระพิเศษ ในวันที่ 20 ส.ค. 52 เวลา 16.00 น. โดยคาดว่าจะเป็นวาระการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ สำหรับกรณีที่มีกลุ่มตำรวจชั้นประทวนร้องต่อ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนฯ ที่รัฐสภา เพื่อให้ตรวจสอบการแต่งตั้งบุตรสาวนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้เข้าอบรมนายร้อยตำรวจหญิงอยู่ในขณะนี้ ยังไม่เห็นรายละเอียดดังกล่าวทราบจากข่าวสั้น ๆ เท่านั้นจึงต้องขอตรวจสอบก่อน

มาร์คแย้มรู้แน่สัปดาห์หน้า

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร. คนใหม่ว่า คาดว่าคงไม่เกินสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าขณะนี้มี ผบ.ตร.เพียงคนเดียว เพราะเมื่อ ผบ.ตร. กลับมาปฏิบัติหน้าที่รักษาการก็ไม่จำเป็นต้องมี แต่ถ้า ผบ.ตร. ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ก็จะมีรักษาการปฏิบัติราชการแทน ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในระหว่างนี้นายกฯจะมอบหมายให้ ผบ.ตร. ไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องไปถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เพราะยังไม่เห็นว่ามีเรื่องมาถึงตน ส่วนเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนั้น คงไม่ได้มีการหารือ เพราะกตช.จะดูแลในเรื่องนโยบายและภาพรวม แต่ก็จะสอบถามให้ว่าขณะนี้ขั้นตอนกฎหมายเป็นอย่างไร

สุเทพยอมไม่ขัดใจนายกฯ

นายสุเทพ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผบ.ตร.เดินทางกลับจากปฏิบัติราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันเดียวกันนี้คงจะได้มารายงานตัวกับตน เมื่อถามว่า รัฐบาลจะส่ง ผบ.ตร.ไปปฏิบัติราชการที่ไหนอีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จะให้ไปไหนอีก เพราะผบ.ตร. ต้องเตรียมตัว ทั้งเอกสาร สำนวน และหลักฐานมาชี้แจงคดีสลายม็อบเมื่อวันท ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำหรับการพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ นั้นตนไม่มีส่วนในการคัดเลือก เพราะตามกฎหมายอำนาจในการคัดเลือก ผบ.ตร. เป็นอำนาจของคณะกรรมการ กตช. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่านายกฯสนับสนุน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ ท่านในฐานะรองนายกฯที่กำกับดูแล สตช.จะขัดข้องหรือไม่ นาย สุเทพ หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า ผมเป็นรองนายกฯ คุณเคยเป็นรองใครหรือไม่ เพราะต้องฟังผู้บังคับบัญชาว่าจะทำอย่างไร จะสั่งซ้ายหัน ขวาหัน ผมก็พร้อม

ยันไม่ได้สนับสนุนบิ๊กจุ๋ม

เมื่อถามต่อว่า มีข่าวว่าท่านพร้อมทั้งนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯ และนาย เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย สนับสนุนฝ่าย พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร นายสุเทพ กล่าวว่า มีข่าวลือมาอีกแล้วตนไม่บริหารตามข่าวลือ ตนเล่นตามข่าวจริง เมื่อถามว่าการแต่งตั้งครั้งนี้จะใช้ระบบคุณธรรมหรือระบบอุปถัมภ์ นายสุเทพ กล่าวว่า พูดอย่างนี้ เดี๋ยวคณะกรรมการ กตช. เขาจะน้อยใจ เพราะคณะกรรมการทุกท่านก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ เมื่อมีคณะกรรมการก็ต้องรับฟังความคิดเห็นและมีความคิดร่วมกันในทางที่ดี

อัดนักการเมืองวิ่งเต้นสีกากี

ต่อข้อถามว่า ตำรวจเองก็ยืนยันว่ามีนักการเมืองวิ่งเต้นฝากเด็ก นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ดีแล้วขอให้คณะกรรมการเขาบอกมาเลยว่าเป็นนักการเมืองคนไหน จะได้จัดการต่อ ถ้านักการเมืองเข้าไปยุ่มย่ามก็จะได้จัดการนักการเมืองต่อ เราจะทำกันแบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม เมื่อเจอแล้วก็ต้องฟาดกันให้หมดจะได้รู้เรื่องรู้ราวกันไป อย่างไรก็ตามข้อมูลของนายศิริโชค นั้นเขาไม่ได้มาให้ตนและตนก็ไม่ได้เข้าไปยุ่มย่ามก้าวก่ายกับทางอนุกรรมการ เราต้องเคารพการทำงานของเขา เมื่อทำงานเสร็จก็ต้องมารายงานที่ตน

