บิ๊กจิ๋ววอนแดงถวายฎีกาตระหนักถึงสถาบัน ตร.-ทหารถกร่วมรับมือ มาร์คย้ำจับตามือที่3เป็นพิเศษ

บิ๊กจิ๋วรับเสื้อแดงทาบถวายฎีกาจริง วอนตระกหนักถึงสถาบัน ตร.-ทหาร ประชุมร่วมรับมือมวลชนเคลื่อนไหว 17 ส.ค. ยันให้เข้ายื่นไม่เกิน50คน นายกฯไม่ว่า แต่อย่ารุนแรง ย้ำจับตามือที่ 3 เป็นพิเศษ เตือนส.ส.เพื่อไทย พูดอะไรต้องระวังไม่เชื่อมีปฏิวัติเงียบ โฆษกปชป.ขอแกนนำรักษาคำพูด วิเชียรถกรับมือเสื้อแดงถวายฎีกา ยันให้เข้ายื่นไม่เกิน50คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ประชุมร่วมกับตัวแทนกองทัพภาคที่ 1 กรุงเทพมหานคร และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า กำลังตำรวจ 10 กองร้อย 1,500 นาย เพียงพอในการดูแลความสงบเรียบร้อย และแม้ตำรวจจะไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังคนจำนวนมากมากดดัน แต่เมื่อสำนักพระราชวังไม่ขัดข้อง ตำรวจจะจัดกำลังดูแลให้ โดยจะปิดถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถึงประตูวิเศษไชยศรี อำนวยความสะดวกในการวางกล่องเอกสาร และจะอนุญาตให้ไม่เกิน 50 คน ยื่นเอกสารฎีกาที่ประตูวิเศษไชยศรีเท่านั้น ซึ่งจะมีตัวแทนรองราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ออกมารับหนังสือ และตำรวจจะทำหน้าที่ขนเอกสารเข้าไปสำนักพระราชวังให้

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวต่อว่า จะไม่มีเหตุปะทะ หรือความวุ่นวายระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อน้ำเงินที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ นายเนวิน ชิดชอบ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่จะมีคำพิพากษาคดีทุจริตกล้ายาง เพราะได้จัดกำลังดูแลพร้อมแนวกั้นเขต ฝ่ายใดที่ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอแกนนำเสื้อแดงรักษาคำพูด ยุติเคลื่อนไหว

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ที่จะมีการยื่นถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรับผิดชอบต่อคำพูดที่ว่า เมื่อถวายฎีกาเสร็จสิ้น จะยุติการเคลื่อนไหว พร้อมยืนยันว่า ขั้นตอนการถวายฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นขั้นตอนที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและราชประเพณี จึงขอให้คนไทยปกป้องสถาบันเบื้องสูงไม่ให้ถูกดึงมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง และยุติการเข้าร่วมถวายฎีกา ในวันพรุ่งนี้

ขณะที่ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงผิดเงื่อนไขการประกันตัว ที่ระบุว่า ห้ามเคลื่อนไหวยุยงปลุกปั่นทางการเมืองหรือไม่ โดยหากเข้าลักษณะดังกล่าวต้องถอนประกันและจับกุมทันที บิ๊กจิ๋วยอมรับเสื้อแดงทาบยื่นฎีกา วอนตระหนักถึงสถาบัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร บางเขน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ ภริยา พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันต์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก และอดีตนายทหาร ร่วมกันทำบุญดวงวิญญาณวีรชนผู้ล่วงลับกับเหตุการณ์ในอดีต

จากนั้น พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองว่า ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะเสียใจกัน และมีแต่ความเสียหายเกิดขึ้น รวมถึงไม่มีใครแพ้หรือชนะ แต่จะแพ้ด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะประเทศชาติจะเป็นผู้แพ้ ประชาชนไม่รู้เรื่องอะไรก็จะเป็นผู้แพ้น่าสงสารเป็นที่สุด

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ในวันที่ 17 ส.ค.นี้หวั่นจะเกิดบานปลายหรือไม่ ต กล่าวว่า อยากให้อดีตเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายของความขัดแย้งในชาติเรา เมื่อถามว่า มองการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ตนยังไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์อะไร เพราะยังไม่เห็นอะไรและยังไม่เห็นวิธีการ แต่อาจจะมีอะไรที่พวกเรายังไม่ทราบก็ได้ ดังนั้น ไม่ได้ไปต่อว่าคนที่ต่อต้าน เพราะเป็นเรื่องความห่วงใย ทุกคนห่วงใยในสิ่งที่จะกระทบกับสถาบันของเรา เป็นสถาบันที่เคารพบูชา ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะให้ข้อคิดเห็นให้ความห่วงใย และพวกเสื้อแดงก็จะต้องคิดสิ่งนี้เหมือนกัน ผมไม่คิดว่าจะทำไปโดยไม่ได้พัฒนาหรือปรับปรุงให้มันถูกต้องให้มันดีขึ้น

เมื่อถามว่า มีข่าวว่าท่านเป็นหนึ่งรายชื่อ 15 คนที่จะเป็นผู้ร่วมอ่านคำถวายฎีกา พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า คงไม่มี แต่มีความพยายามเหมือนกันที่จะอยากจะให้ตนเข้าไปช่วยเหลือ แต่ความจริงตนก็อยากช่วยเหลือทุกคนทั้งนั้น แต่ก็พยายามให้ข้อคิดเห็นไปเขาคงได้รับทราบแล้ว และได้พยายามแก้ไขกันไป ทั้งนี้ ต้องแก้ปัญหากันทีละเรื่อง เพราะหากแก้ไขทีเดียวคงไม่ไหว เชื่อการยื่นถวายฎีกาในวันที่ 17 ส.ค.นี้จะไม่เกิดเหตุการณ์บานปลาย ซึ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงถือเป็นแนวทางหนึ่งอย่าเพิ่งไปต่อว่ากัน เรายังไม่เห็นว่าเขาคิดอย่างไร หรือจะทำอะไร เขาอาจจะทำในสิ่งที่ดีก็ได้ มาร์คไม่ห้ามเสื้อแดงเคลื่อนไหว 17 ส.ค. แต่อย่ารุนแรง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งอาจจะมีมากกว่าหนึ่งกลุ่ม ว่า ถือเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ หากกลุ่มมวลชนเคลื่อนไหว ตามกรอบรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะเคารพและอำนวยความสะดวกให้ ทั้งนี้ เชื่อว่าไม่มีกลุ่มการเมืองใดที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายขึ้น และดำเนินการอยู่ในกรอบกฎหมาย แต่หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นก็จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน กระทบภาพลักษณ์ประเทศ ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นเป้าหมายของการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวใช้สิทธิ์ บนหลักเกณฑ์ ไม่สร้างความรุนแรงกับคนไทยด้วยกัน ต่อมา เวลา 10.00 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการจัดรายการนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 17 สิงหาคม ที่ตำรวจสันติบาลประเมินไว้จะมีคนมาร่วมชุมนุม 20,000 คน ว่า ตนเพิ่งได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รรท.ผบ.ตร.แล้วคิดว่าน่าจะบริหารจัดการกันได้ และมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สมมติว่าเข้ามาชุมนุม 20,000 คนก็แล้วแต่ความสำคัญอยู่ที่การจัดให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย

ย้ำจับตา "มือที่สาม เป็นพิเศษ ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเริ่มที่พยายามให้มีการปะทะกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นจ.พะเยามีการไปบุกที่อีกฝ่ายประชุมอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในต่างจังหวัดตนได้ย้ำไปหลายครั้งแล้วว่าการใช้สิทธิ์ของแต่ละฝ่ายต้องเปิดโอกาสให้กันและกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลไม่ให้มีการปะทะกัน ในวันที่ 17 สิงหาคมก็เหมือนกัน หากมีกลุ่มอื่นเข้ามาได้กำชับไปแล้วว่าต้องมีวิธีการไม่ให้เผชิญหน้ากัน เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่อาจจะมีกลุ่มที่เป็นมือที่ 3 เข้าสร้างสถานการณ์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเหตุผลที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงได้กำชับไปอีกรอบ และได้รับการยืนยันจากคนทำงานทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหา่ามีความพร้อมจะดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องยอมรับว่าความคิดเห็นที่แตกต่างมันยังค้างอยู่ เราต้องใช้เวลา และใช้บทเรียนอย่างที่ตนย้ำตลอดว่าที่ผ่านมาได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชา ชนคนไทยเวลาที่เกิดความไม่สงบขึ้น ดังนั้นอย่าให้เกิดขึ้นอีก ถ้าเกิดขึ้นคนที่เดือดร้อนคือคนทั้งประเทศ และกลุ่มนั้นๆจะถูกสังคมมองว่า เป็นตัวปัญหาในบ้านเมือง ถ้าเคลื่อน ไหวในกรอบความสงบไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจว่าฝ่ายความมั่นคงคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาต้องทำได้เพราะเป็นความรับผิดชอบ บอกส.ส.เพื่อไทย พูดอะไรต้องระวัง เมื่อถามว่า ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยมักจะออกมาบอกว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น และอีก 3 เดือนจะเกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่เหมือนปี 2475 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าพูดจากอะไรในลักษณะที่เป็นการยั่วยุ ความจริงตนอยากบอกว่าหลายคนมีเรื่องในอดีตที่เป็นคดีค้างอยู่ซึ่งศาลต้องพิจารณาตรงนี้อยู่แล้ว อยากให้นักการเมืองระมัดระวัง บางครั้งตนเข้าใจที่ต้องการให้เกิดความฮึกเหิมอะไรก็แล้วแต่ไม่ได้เป็นผลดี ตนเรียนมาตลอดว่ามันจะมีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย เราคงไปเปลี่ยนใจเขาไม่ได้ แต่หน้าที่เราคืออย่าให้เขาเข้ามามอิทธิพลเพียงพอจนทำให้เกิดเหตุการณ์ และหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องจัดการเด็ดขาด จริงๆแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนมา เหตุการณ์ต่างๆค่อนข้างเรียบร้อย ก็อยากให้เป็นอย่างนี้ต่อไป เล็งตรวจรายชื่อในใบฎีกาเสื้อแดง

เมื่อถามว่า หลังการยื่นฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดงรัฐบาลจะดูแลสถานการณ์อย่างไรต่อไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยหลักสำนักราชเลขาธิการจะส่งเรื่องมาขอความเห็นจากรัฐบาล และรัฐบาลจะส่งความเห็นไปทั้งในเรื่องข้อกฎหมายด้านต่างๆเป็นอย่างไร อย่างที่เห็นเบื้องต้นขณะนี้กรณีนี้ไม่ใช่การขอพระราชทานอภัยโทษ ส่วนจะเป็นการฎีกาความเดือดร้อนทั่วไปหรือเป็นฎีกาการเมืองรัฐบาลจะให้ความเห็นไป พร้อมๆกับการตรวจสอบรายชื่อเบื้องต้นว่าถูกต้องหรือไม่ เป็นเรื่องที่ทางสำนักราชเลขาธิการจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดสินใจ ไม่เชื่อมีปฏิวัติเงียบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯห่วงหรือไม่ว่าจะมีการใช้ช่วงเหตุการณ์ชุลมุนช่วงนี้ก่อเหตุ เพราะมีการออกมาพูดเรื่องปฏิวัติเงียบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข่าวเช่นนี้ส่วนใหญ่ก็ออกมาจากคนที่เคลื่อนไหวที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่ตนยืนยันว่ายังมองไม่เห็นว่าหากเกิดสิ่งเหล่านั้นขึ้นแล้วบ้านเมืองจะเดินไปอย่างไร มีแต่จะเกิดความวุ่นวายเดือนร้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อถามว่า อย่างพล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกลาโหมออกมาบอกว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีการปฏิวัติเงียบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คือเราไม่ประมาท แต่เราก็ยังมั่นใจว่าระบบการทำงานและสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เราผ่านเหตุการณ์ต่างๆไปได้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!