หุ้นร้อน

บมจ.ไทยออยล์`:TOP

ซื้อเก็งกำไร

TOPประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/52 ออกมาตามคาดมีกำไรสุทธิ 6,189 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.03 บาท ลดลง 41% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน, ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจปิโตรเคมี (TPX) ในสายอะโรเมติกส์ที่มี spread margin ฟื้นตัวตามราคาอะโรเมติกส์และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,297 ล้านบาท

คาดว่าการปรับตัวลดลงของค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ที่เฉลี่ยไตรมาส 3/52 ล่าสุดอยู่ที่ 2.98 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลงจากเฉลี่ยไตรมาส 2/52 ที่ 4.11 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล และ spread margin ของธุรกิจอะโรเมติกส์ที่คาดว่าจะชะลอตัวลง จากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาในตลาดในครึ่งปีหลัง จะเป็นปัจจัยกดดันให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/52 ของTOPอ่อนตัวลงจากไตรมาส 2/52 แต่คาดว่าจะยังมีกำไรได้ เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนมากถึง 5,802 ล้านบาทหรือ 2.84 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (สูงถึง 10.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล) เป็นหลัก จากการที่กำไรครึ่งปีแรก (รวมกำไรจากสต๊อกน้ำมัน) คิดเป็น 92% ของประมาณการผลกำไรเดิมของฝ่ายวิเคราะห์บล.กิมเอ็งฯ ทำให้ปรับประมาณการกำไรในปีนี้เพิ่มขึ้น 33% เป็น 12,270 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 6.01 บาท

จากการปรับประมาณการผลกำไรขึ้น ทำให้ราคาที่เหมาะสมอ้างอิงอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น(พีอี เรโช)เป้าหมายที่ 8 เท่าปรับเพิ่มขึ้นจาก 36 บาทเป็น 48 บาท ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร

ที่มา บล.กิมเอ็งฯ

บมจ.สยามฟิวเจอร์:SF

เต็มมูลค่า

SF ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/52 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ กำไรสุทธิลดลง 82% จากไตรมาสแรก และ 74% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 11 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 39.4 % ในไตรมาส 2/51 เหลือ 22.5% จากต้นทุนสัญญาเช่าการเงินที่สูงขึ้นมากถึง 408% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จาก 17 ล้านบาทเป็น 86 ล้านบาท เนื่องจากมีการบันทึกต้นทุนค่าเช่าที่ดินโครงการนวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว ซึ่งโดยปกติแล้วอัตรากำไรที่ SF ได้รับจากผู้เช่าหลักระยะยาว (Anchos) จะน้อยกว่าอัตรากำไรจากผู้เช่าระยะยาวรายย่อย (Tenants) ดังนั้นอัตรากำไรขั้นต้นของสัญญาเช่าการเงินในไตรมาส 2/52 จึงลดลงมาก

กำไรสุทธิในครึ่งแรกของปีมีจำนวน 73 ล้านบาทซึ่งคิดเป็น 48% ของกำไรปีนี้ที่บล.กิมเอ็งฯเคยคาดการณ์ไว้ ขณะที่ปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลง 15% คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะลดลง 43% เป็น 129 ล้านบาท (0.13 บาท/หุ้น) เนื่องจากการที่รายได้สัญญาเช่าการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 511 ล้านบาทในปีก่อนมาที่ 188 ล้านบาทเป็นผลมาจากการเปิดโครงการใหม่เพียงแห่งเดียวซึ่งมีพื้นที่เช่าน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากสัญญาเช่าการเงินก็ลดลงด้วย

ราคาหุ้น SF ซื้อขายที่อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น(พีอี เรโช)สูงถึง 18.2 เท่าและมีส่วนต่างเพียง 5% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของหุ้นที่ 2.40 บาทซึ่งถูกปรับลดลงตามประมาณการกำไร ดังนั้นจึงยังคงคำแนะนำ เต็มมูลค่า

ที่มา บล.กิมเอ็งฯ

บมจ.กระเบื้องหลังคาตราเพชร :DRT

คงคำแนะนำซื้อ

DRT ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/52 ที่โดดเด่นและเซอร์ไพรส์ เพราะมีกำไรที่สูงถึง 105 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท) สูงกว่าไตรมาสแรก 3% ซึ่งปกติแล้วไตรมาส 2 กำไรจะลดลงจากไตรมาสแรก และ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 16% แม้จะถูกกดดันอย่างหนักจากปัจจัยแวดล้อมในด้านลบ ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส2 ที่หดตัว และปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ที่ส่งผลด้านลบต่อภาคการก่อสร้าง ด้านอัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับสูงถึง 34% เทียบกับ 35% ในไตรมาสแรก เนื่องจากการผลิตที่เกือบเต็มกำลังการผลิตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก รวมถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ผ่อนคลายลง

ปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นอีก โดยประเมินยอดขายปี 2552 จะขยายตัว 5% เป็น 2,635 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิ 318 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.32 บาท) เพิ่มขึ้น 12% กำไรครึ่งปีแรกคิดเป็น 65% ของประมาณการทั้งปี

DRT เป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง และมีการจ่ายเงินปันผลคิดเป็นอัตราที่สูงมากกว่า 80% จากตัวเลขกำไรครึ่งปีแรกเท่ากับ 207 ล้านบาท (0.21 บาทต่อหุ้น) ประเมินเงินปันผลครึ่งปีแรกจะประมาณ 0.15 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่อัตราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น(พีอี เรโช) ปี 2552 ที่ต่ำเพียง 7.7 เท่า และเงินปันผลตอบแทน 10.2% ประเมินราคาเหมาะสมเท่ากับ 2.7 บาท บนฐานพี/อี ปี 2552 เท่ากับ 8 เท่าเศษๆ ต่ำกว่าพี/อี ตลาดปัจจุบันที่ 22.58 เท่า ดังนั้น คงคำแนะนำ ซื้อ

ที่มา บล.กิมเอ็งฯ

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!