คลังเพิ่มประสิทธิภาพเบิกจ่ายแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบพัสดุฯ ให้ลดขั้นตอนและระยะเวลา e-Auction เพื่อให้เบิกจ่ายงบโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาได้ 57 วัน โดยที่ยังคงความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง

นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2552 ว่า กระทรวงการคลังได้เสนอแนวทางเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 สำหรับโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณามีมติ เห็นชอบแล้ว โดยแนวทางดังกล่าว จะเป็นการลดขั้นตอนการดำเนินงานในการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีอ๊อกชั่น สำหรับโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว คล่องตัว แต่ยังคงหลักการ ตามเจตนารมณ์ของระเบียบฯ พ.ศ. 2549 ในเรื่องของความโปร่งใส มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน โดยการลดขั้นตอน คือ

1. ยกเว้นไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการร่างขอรนำร่างขอบเขตของงานและเอกสารประกวดราคาประกาศทางเว็บไซต์เพื่อให้สาธารณชนเสนอแนะ วิจารณ์

2. ยังคงเปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์ทั้ง 2 ขั้นตอน คือการอุทธรณ์ผลการพิจารณาคัดเลือกเบื้องต้น และอุทธรณ์ผลการพิจารณาการเสนอราคา โดยหน่วยงานที่จัดหาพัสดุ และคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) ยังคงต้องพิจารณาข้ออุทธรณ์ อยู่ แต่ระหว่างที่พิจารณาข้ออุทธรณ์นั้น หน่วยงานไม่ต้องระงับการดำเนินการ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้

นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลดขั้นตอนดังกล่าวทำให้สามารถร่นระยะเวลาในการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 ได้ประมาณ 57 วัน คือ ช่วงเวลาที่แต่งตั้งคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) และร่างเอกสารประกวดราคา การนำสาระสำคัญของร่าง TOR และเอกสารประกวดราคาประกาศทางเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานเพื่อให้สาธารณชนเสนอแนะ วิจารณ์ จำนวน 14 วัน และช่วงการพิจารณาอุทธรณ์ ทั้ง 2 ขั้นตอน ประมาณ 43 วัน จากเดิมกระบวนการอ๊ะใช้เวลาประมาณ 85 วัน เมื่อได้รับการยกเว้นดังกล่าวกล่าวจะเหลือระยะเวลาดำเนินการเพียง 28 วัน

"นั่นหมายความว่า เงินงบประมาณจะสามารถเบิกจ่ายได้เร็วขึ้นถึง 57 วัน ช่วยการเบิกจ่ายการลงทุนตามแผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็งปีงบประมาณ 2552 - 2553 ประมาณ 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อ ครม. แจ้งเวียนมติแล้วหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับจัดสรรกรอบวงเงิน สามารถดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบรอไว้ก่อนได้เลย เมื่อได้รับจัดสรรเงินแล้วจะได้ทำสัญญาได้ทันที ซึ่งสามารถช่วยการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างมาก และในส่วนของการเบิกจ่าย และการดูแลความโปร่งใสได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอุปสรรค นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ กล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด