สบท.เร่งทำมาตรฐานสัญญามือถือเติมเงิน

เติมเงิน 100 บาท แต่จำนวนเงินไม่ครบ?

ค่าโทรฯในมือถือเหลือ แต่โทรฯออกไม่ได้ เพราะวันหมดอายุ?

ปัญหาที่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) หน่วยงานในกำกับของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้จัดสัมมนาสภาผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมเรื่อง สัญญาให้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน (พรีเพด) ที่ผู้บริโภคต้องการ เพื่อนำความเห็นของผู้บริโภคที่เข้าร่วมสัมมนาเป็นข้อมูลประกอบกับสัญญาการให้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงินที่ สบท.จะเสนอให้ กทช.พิจารณาในสัปดาห์หน้า เพื่อใช้เป็นมาตรฐานสัญญาของการให้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงินที่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการพอใจทั้งสองฝ่าย

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการ สบท.กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบเติมเงิน หรือจ่ายเงินก่อนใช้ที่หลังมีปริมาณมาก คิดเป็น 80-90% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่ราว 61.2 ล้านเลขหมาย แต่กลับยังไม่มีสัญญามาตรฐานในการกำหนดอัตราค่าใช้บริการและวันหมดอายุ ทำให้เกิดข้อร้องเรียนว่าเติมเงินแล้วได้จำนวนไม่ครบ หรือ วันหมดอายุเร็วเกินไปทั้งที่ยังใช้เงิน ไม่หมด

นพ.ประวิทย์ กล่าวต่อว่า ผู้บริโภคร้องเรียนเรื่องของบัตรเติมเงินเข้ามาเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องของ วันหมดอายุ และเงินที่เหลืออยู่ในโทรศัพท์แต่ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งเบื้องต้นอยู่ระหว่างรอการประกาศใช้สัญญาให้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน กรณีที่ร้องเรียนเข้ามา สบท.ได้ส่งให้ กทช. ประสานกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เปิดสัญญาณโทรศัพท์ให้กับเจ้าของเลขหมายซึ่งใช้บริการแบบเติมเงินในกรณีที่ยังมีเงินค้างอยู่ ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ดำเนินการให้

แม้ประกาศของ กทช.ปี 2549 จะระบุว่า บริการโทรคมนาคมที่จ่ายเงินล่วงหน้าไม่ควรมีการกำหนดวันหมดอายุ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังไม่หมดไป เนื่องจากผู้ประกอบการสามารถส่งเอกสารเพื่อขอความเห็นชอบจาก กทช. ขอให้มีวันหมดอายุของเลขหมายโทรศัพท์แบบเติมเงินได้ ซึ่งเมื่อ กทช.ไม่เห็นชอบ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็สามารถใช้สัญญาเดิมก่อนจัดตั้ง กทช. ดังนั้น การจัดทำมาตรฐานสัญญาให้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงินจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

สำหรับเนื้อหาในสัญญาให้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน ประกอบด้วย การคิดค่าบริการ เช่น ค่าบริการอะไรบ้างที่ไม่ครอบคลุม ซึ่งไม่สามารถหักค่าบริการได้, วันหมดอายุขั้นต่ำ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดระยะเวลาสำหรับการเติมเงินขั้นต่ำไว้ที่ 6 เดือน-1 ปี, สิทธิในการโอนเงินหรือคืนเงินเมื่อเงินเหลือ ซึ่งเมื่อสัญญาดังกล่าวประกาศใช้ จะเร่งให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินลงทะเบียนเพื่อแจ้งตัวตนและรักษาสิทธิ ซึ่งก่อนหน้านี้แม้จะมีการลงทะเบียนแต่ก็เป็นการลงทะเบียนที่ผู้ขายรายย่อยลงทะเบียนให้ โดยผู้ใช้เลขหมายจริงไม่ได้ลงทะเบียนเอง แต่การมีสัญญานี้จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้

นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า จากการรับฟังความเห็นและข้อมูลของผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคต้องการที่จะให้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงินไม่มีวันหมดอายุเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเลขหมายโทรศัพท์ต้องมีวันหมดอายุ โดยมีเรื่องของสัมปทานการขอเลขหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น ต้องหาวันหมดอายุของบริการบัตรเติมเงินที่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการพอใจทั้งสองฝ่าย เช่นเติมเงิน 100 บาท อยู่ได้ 90 วันก็น่าจะเพียงพอ โดยผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเติมเงินครั้งละเป็นพัน ๆ แต่ 90 วันเติมครั้งหนึ่ง ขณะที่ผู้ให้บริการก็มีรายได้จากการทำธุรกิจ

บทสรุปของมาตรฐานสัญญาให้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงินจะเป็นอย่างไร จะติดตามมารายงานให้ทราบอีกครั้ง.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!