เนื้อวัวแองกัสในร้านแมคโดนัลด์

ถ้าพูดถึงเนื้อวัวชั้นเยี่ยมของประเทศญี่ปุ่น ใครๆ ก็ต้องนึกถึงเนื้อโกเบ แต่ถ้าเป็นเนื้อวัวระดับเลิศจากอเมริกาล่ะ หากยังนึกไม่ออก เราก็ขอเฉลยว่า คำตอบคือ เนื้อแองกัส หรือเนื้อวัวแองกัส (angus)นั่นเอง ด้วยความที่เป็นเนื้อคุณภาพดี มีไขมันแทรกสลับอยู่ในกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นที่นิยมนำมาทำเป็นเนื้อสเต็กคุณภาพพรีเมียม ซึ่งแน่นอนว่า ราคาสูงกว่าเนื้อโคทั่วไป

แต่ถึงจะแพงขนาดไหน ผู้ที่ชื่นชอบบริโภคเนื้อวัวก็ยังคงยอมจ่าย ทำให้เชนร้านฟาสต์ฟูดรายใหญ่อย่างแมคโดนัลด์ ตัดสินใจว่า ถ้าจะออกเบอร์เกอร์ใหม่มาสัก 1 เมนู ณ เวลานี้ มันก็น่าจะเป็นเบอร์เกอร์เนื้อแองกัสนี่แหละ วัตถุประสงค์ก็เพื่อสะท้อนให้เห็นถึง คุณภาพ ในระดับพรีเมียมของสินค้าใหม่ภายในร้านแมคโดนัลด์

หลายคนออกจะสงสัยว่า เศรษฐกิจก็ยังไม่สดใส ใครต่อใครก็พากันประหยัด แล้วเหตุใดแมคโดนัลด์ถึงตัดสินใจวางตลาดเบอร์เกอร์เนื้อแองกัส หรือชื่อเมนู แองกัส เดอลุกซ์ (Angus Deluxe) ออกมา โดยตั้งราคาซะ 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 136 บาท (น้ำหนักเนื้อ 1/3 ปอนด์) ขณะที่เบอร์เกอร์บิ๊กแมคราคาประมาณ 3.75 ดอลลาร์สหรัฐฯ และควอเตอร์ ปาวน์เดอร์ (น้ำหนักเนื้อ ผ ปอนด์) บวกชีส ราคาประมาณ 3.45 ดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้บริหารของแมคโดนัลด์กล่าวว่า ส่วนผสมทุกอย่างของเมนูนี้สะท้อนคุณภาพล้วนๆ ซึ่งนอกจากเนื้อวัวชั้นดีแล้ว ตัวขนมปังก็เป็นขนมปังคุณภาพออกรสหวานนิดๆ มีไส้ผักและอื่นๆ ให้เลือกจุใจ เช่น เบคอน เห็ด ชีสเกรดเอจากสวิส เป็นต้น ซึ่งจะว่าไปแล้วการนำเสนอเมนูคุณภาพในราคาที่ขยับสูงขึ้นมาหน่อยเมื่อเทียบกับเมนูทั่วไป แต่ก็ยังอยู่ในระดับราคาไม่แพงมากจนเกินไปเมื่อเทียบกับภัตตาคารหรือร้านอาหารนั้น เป็นการปรับตัวของแมคโดนัลด์ที่ดำเนินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่การนำเสนอกาแฟระดับพรีเมียมภายในมุมแมคคาเฟ่ ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายยกระดับคุณภาพสินค้าเพื่อเอาใจผู้รักสุขภาพ ที่เคยมองว่าเมนูในอดีตของแมคโดนัลด์นั้นเป็นอาหารขยะที่อุดมไปด้วยไขมันและโซเดียม หลังๆ ทางร้านก็มีการเพิ่มเมนูสลัดผักและผลไม้ เนื้อไก่ไม่ติดมัน รวมทั้งเมนูไก่ย่าง

มาร์ทา ฟีรอน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของแมคโดนัลด์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า บริษัทฟังเสียงของลูกค้าเสมอ จึงรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เรารู้ว่าแม้ในภาวะเศรษฐกิจ (ซบเซา) เช่นนี้ ทุกอย่างที่แมคโดนัลด์นำเสนอก็คือคุณค่าที่คุ้มค่า (value) การที่ลูกค้ารู้ว่าถ้ามาที่ร้านแมคโดนัลด์ แล้วพวกเขายังสามารถได้เบอร์เกอร์เนื้อชั้นดีขนาด 1/3 ปอนด์พร้อมกับเครื่องปรุงคุณภาพเยี่ยมอื่นๆ ในราคาที่ไม่น่าเชื่อ นั่นมันก็เป็นเรื่องที่เกินจะห้ามใจไหว

จากการทดลองตลาดมาได้ระยะหนึ่งแล้วในร้านแมคโดนัลด์บางสาขาที่ชิคาโก เบอร์เกอร์แองกัส เดอลุกซ์ ทำยอดขายได้ดี กระนั้นก็ตามผู้บริหารของแมคโดนัลด์ยอมรับว่า จังหวะเวลาอาจจะไม่ดีนักสำหรับสินค้าตัวใหม่นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ฟื้นตัวนัก แต่ลูกค้าก็ชื่นชอบสินค้าใหม่ของเรา

นั่นเป็นเหตุผลให้แมคโดนัลด์ทำการตลาดสินค้าอย่างรอบคอบ โดยวางตำแหน่งให้แองกัส เดอลุกซ์ เป็นเบอร์เกอร์สำหรับคนที่ใส่ใจในคุณภาพ บริษัทไม่ต้องการให้ลูกค้าสตรีรู้สึกว่า เมนูใหม่นี้เป็นสินค้าสำหรับผู้ชายอีกด้วย (เพราะขนาดชิ้นเนื้อใหญ่ๆ อาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่า มันน่าจะทำให้อ้วน) ดังนั้นโฆษณาทางสื่อต่างๆ ของเมนูนี้ จึงเน้นทั้งคุณภาพของเนื้อแองกัสและเครื่องปรุงอื่นๆ ซึ่งใช้เป็นไส้เบอร์เกอร์

นอกจากนี้ ในการทำโฆษณาเจาะผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ แมคโดนัลด์ยังเลือกที่จะสื่อแง่มุมที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มซึ่งแตกต่างกันไป ยกตัวอย่าง หากโฆษณาไปยังกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน ก็จะเน้นไปที่รสชาติ แต่ถ้าโฆษณาเจาะกลุ่มตลาดเอเชียก็จะเน้นไปที่ทางเลือกอันหลากหลายของไส้เบอร์เกอร์ (topping) แต่ถ้าเป็นตลาดชาวอเมริกันทั่วไป ก็ต้องเน้นที่เนื้อแองกัสซึ่งมีให้เลือก 3 แบบ

ในช่วงโปรโมชัน บริษัทจะไม่ใช้วิธีการแจกคูปองรับเบอร์เกอร์ฟรีเหมือนที่เคยทำมา เนื่องจากสินค้าใหม่นี้เน้นความมีระดับ เพราะคัดสรรคุณภาพมาอย่างดี ฉะนั้น แมคโดนัลด์จึงเลือกใช้การแจกคูปองทางออนไลน์ให้ลูกค้าสามารถนำคูปองไปรับเฟรนช์ฟรายด์และเครื่องดื่มฟรี เมื่อซื้อแองกัส เดอลุกซ์ ที่ร้านแมคโดนัลด์ โดยคูปองดังกล่าวสามารถเข้าไปขอรับได้จากเว็บไซต์ยอดนิยมอย่างมายสเปซ ยูทูบ และเว็บเครือข่ายของแอดดอตคอม เป็นต้น

เรียกว่ายิงตรงไปที่กลุ่มเป้าหมาย แบบมีของล่อใจแต่พอประมาณ

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!