สั่งลูกหาบ ปชป.สงบปาก

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าว จากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า นายสุเทพ รองนายกฯ ได้กล่าวในที่ประชุม ส.ส.ว่า ขอให้สมาชิกระมัดระวังในการออกมาแสดงความเห็นต่อประเด็นการโยกย้ายตำรวจและการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ เพราะอาจจะกระทบไปถึงนายกฯ และพรรคประชาธิปัตย์ได้ ผมขอร้องว่าอย่าทำปืนลั่นใส่กันเอง รวมทั้งเพื่อลดกระแสสังคมเนื่องจากที่ผ่านมานายกฯถูกวิจารณ์เรื่องความไม่เหมาะสมในการเข้าไปแทรกแซงการทำงานของตำรวจ จึงให้เป็นอำนาจของนายกฯตัดสินใจเอง ในส่วนข้อมูลที่นายศิริโชค นำมาเปิดเผยนั้น จำเป็นที่จะต้องให้อนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจของ (ก.ตร.) เข้ามาตรวจสอบหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ปทีปคั่วเก้าอี้บิ๊กปทุมวัน

อย่างไรก็ดีในกลุ่มส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังได้วิจารณ์ถึงเรื่องโผเก้าอี้ผบ.ตร.คนใหม่กันอย่างกว้างขวางว่า พล.ต.อ.ปทีป จเรตำรวจแห่งชาติ (นรต.25) ซึ่งจะเกษียณอายุ ปี 2553 มีโอกาสได้ลุ้นนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.มากกว่าเพื่อนเพราะนอกจากจะสนิทสนมกับ ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ที่สำคัญยังได้แรงหนุนจากนายกฯ ส่วนแคนดิเดตที่เหลืออีก 2 คน คือ พล.ต.อ. จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา (สบ10) ถูกมองเป็นเพียงไม้ประดับเท่านั้น เพราะเห็นว่า พล.ต.อ. จุมพล ยังถือเป็นเพื่อนร่วมรุ่น (นรต.26) ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโดยตรง ส่วนพล.ต.อ.วิเชียร ยังเหลือเวลาอยู่ในราชการอีกหลายปี

ตร.ประทวนโผล่ร้องทุกข์

ที่รัฐสภา ด.ต.รัฐภูมิ โพธิ์ศรีดา ผบ.หมู่ (ป.)ภ.จว.ราชบุรี พร้อมด้วยตำรวจชั้นประทวนกว่า 10 คน ได้เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของ ผบ.ตร. โดยมีนายวัชระ เพชรทอง โฆษกคณะกรรมาธิการฯรับหนังสือแทน ทั้งนี้ ด.ต.รัฐภูมิ กล่าวว่า นายตำรวจชั้นประทวนจำนวน 423 นาย ซึ่งมีคุณวุฒิระดับปริญญาโท ได้สอบคัดเลือกเข้า อบรมเป็นตำรวจสัญญาบัตร ตั้งแต่ปี 2550 ในสมัยที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็น ผบ.ตร. แต่จนขณะนี้ยังไม่ได้รับการบรรจุ

แฉลูกบิ๊กตร.อบรมนายร้อย

ด.ต.รัฐภูมิ กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้มีคำสั่งแต่งตั้ง ตร.ชั้นประทวนขึ้นมาอบรมเป็นนายร้อยตำรวจใหม่โดยไม่ได้ผ่านการสอบคัดเลือก ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนอบรมทราบว่ามีลูกสาวของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งรวมอยู่ด้วย ซึ่งที่ ผ่านมาพวกตนได้พยายามร้องขอความเป็นธรรมไปที่สำนักงานข้าราชการตำรวจและหน่วยงาน ราชการอื่น ๆ แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ตนและนายตำรวจชั้นประทวนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจะไปยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป

ด้านนายวัชระ กล่าวว่า การแต่งตั้งลูกสาวจากชั้นประทวนขึ้นมาอบรมนายร้อยตำรวจ ถือว่าเป็นการข้ามหัวตำรวจชั้นประทวนหลายนาย ซึ่งตนจะนำเรื่องให้อนุกรรมาธิการฯ ตรวจสอบเนื่อง จากยังพบว่ามีลูกของนายตำรวจใหญ่ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น ตร.ชั้นประทวนก็ได้เข้าอบรมรุ่วย

