ใครคิดอะไรรู้กันหมด

ผมสังหรณ์ใจอย่างไรก็ไม่รู้กลัวว่าหลังวันที่ 17 ส.ค. บรรดาแกนนำ นปช. ซึ่งประกอบด้วย วีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อาจต้องเปลี่ยนเคหสถาน จากบ้านพักไปอยู่ที่เรือนจำ

ดูเอาเถอะครับหลังจาก สามเกลอหัวกลม ประกาศเป็นแกนนำรวบรวมรายชื่อประชาชนไปยื่นถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาหนีคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกา นอกจากจะ มีนักวิชาการที่ยึดถือ ข้อกฎหมายและความถูกต้อง ข้าราชการระดับปลัดกระทรวง อาจารย์จากสถาบันต่าง ๆ อดีตผู้นำรัฐบาล ออกมาคัดค้านและชี้ให้เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

ยังมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับ นปช. และคนเสื้อแดงไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดเพื่อไม่ให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 และความผิดตามมาตรา 198 ข้อหาดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาคดี หรือกระทำการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาล

แต่ผมว่าบรรดาแกนนำ นปช. คงคิดว่างานนี้คุ้ม แค่ค่าถ่ายเอกสารและการจัดชาวบ้านมาร่วมกิจกรรม ในวันยื่นถวายฎีกาคงท้องอิ่มนอนหลับไปหลายวันแล้วล่ะครับ

ทั้ง ๆ ที่ตามระเบียบข้อัติของการขอพระราชทาน อภัยโทษประเภท เฉพาะบุคคล นักโทษที่จะยื่น ขอพระราชทานอภัยโทษ ได้นั้นจะต้องเข้าหลักเกณฑ์คือ 1.คดีถึงที่สุด และนักโทษอยู่ในที่คุมขัง 2.บิดา มารดา บุตร คู่สมรส เป็นผู้มีสิทธิยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ

ดังนั้นการถวายฎีกาของแกนนำ นปช. และคนเสื้อแดง เพื่อหวังช่วย นายใหญ่ ครั้งนี้ดูข้อกฎหมายหรือจะหาช่องทางเลี่ยงกันอย่างไร ก็ไม่เข้าข่ายอยู่ดี และถ้าหากมาบอกว่ากระบวนการพิจารณา คดีจัดซื้อที่ดินบริเวณย่านถนนรัชดาภิเษก ซึ่งนำมาสู่การตัดสินจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเวลา 2 ปีไม่ถูกต้อง

ผมก็อยากย้อนถามว่า ทำไมเวลาที่ศาลฎีกามีการพิจารณา คดีการยึดทรัพย์จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาท อดีตนายกฯ ขวัญใจแกนนำ นปช. และคนเสื้อแดง ถึงสู้เต็มที่เลยครับ ทำกันถึงขนาด ขอให้ปากคำผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือการให้น้องสาวสุดที่รักและคนใกล้ชิดเข้าให้ข้อมูลกับกระบวนการพิจารณาของศาลอย่างต่อเนื่อง

เอาล่ะครับในเมื่อแกนนำ นปช. จะขอพึ่งพระบารมีขององค์ประมุขของชาติเพื่อแสดงความจงรักภักดี และทำให้สังคม ไม่เคลือบแคลงใจ ขอถามว่า บรรดาผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และเคยเข้าร่วมกิจกรรมกับ นปช. อย่าง จักรภพ เพ็ญแข นายสุชาติ นาคบางไทร ซึ่งหลบหนีไปต่างประเทศ ดา ตอร์ปิโด หรือแม้กระทั่ง นายวีระ มุสิกพงศ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอยู่ในคดีเดียวกัน แกนนำ นปช. จะให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนหรือติดตามคนที่หลบหนีไปต่างประเทศให้เข้ามารับโทษหรือต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอย่างไรบ้างครับ

วันนี้ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศรู้แล้วว่า พรรคการเมืองไหน หรือ นักเคลื่อนไหวกลุ่มไหน คิดอย่างไรกับสถาบันหลักที่สำคัญของประเทศเรา ทำให้ผมย้อนกลับไปคิดว่า มันมีเหตุผลอะไร ทำไม นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ซึ่งเคยได้รับความไว้วางใจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงยอมตัดสินใจเลิกยุ่งเกี่ยวกับอดีตนายกฯ

หรือคำพูดบางประโยคที่นายใหญ่ เคยพูดกับใครบางคน ถ้าหากผู้ร่วมวงสนทนานำมาเปิดเผย ผมว่าชาตินี้อดีตนายกฯ คงต้องร่อนเร่พเนจรไปตลอดชีวิต.

เขื่อนขันธ์

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!