ปชป.แฉแดงหลอกคนระยองลงชื่อฎีกา

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พรรคประชาธิปัตต์ แฉ เสื้อแดงหลอกชาวบ้าน จ.ระยอง ลงชื่อถวายฎีกาช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ โดยแอบอ้างลงชื่อเพื่อช่วยเหลือด้านเอกสารที่ดินทำกิน ด้าน พท.เตรียมฟ้องศาลปกครอง กรณี มท.ตั้งโต๊ะคัดค้านถวายฎีกาเชื่อเป็นใบสั่งจากผู้มีบารมี นอกพรรคร่วมรัฐบาล

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง อ้างรายชื่อประชาชนที่เข้าชื่อเพื่อยื่นถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า มีการพบข้อเท็จจริงว่ารายชื่อที่อ้างนั้นไม่เป็นความจริงทั้งหมด เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่ามีหัวคะแนนของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยพร้อมกับตำรวจนอกราชการ ลงพื้นที่ จังหวัดระยอง เพื่อหลอกประชาชนใน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่เดือดร้อนเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยหลอกประชาชนว่าให้ลงชื่อเพื่อจะออกเอกสารสิทธิ์ ที่ดินให้ รวมทั้งการลงชื่อเพื่อขอบ้านเอื้ออาทรและการลงชื่อได้รับค่าตอบแทนประมาณ 500-1,000 บาท และมีการนำรายชื่อของประชาชนที่ลงชื่อดังกล่าวไปรวมกับรายชื่อยื่นถวายฎีกา

ด้าน นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ จังหวัดสุโขทัย ว่า มีการแจ้งประชาชนในพื้นที่มาสร้างความวุ่นวายเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมกับให้กลุ่มดังกล่าวลงชื่อเพื่อยื่นถวายฎีกาช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกด้วย

ขณะที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่กระทรวงมหาดไทยได้ออกคำสั่งแกมบังคับหน่วยงานในสังกัด ให้เกณฑ์ประชาชนมาลงชื่อคัดค้านการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินและไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ในวันอังคารที่ 11 ส.ค. เวลา 09.30 น. พรรคจะนำประชาชนที่เข้าชื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาจำนวนหนึ่งไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขอตั้งขอสังเกตด้วยว่า การดำเนินการดังกล่าวน่าจะเป็นความตั้งใจของผู้มีบารมีนอกพรรคร่วมรัฐบาลบางคนที่ต้องการให้เกิดเงื่อนไขของความขัดแย้ง

ขณะเดียวกันโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวด้วยว่า ขอฝากเตือนไปยังนายกรัฐมนตรีว่าอย่าได้ไปหลงกลบุคคลดังกล่าว ซึ่งการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อคัดค้านดังกล่าวนั้นจะเป็นการนำประชาชนเข้าสู่ความขัดแย้งและการเลือกข้างมากขึ้น