บรรดาคนนามสกุลดังเพียบ

มีรายงานว่า หลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือบุคคลภายนอกที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอส.30) ประจำปี 2552 รุ่นที่ 2 เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา จะใช้เวลาการฝึกอบรมทั้งสิ้น 4 เดือน จากนั้นจะสอบปลายภาคในเดือนกันยายน เมื่อผ่านสอบก็จะได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรต่อไป โดยรุ่นนี้ผู้เข้าฝึกอบรมประมาณ 50 นาย จากการตรวจสอบรายชื่อนอกจากจะมีลูกหลานนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แล้วยังมีบรรดานามสกุลดัง ๆ ทั้งในแวดวงข้าราชการ นักการเมือง และนักธุรกิจ

เฉลิมรอเชือดอภิสิทธิ์

ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและประธานส.ส.ของพรรค กล่าวถึงการตรวจสอบการเข้าไปแทรก แซงสำนักงานตำรวจแห่งชาติของนายกฯว่า ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ ตนจะตั้งกระทู้ถามนายกฯเกี่ยวกับเรื่องการเข้าไปวุ่นวายใน สตช.ของนายกฯ ทั้ง การสั่งผบ.ตร.ลงไปราชการแล้วตั้งรักษาราชการแทน รวมทั้งเรื่องของคดีการลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ โดยเฉพาะเรื่องของ ตอ ตนจะขอนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้ถามกระทู้สดโดยไม่จำกัดเวลา เพื่อให้นายกฯได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด และขอให้โทรทัศน์ช่อง 11 ช่วยถ่ายทอดการประชุมสภาด้วย

ทั้งนี้ในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ม.ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) กำหนดจัดสัมมนาหัวข้อ การแทรกแซงองค์กรตำรวจของกลุ่มการเมือง โดย ผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กิตติวัฒน์ นายกสมาคมตำรวจ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรอง ผบ.ตร. และมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เป็นอดีตตำรวจเข้าร่วมหลายราย อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม พล.ต.อ.วิรุฬ พื้นแสน อดีต รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต ผบช.ก. ฯลฯ

ครส.เสนอปฏิรูประบบตร.

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) นำโดยนายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครส. ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ นายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล เสนอให้รัฐบาลปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง รวมทั้งขอให้มีการปฏิรูปการทำงานของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และให้สร้างบรรทัดฐานคดีสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่ง ครส.หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง และผลัก ดันให้มีการปฏิรูปตำรวจ รวมถึงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เพื่อลดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการซ้อม ทรมาน การฆ่านอกระบบกฎหมาย และการอุ้มหาย ฯลฯ

คดียิงสนธิหนีซุกปีกสีเขียว

ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล 1 ในแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตอนนี้ก็มีการติดตามผู้ต้องหา 3 คน ที่ถูกออกหมายจับมาโดยตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามควานหาทุกพื้นที่จัดชุดติดตาม 3 ชุดก็พอจะรู้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอยู่ที่ไหน โดยยังอยู่ในประเทศไทย แต่เป็นพื้นที่ต้องห้ามที่ตามกฎหมายระบุว่าไม่สามารถออกหมายค้นได้ เมื่อถามว่าเป็นเขตพื้นที่ทหารใช่หรือไม่ พล.ต.ท.อัศวิน ไม่ยอมพูดแต่ใช้พยักหน้า พร้อมกล่าวต่อว่า ตอนนี้เรายังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่มเติมเพราะอยู่ในระหว่างหาพยานหลักฐานสำคัญเพิ่มเติมอีก

คดีนี้จากการสืบสวนก็ทราบว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็นทหารและตำรวจเท่านั้น ไม่มีพลเรือนเข้ามาเกี่ยวข้อง ล่าสุดทีมสืบสวนได้ติดต่อไปที่ญาติของ จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา 1 ใน 3 ผู้ต้องหาซึ่งมีบ้านอยู่ที่จ.สุพรรณบุรี พบเพียงบิดาเพราะมารดาเสียชีวิตไปแล้ว ทางญาติระบุว่า จ.ส.อ. ปัญญา ต้องการที่จะมอบตัวแต่ขอปรึกษากับคนที่ไว้ใจได้ก่อน ผมจึงยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรม ผช.ผบ.ตร.กล่าว.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!