รวบแล้ว4พนง.ขนเงินแอบฉก13ล้านตู้เอทีเอ็มระยอง

รวบแล้ว4พนง.ขนเงินแอบฉก13ล้านตู้เอทีเอ็มระยอง

ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงแบงก์ ล่าโจรฉกเงินกว่า 13 ล้านบาทจากตู้เอทีเอ็ม พร้อมประสานให้พี่สาว รปภ.ต้องสงสัยให้ช่วยเกลี้ยกล่อมเข้ามอบตัว มั่นใจเป็นคนร้ายก่อเหตุ เตรียมออกหมายจับแล้ว พร้อมส่งกำลังไล่ล่าที่เมืองโคราชบ้านเกิด ล่าสุดสามารถจับกุม 4 พนักงานขนเงินเตรียมออกหมายจับอีก 7 ราย

ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้กุญแจไขตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำนวน 4 ตู้ ก่อนฉกเงินกว่า 13 ล้านบาทหนีลอยนวล ล่าสุดตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียด ก่อนกระจายกำลังออกไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวแล้ว เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม พ.ต.อ.ภิรมย์ ปรียาภรณ์ ผกก. สภ.บ้านฉาง กล่าวว่า ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจดูจุดตั้งกล้องวงจรปิดที่จุดตู้ 431 ริมถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าไป อ.สัตหีบ ชลบุรี เพื่อตรวจสอบรถที่ผ่านไปในเวลากลางคืนบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นภาพยังไม่ชัดเจนต้องเรียกพนักงานของบริษัทบริ๊งค์มาสอบเพิ่มเติม

ด้าน พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ระยอง กล่าวว่า คดีนี้ได้มอบให้ พ.ต.อ.มนต์ชัย สีใส รอง ผบก.ระยอง ดูแลคุมคดีในด้านการสอบสวนสำนวน พ.ต.อ.อิทธิเดช เจริญสหายานนท์ รอง ผบก.ระยอง ดูแลด้านการติดตามจับกุม นอกจากนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.ต.มาบตาพุด ไปพบนางเตือนจิต โทมี ที่ อ.เมือง จ.สระบุรี พี่สาวของนายณรงค์ โทมี เพื่อขอให้เกลี้ยกล่อมให้น้องชายเข้ามอบตัว ขณะเดียวกันให้ตำรวจอีกสายขึ้นไปที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา บ้านเกิดนายณรงค์ เพื่อสอบถามญาติพี่น้อง หากใครพบพยายามพูดให้มอบตัว

"การไขกุญแจเข้าไปลักเงินจากตู้เอทีเอ็มครั้งนี้ตรวจสอบดูแล้วคนร้ายได้เงินไปประมาณ 13 ล้านบาทเศษ คือตู้เอทีเอ็มหน้าริมถนนสุขุมวิท สาขากระเฉด ต.แกลง จำนวน 2 ตู้ ตู้ละ 1 ล้านบาทเศษ กับ 3 ล้านบาทเศษ ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 4 ล้านบาทเศษ และที่ อ.บ้านฉาง 5 ล้านบาท เชื่อว่านายณรงค์เป็นคนร้ายแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์" พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ กล่าวและว่า

วันนี้จะออกหมายจับกุมนายณรงค์ และได้ตรวจสอบดูกล้องที่บริเวณตู้เอทีเอ็ม สาขากระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง ที่คนร้ายใช้ร่มกางปิดบังขณะเข้าไปก่อเหตุ เชื่อว่า น่าจะมีคนร่วมมือไม่ต่ำกว่า 2 คนขึ้นไป ทั้งนี้นายณรงค์นิสัยชอบเล่นการพนันเพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัทบริ๊งค์ได้ 10 เดือน ในตำแหน่ง รปภ. สามารถถือกุญแจได้อย่างอิสระ จากการสังเกตของเพื่อนพนักงานด้วยกันบอกว่า การเก็บกุญแจไม่มีการรัดกุม ใครเอากุญแจไปใช้แล้วมาวางไว้ก็ได้ ทำเหมือนเป็นกุญแจบ้านธรรมดา ไม่ใช่กุญแจตู้เอทีเอ็มมีเงินหลายล้าน ใครจะนำไปปั๊มกุญแจสำรองก็ได้ไม่มีใครรู้

ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 น. พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.ระยอง ชุดสืบสวน สภ.เพ , สภ.มาบตาพุด และ สภ.บ้านฉาง ได้บุกเข้าจับกุมนายพนมกร เกตุหอม อายุ 27 ปี นายกิตติทัศน์ หนองแคน อายุ 28 ปี นายสุรศักดิ์ เดชสงฆ์ อายุ 27 ปี และนายจรัญ บุญเทา พร้อมนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.มาบตาพุด โดยแยกสอบทั้ง 4 คน หลังนำตัวนายกิตติทัศน์ ไปค้นบ้านพัก ที่ ต.ทับมา อ.เมืองระยอง พบเงินที่โจรกรรมมาซุกซ่อนไว้เป็นจำนวนเงิน 1,200,000 บาท

นายพนมกร ให้การรับสารภาพว่า เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยนายกิตติทัศน์ เป็นคนขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ กาแลนท์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 ฐ - 5301 กรุงเทพฯ กระจกหน้ารถติดตราสมาคมนักข่าวระยอง ร่วมกับพวกทั้ง 4 คน ไปไขเอาเงินในตู้เอทีเอ็ม สาขากะเฉด ท้องที่ สภ.เพ อ.เมืองระยอง จำนวน 2 ตู้ หลังจากก่อเหตุจึงนำกล่องพลาสติกบรรจุเงิน ไปเผาทำลายบริเวณเขายายดา ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จากนั้นได้ไปไขเงินตู้เอทีเอ็ม ฝั่งตรงข้ามบริษัทไทยพลาสติก และเคมีภัณฑ์ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จากนั้นก็พากันไปไขเอาเงินตู้เอทีเอ็ม สาขาบ้านฉาง

นายพนมกร ให้การรับว่า เงินที่ไขมาจากตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 4 ตู้ นำเงินไปใส่ตู้เอทีเอ็มที่ขาดจำนวนรวมทั้งหมดกว่า 10 ตู้ ประมาณ 15 ล้านบาท และมีเงินเหลือในตู้เอทีเอ็มสาขาบ้านฉางจำนวน 1,200,000 บาท นายกิตติทัศน์ ได้นำเงินไปเก็บที่บ้านคนเดียว และให้การย้อนหลังว่า ก่อนหน้านี้ นายณรงค์ โทมี อายุ 36 ปี พนักงานขนเงินบริษัท BRINGS THAILAND จำกัด บริษัทเดียวกัน ได้เคยแอบนำเงินจากตู้เอทีเอ็ม.กว่า 10 ตู้ ตู้ละหลายแสนบาท รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาทมาแล้ว ทั้งนี้ยังทราบว่า นายณรงค์ เป็นนักเล่นม้า และเล่นพนันฟุตบอล คู่ละหลายหมื่นบาท นายณรงค์ เคยให้เงินตนและเพื่อนคนละประมาณ 500,000 บาท ตนและเพื่อนทั้ง 4 คน ได้นำเงินไปคืนนายณรงค์ทุกคน ต่อมาก็พยายามช่วยเหลือนายณรงค์ โดยการนำเงินตู้เอทีเอ็ม ซึ่งมีทั้งหมดกว่า 40 ตู้ ขนย้ายเงินไปใส่ตู้เอทีเอ็มที่ขาดให้ครบจำนวน พวกตนไม่เคยยักยอกเงินดังกล่าวมาใช้ส่วนตัวเลย

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมยังไม่เชื่อคำให้การผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน ที่ให้การซัดทอดไปที่นายณรงค์ ผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีแต่เพียงผู้เดียว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบปากคำให้เสร็จ และในวันพรุ่งนี้จะขอออกหมายจับทั้ง 4 คน และเตรียมขอหมายจับเพิ่มอีก 7 คน คือ นายวิราเชน เสมอใจ นายแสนธิ โคกมนคูล นายวัลลพ ธรรมชาติ นายอภิชา มาโน นายสุรศักดิ์ คัดสอน นายอรัญ มูลโชค และนายอารีย์ แสงเซอร์ ทั้งหมดเป็นพนักงานขนเงินบริษัทเดียวกัน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ามีส่วนรู้เห็นทำกันเป็นขบวนการ

ทางด้านตำรวจได้เดินทางไปสอบปากคำพี่สาวนายณรงค์ ที่จ.สระบุรี โดยให้การว่า นายณรงค์ เคยมาเล่าให้ฟังว่าพนักงานขนเงินทั้ง 11 คน ยักยอกเงินตู้เอทีเอ็ม.กันมานานแล้ว ถ้าไม่ร่วมมือด้วย ก็ทำงานไม่ได้ ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด