อย่าให้ตำรวจแย่ไปกว่านี้เลย

ประเด็นข่าวด้านลบที่กระทบกับวงการตำรวจที่ เกิด ขึ้นหลายเรื่อง นับแต่การที่ชุดติดตามคนร้ายคดีพยายามฆ่านายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอ้างว่ามีไส้ศึก การพยายามกดดันให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่อยู่ปฏิบัติราชการในสำนักงานเพื่อแต่งตั้งผู้รักษาการแทน ปัญหาการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ถึงขั้น ส.ส. คนใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อ้างว่า มีข้อมูล ทั้งพยานบุคคล และเอกสารนั้น จะพบว่าทุกเรื่องที่เป็นข่าว ล้วนเชื่อมโยงเพื่อให้มีผลต่อการทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายตำรวจทั้งสิ้น

ข้อมูลที่ส่งผลสะเทือนต่อตำแหน่งหน้าที่ของนาย ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงนับแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จนถึงระดับ ผู้บัญชาการภาค และผู้บังคับการ ทั้งปวงอยู่ที่การให้สัมภาษณ์ของนักการเมือง โดยเฉพาะ ส.ส. ที่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีที่อ้างว่ามีข้อมูลและพยานการซื้อขายตำแหน่ง ระบุพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และมี ส.ส. จากพรรคเดียวกันสำทับอีกว่า การซื้อขายมีมานานแล้ว ในยุคนี้แต่ละชั้นจะกำหนดราคาชัดเจน เช่น ผู้บังคับการ 10 ล้านบาท ระดับรองก็ลดหลั่นลงมา บางคนไม่รับเงินเอง แต่หลังบ้านเปิดรับ อาจไม่เป็นเงินแต่ขอเป็นพระเครื่อง

คำกล่าวร้ายว่าด้วยการซื้อขายตำแหน่งในวงการ ตำรวจมิได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่ไม่ค่อยปรากฏการสอบสวนหรือเอาผิดกันอย่างจริงจัง และการแก้ไขก็ไม่มีความจริงจังต่อเนื่อง ในครั้งนี้ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ออกมาเปิดเผยการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจบางพื้นที่ ก็มิได้เดินเรื่องให้เกิดผลในทางคดีความเพื่อหาผู้กระทำผิด ออกมาให้ข้อมูลในครั้งนี้ มีจุดประสงค์หลัก เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตซื้อขายตำแหน่ง มากกว่าการมุ่งหวังที่จะนำคนผิดมาลงโทษ แต่หากพบว่าเกิดความไม่โปร่งใส ก็จะนำข้อมูลส่งให้กับทางคณะกรรมาธิการการตำรวจทันที หลังจากการโยกย้ายข้าราชการตำรวจเสร็จสิ้น เพราะถือว่าการกระทำผิดได้สำเร็จแล้ว

ตำรวจเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และความมั่นคงของราชอาณาจักร ภาระดังกล่าวนี้กลับทำให้ตำรวจส่วนน้อยบางรายใช้เครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ จนยอมทำทุกวิถีทางให้ได้เข้าสู่ตำแหน่งในพื้นที่ที่ต้องการ แต่จะทำให้ประชาชนโดยส่วนรวมต้องเสียโอกาส ขาดความมั่นคง ปลอดภัย จึงเป็นหน้าที่ของนักการเมือง ประกอบด้วย นายก รัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ รมว.มหาดไทย รมว.ยุติธรรม กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ซึ่งต้องกำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจ และกำกับดูแลตำรวจ จะต้องหาวิธีป้องกัน และดำเนินการมิให้มีการกระทำอัน มิชอบเกิดขึ้น แต่ต้องระวังมิให้ภาพของตำรวจเลวร้ายลงไป โดยไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!