นักวิจัยอิตาลีระบุว่ายาต้านไวรัสชนิดเอ เอช 1เอ็น 1 จะได้ผลดีที่สุดเมื่อแพทย์ตรวจพบและให้การรักษาผู้ป

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

คณะนักวิจัยของมูลนิธิบรูโนเคสส์เลอร์ในอิตาลีเปิดเผยผลการศึกษาว่า ยาต้านไวรัสเอเอช1เอ็น1 จะได้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อแพทย์ตรวจพบและให้การรักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็วภายใน 24-48 ชั่วโมง ดังนั้นการสำรองยาไว้จะไม่มีประโยชน์อันใดหากผู้ป่วยไม่ได้รับยาทันท่วงที ด้วยเหตุนี้จึงควรจัดตั้งระบบเฝ้าระวังที่สามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะการตรวจพบผู้ป่วยเร็วและใช้ยารักษาเร็วเท่าใดจะยิ่งเป็นประโยชน์เท่านั้น โดยขณะนี้มีชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รู้ผลเร็วที่จดทะเบียนในสหรัฐเพียง 3 แบบ เป็นของเอกชน 1 แบบ และของรัฐบาล 2 แบบ นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่า การให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้สูงอายุเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไม่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้มากนัก แต่การให้ยากับคนอายุน้อยได้ผลมากกว่า ขณะที่องค์การอนามัยโลกได้ชี้แนะให้ประเทศต่าง ๆ สำรองยาต้านไวรัสไว้อย่างน้อย 1 ใน 4 ของประชากรในประเทศ ซึ่งมีทั้งยาโอเซลทามิเวียร์หรือที่จำหน่ายในชื่อทามิฟลูและ ยาซานามิเวียร์ หรือที่จำหน่ายในชื่อเรเลนซา ยาทั้งสองชนิดนี้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เสี่ยงมีโรคแทรกซ้อนได้หากได้รับยาภายใน 1-2 วัน เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยหอบหืดหรือโรคเรื้อรัง และสตรีมีครรภ์ อีกทั้งยังใช้ป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย.

เรื่องล่าสุดของหมวด ต่างประเทศ

ดูหมวด ต่างประเทศ ทั้งหมด