''อินเด็กซ์''ทุ่ม1,400ล้านปรับโฉม ''ลิฟวิ่งมอลล์''สาขารังสิต-บางนา

อินเด็กซ์ สบโอกาส อุตฯเฟอร์นิเจอร์ซบตามภาวะอสังหาริมทรัพย์ ทุ่มงบกว่า 1,400ล้านปรับโฉมอินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์รังสิตและบางนา ทั้งเพิ่มพื้นที่และขยับสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นหวังช่วยฉุดยอดขายอีก30% พร้อมลุยขยายสาขาเจาะประเทศเพื่อนบ้าน ย้ำชะลอแผนลงทุนสาขาต่างจังหวัดใหม่ ออกไปแน่นอน

นางสาวจรินทร ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ อินเด็กซ์ และผู้บริหารศูนย์อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจ ถึงภาวะตลาดเฟอร์นิเจอร์ช่วงครึ่งปีแรกซึ่งยังคงซบเซาตามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว และคาดว่าแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าภาวะทั้งอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และอสังหาริมทรัพย์จะดีขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับตัวตามและหันกลับมาพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพมากขึ้น มีการฝึกอบรมพนักงานเพื่อเตรียมพร้อมด้านการบริการในช่วงที่เศรษฐกิจดี ซึ่งจะทำให้บริษัทก้าวล้ำคู่แข่ง นอกจากนี้ยังพยายามบริหารค่าใช้จ่ายลดต้นทุนทางการผลิตและค่าใช้จ่ายอื่นๆทั้งบริษัทแม่และสาขา บริหารสต๊อกสินค้าคงคลังให้พอดีกับยอดขายและพื้นที่ขายสินค้า

ที่ผ่านมาได้มีการปรับลดยอดขายปี 2552 จาก 15% เหลือ 10% เมื่อเทียบกับปี 2551 ที่มียอดขาย 6,800 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 7,500 ล้านบาท ยอดขายที่ทำได้ครึ่งปีอยู่ที่ 3,500 ล้านบาท ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ยังมีต่อเนื่องทุกเดือนยังคงยึดแคมเปญ จอย ไพรซ์ (Joy Price) ซึ่งเป็นนโยบายการตั้งราคาขายต่ำกว่าราคาขายปกติ หรือแม้กระทั่งการซื้อ1แถม1 เป็นต้น นอกจากนี้ยังจะเสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์คอลเลกชันใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดในทุก 1-2 เดือนและยังมีสินค้านวัตกรรมซึ่งเป็นจุดขายออกมาทำตลาดเพื่อทำให้มีความแตกต่าง ส่วนเอเยนต์ต่างจังหวัดก็จะทำโปรโมชันร่วมกันและเข้าไปช่วยผลักดันยอดให้อยู่ตลอด ซึ่งจะขึ้นกับแต่ละพื้นที่

นางสาวจรินทรกล่าวอีกว่านอกจากที่จะพัฒนาบุคลากรแล้วทางบริษัทได้ใช้งบประมาณ 400 ล้านบาทสำหรับปรับปรุงอินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ สาขารังสิตใหม่ให้มีความสวยงามทันสมัยมากขึ้น ทั้งเพิ่มพื้นที่อีก 5,000 ตร.ม. สำหรับสินค้าวินเนอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน ทดแทนแบรนด์เรนด์ ดีไซน์ เป็นการสนองตอบความต้องการของลูกค้าโซนตะวันตก และเมื่อมีพื้นที่รวมทั้งหมด 17,000 ตร.ม. จะทำให้สินค้ามีความหลากหลายมากขึ้น คาดว่าภายหลังการปรับปรุงจะช่วยให้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 30% ซึ่งเปิดเป็นทางการไปแล้ว

นอกจากนี้ยังจะปิดอินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาบางนาเดิมที่อยู่บนตัวอาคารสำนักงานและเป็นการเช่าพื้นที่ระยะสั้น สภาพอาคารไม่ตรงกับคอนเซ็ปต์ จึงย้ายออกมาตั้งเป็นสแตนด์อะโลน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นอยู่ริมถนนบางนา-ตราดเช่นเดิม แต่จะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 18,000 ตร.ม.ทั้งนี้เพราะกำลังซื้อในย่านนี้ยังดีอยู่ และสินค้าส่วนใหญ่สามารถทำยอดขายได้ทุกหมวดสินค้า คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ประมาณปลายเดือนธันวาคมนี้มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท

ส่วนแผนงานการขยายสาขาอยู่ระหว่างการวางแผนคาดว่าจะเน้นที่อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ อีก 2 สาขาอยู่ในกทม.เป็นสแตนด์อะโลนหนึ่งสาขา และในส่วนต่างจังหวัดแม้จะมีการซื้อที่ดินเตรียมไว้หลายแปลง แต่ด้วยภาวะที่ไม่เหมาะกับการลงทุนจึงชะลอการลงทุนออกไปก่อนเพื่อรอให้มั่นใจกับตลาดคาดว่าอาจจะเป็นปี 2554 ซึ่งงบประมาณสำหรับการลงทุนของทั้ง 2 สาขานี้จะอยู่ที่ประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท

แม้จะชะลอการเปิดสาขาในไทยแต่เราก็ให้ความสนใจกับการขยายแฟรนไชส์ออกไปต่างประเทศมากขึ้น อย่างสาขาที่ดูไบก็จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนนี้และยังสนใจประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นคาดว่าจะไปในปีนี้โดยใช้แบรนด์อินเด็กซ์ ลาวก็จะไปในแบรนด์วินเนอร์ซึ่งที่นั่นแบรนด์นี้ขายดีมาก เป็นต้น

นอกจากนี้การขายแฟรนไชส์ก็จะได้ผลในระยะยาว โดยจะได้เรื่องยอดขายเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งจะแตกต่างไปจากการรับจ้างผลิตหรือOEM เพราะเมื่อมีโรงงานไหนที่ผลิตได้ราคาถูกกว่าเขาก็จะไปจ้างที่อื่น จึงเป็นความเสี่ยงแต่ถ้าเป็นแฟรนไชส์ความเสี่ยงของบริษัทจะน้อยลงและเรายังหาช่องทางใหม่ๆอยู่ตลอด เช่นการเพิ่มดีไซเนอร์มาช่วยลูกค้าออกแบบตอนนี้มีอยู่ 50 คนกระจายไปตามสาขาต่างๆซึ่งก็ช่วยเรื่องยอดขายได้มาก และเร็วๆนี้แบรนด์ลอจิก้า เฟอร์นิเจอร์สำนักงานจะมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ทั้งแง่สินค้าและการขายเพราะได้ทีมใหม่เข้ามาบริหารจะมีรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้นและมีเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องผู้บริหารมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทต้องปรับเพื่อการแข่งขัน

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด