เอเซอร์ดันหลัง''อี-แมชีน'' สู้สินค้าโลคัลแบรนด์เต็มสูบ

เอเซอร์ ปลื้มคอนซูเมอร์ตอบรับไฟติ้งแบรนด์ อี-แมชีน เผยช่วยฉุดยอดขายพีซีรวมโต 18% เดินหน้ารุกตลาดเต็มตัว หลังเสริมผลิตภัณฑ์ครบไลน์ทั้งออลอินวัน พีซี -คอมพ์ตัวถังเล็ก พร้อมเตรียมเผยโฉมเอเซอร์แอสไปร์รุ่นใหม่

นายบุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท เอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจ ว่าบริษัทได้วางกลยุทธ์รุกตลาดคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ หรือ เดสก์ ท็อป สำหรับกลุ่มคอนซูเมอร์มากขึ้น หลังจากที่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมามียอดการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเกินความคาดหมาย โดยมียอดการเติบโตประมาณ 7-8% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และมียอดการเติบโต 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่ผ่านมา

โดยปัจจัยที่ทำให้มียอดการเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากสามารถขยายตลาดเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดจากคอมพิวเตอร์ประกอบ หรือ โลคัลแบรนด์มากขึ้น โดยจะเห็นได้จากขณะนี้ร้านค้าที่ประกอบเครื่องขายปรับเปลี่ยนมาขายเครื่องอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากกลยุทธ์มัลติแบรนด์ ที่บริษัทสามารถผลักดันแบรนด์อี-แมชีน ซึ่งเป็นไฟติ้งแบรนด์ ราคาประหยัดสำหรับกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางและล่าง ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดมากขึ้น

โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์อี-แมชีน สามารถผลักดันให้ยอดขายคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะโดยรวมของเอเซอร์เติบโตขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์อี-แมชีน แบรนด์เดียวมียอดการเติบโตในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก 18% มีสัดส่วนการขายประมาณ 55% ของยอดขายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สำหรับกลุ่มคอนซูเมอร์ซึ่งปัจจุบันมียอดขายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะโดยรวม ประมาณเดือนละ 20,000 เครื่อง แบ่งเป็นยอดขายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับกลุ่มคอนซูเมอร์ 12,000 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับลูกค้าองค์กร 8,000 เครื่อง

กลยุทธ์มัลติแบรนด์ เป็นทิศทางที่เรามองว่ามาถูกทาง โดยขณะนี้ผู้บริโภครับรู้ และยอมรับแบรนด์อี-แมชีนแล้วว่าแบรนด์ภายใต้เอเซอร์ โดยใช้วัตถุดิบในการผลิตเดียวกับเอเซอร์ แต่ไม่มีต้นทุนด้านการตลาด เพราะใช้ทรัพยากรของเอเซอร์ ทำให้สามารถทำราคาขายได้ต่ำกว่าเอเซอร์ 5-10%

นายบุญชัย กล่าวอีกว่าสำหรับการทำตลาดครึ่งปีหลังนั้นจะมีสินค้าเข้ามาทำตลาดครบไลน์มากขึ้น และมีรูปโฉมที่ความหลากหลายมากขึ้น โดยมีทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ออลอินวัน ที่รวมเอาระบบประมวลผล อุปกรณ์มัลติมีเดียต่างๆ และหน้าจอไว้ในเครื่องเดียวกัน และคอมพิวเตอร์ที่มีตัวถังขนาดเล็ก 8.5 ลิตร ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ในตลาดที่เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น แต่ยังไม่เป็นแมส เพราะราคาคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบปกติประมาณ 1,000 บาท อีกทั้งกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดยังมองว่าเครื่องขนาดเล็กน่าจะมีประสิทธิภาพการทำงานต่ำ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวถังขนาดเล็ก 8.5 ลิตร มีประสิทธิภาพการทำงานเช่นเดียวกับเครื่องตัวถังขนาดใหญ่ มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรืออัพเกรด แต่ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน และพื้นที่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการให้ความรู้กับตลาด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคอมพิวเตอร์ที่มีตัวถังขนาดเล็ก 8.5 ลิตร จะมีกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นแน่นอน

ขณะเดียวกันในกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ เอเซอร์แอสไปร์ ก็มีการปรับรูปลักษณ์ใหม่ที่มีสีดำมันวาว มีการออกแบบให้เอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งจะเป็นเหมือนกับอุปกรณ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ภายในบ้านมากขึ้น นอกจากนี้สินค้าใหม่ที่ออกมาสู่ตลาดทั้งเอเซอร์ และอี-แมชีน จะใช้วัสดุที่มีคุณภาพระดับโลกมากขึ้น ตามนโยบายของประธานคนใหม่ที่เป็นชาวอิตาลี ที่ต้องการเปลี่ยนรูปลักษณ์ และคุณภาพของสินค้าเอเซอร์ให้เป็นไปตามมาตรฐานโลกมากขึ้น

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด