โพลไม่เชื่อ มือยิงสนธิ-ตัวจริง
โพลชี้คนไม่แน่ใจจ.ส.อ.-ส.ต.อ.ใช่ผู้ต้องหาคดียิงสนธิ ลิ้มฯจริงหรือเปล่า โดยไม่แน่ใจเกือบ70 เปอร์เซ็นต์ อีก 8.9 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าเป็นแพะ อีก 55 เปอร์เซ็นต์ไม่เชื่อว่าตำรวจจะปิดคดีนี้ได้ บิ๊กบังเปิดใจมีคนโทร.มาขอโทษแล้วเรื่องที่โดนจับโยงไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้ มาร์คขอให้เวลาตำรวจทำงาน ยันทำทุกอย่างตรงไปตรงมา ไม่กลั่นแกล้งใคร บิ๊ก เหวียงเปิดใจอีกรอบไม่กล้าสั่งฆ่าใคร เพราะกลัวบาป ผบ.ตร.ย้ำไม่เคยไปยุ่งกับคดี เพราะมอบหมายให้รองฯธานีไปดูแลทั้งหมดแล้ว
จากกรณีตำรวจขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัย 2 ราย คดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำม็อบพันธมิตรฯ คือ จ.ส.อ.ปัญญา หรือบู่ หรือห่อ ศรีเหรา สังกัดศูนย์สงครามพิเศษลพบุรี กับ ส.ต.อ.วรวุฒิ มุ่งสันติ เจ้าหน้าที่ศูนย์ข่าว บช.ปส. โดยเฉพาะส.ต.อ. วรวุฒินั้นพบว่าตาพิการ 1 ข้าง เพราะโดนคนร้ายแก๊งยาเสพติดรุมทำร้าย และยังมีหน้าที่เปิดโรงแรมให้ทีมสังหาร ล่าสุดตำรวจเข้าตรวจค้นโรงงานทำไม้กฤษณาที่อ.เขาสมิง จ.ตราด ของพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรมว.กลาโหมและอดีตผบ.ทบ. หลังได้เบาะแสว่าจ.ส.อ.ปัญญาหลบหนีไปกบดานตัวที่โรงงานดังกล่าว แต่ไม่พบตัวจนพล.อ.เชษฐาต้องออกมายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 18 ก.ค. สวนดุสิตโพลเสนอผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรกับการออกหมายจับคนร้ายคดีลอบยิงนายสนธิ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับคนร้ายคดีลอบยิงนายสนธิจำนวน 2 คน คือ ส.ต.อ.วรวุฒิ มุ่งสันติ และจ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา โดยสำรวจจากประชาชน 1,044 คน ระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค. สรุปว่า ความคิดเห็นของประชาชนกับคดีลอบยิงนายสนธิ อันดับ 1 ระบุว่า อยากรู้ว่าใครเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ 34.61% อันดับ 2 เป็นคดีที่น่าสนใจและอยากติดตาม 27.84% อันดับ 3 เป็นคดีที่มีความซับซ้อน มีปมให้ชวนคิดและน่าสงสัยมาก 21.07% อันดับ 4 กลัวจะหาคนที่กระทำความผิดจริงไม่ได้ หรืออาจเป็นแพะรับบาป 10.37% อันดับ 5 เป็นการกระทำที่อุกอาจ ท้าทายอำนาจของรัฐ 6.11%
เมื่อถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าผู้ออกหมายจับทั้ง 2 คนมีส่วนกระทำความผิดในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 68.97% เพราะอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหลักฐานที่ได้ออกมาแสดงหรือยืนยันให้แน่ชัดกว่านี้, อยากรอฟังคำให้การของผู้ถูกกล่าวหา ทั้ง 2 คนก่อน, ผู้ที่ถูกหมายจับเป็นคนมีสี ฯลฯ อันดับ 2 เชื่อ 22.07% เพราะหากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอคงไม่กล้าออกหมายจับ ฯลฯ อันดับ 3 ไม่เชื่อ 8.96% เพราะกลัวเป็นแพะรับบาป
สำหรับด้านความมั่นใจของประชาชนต่อตำรวจในการดำเนินคดีนี้ อันดับ 1 ไม่มั่นใจ 57.54% อันดับ 2 มั่นใจ 42.46% ประชาชนคิดว่าตำรวจจะสามารถปิดคดีนี้ได้สำเร็จเรียบ ร้อยหรือไม่ อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 55.56% อันดับ 2 ได้ 29.86% อันดับ 3 ไม่ได้ 14.58% เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัวผู้บงการหรือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงได้หรือไม่ อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 46.21% อันดับ 2 ไม่ได้ 41.37% อันดับ 3 ได้ 12.42% เมื่อถามว่าทำอย่างไร จึงจะทำให้การจับกุมในคดีนี้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ อันดับ 1 ต้องไม่เกรงกลัวผู้มีอิทธิพล 30.34% อันดับ 2 ต้องไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง 27.67% อันดับ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมาในการสืบหาข้อเท็จจริง 26.33% อันดับ 4 เร่งหาหลักฐานที่เป็นทั้งพยานวัตถุและพยานบุคคลที่เชื่อถือได้เพิ่มเติม 15.66%
วันเดียวกัน ที่สถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นว่าผู้ก่อเหตุ 2 คนที่ถูกตำรวจออกหมายจับมานั้นเป็นตัวจริง ว่า ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน การดำเนินคดีนั้นพนักงานสอบสวนต้องดูจากหลักฐาน ส่วนข้อมูลนั้นจะให้เขาเปิดเผยสาธารณะคงไม่ได้ ตนคิดว่าเวลานี้ให้โอกาสพนักงานสอบสวนทำงาน ตนยืนยันว่าทุกคดีจะดูแลให้ตรงไปตรงมา ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร ไม่ละเว้นใคร
วันเดียวกัน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องสงสัยลอบยิงนายสนธิ เป็นกลุ่มสีเขียวที่มีความสนิทสนมกับตัวเองว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด และมีคนโทรศัพท์เข้ามาขอโทษตนแล้ว เมื่อถามย้ำว่าใช่นายสนธิ ลิ้มทองกุล โทรศัพท์มาขอโทษหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโทรศัพท์เข้ามาขอโทษ
ด้านพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรมว. กลาโหม และอดีตผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการลับ ลวง พราง ถึงกรณีที่จ.ส.อ. ปัญญา ศรีเหรา อดีตนายทหารติดตาม ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลอบยิงนายสนธิว่า ตนตั้งหลักไว้แล้วว่า เราต้องรับความจริง คือ ความจริงก็คือความจริง ไม่จริงก็คือไม่จริง ดังนั้นอย่าทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง โดยควรยึดถือกฎหมายของบ้านเมือง ส่วนกรณีที่มีคนพยายามโยงว่า ตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้นั้น คิดว่าใครๆ ก็ต้องคิดอย่างนั้น เพราะบังเอิญว่าจ.ส.อ.ปัญญาเคยอยู่ใกล้ตัวเรา
เมื่อถามว่า หากจ.ส.อ.ปัญญาติดต่อมา จะแนะนำให้มามอบตัวหรือไม่ พล.อ.เชษฐากล่าวว่า ไม่รู้ว่าคดีไปถึงไหน แต่คิดว่าเขาคงไม่กล้า เพราะธรรมดาไม่เคยโทร.มาหา แต่เขาคงไม่ทำแน่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เพราะตนไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างไร การจะไปชี้แนะคงลำบาก เมื่อถามว่าการมีชื่อท่านไปโยงอาจเพราะย้ายมาเป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยหรือไม่ พล.อ. เชษฐากล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่เราไม่ได้มีบท บาทอะไร คงไม่เห็นความสำคัญขนาดนั้น แต่อาจมีส่วนอยู่บ้าง เพื่อโยงไปถึงพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ไม่แน่ใจเหมือนกัน
เมื่อถามว่า ประหลาดใจหรือไม่ เหตุใดคดีจึงมาเปิดเผยในช่วงนี้ พล.อ.เชษฐากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลที่ต้องพยายามหาข้อมูลก่อน เข้าใจว่าเขาคงทำมาโดยตลอด เพราะเมื่อรับมอบหน้าที่ก็ต้องทำ
เมื่อถามว่า ปัจจุบันนายสนธิโทร.มาหาท่านหรือไม่ พล.อ.เชษฐากล่าวว่า ไม่ได้โทร. ส่วนใหญ่คุยกันตั้งแต่ก่อนตนเป็นผบ.ทบ. ซึ่งเคยคุยกันและถูกคอกัน และเคยไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่บ้านพระอาทิตย์บ่อยๆ แต่ตอนนี้เมื่อเริ่มมีพันธมิตรฯจึงค่อยห่างๆ กันไป ทั้งนี้ไม่ได้เจอนายสนธิหลายปีแล้ว แต่จะให้ไปตอนนี้จริงๆ ก็ไปได้ เพื่อเป็นการยืนยัน แต่ขออยู่เฉยๆ ดีกว่า
เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าจ.ส.อ.ปัญญาไปลอบยิงนายสนธิจริงๆ พล.อ.เชษฐากล่าวว่า มันไกลเกินตัวที่จะพูดได้ แต่เท่าที่สังเกต คนที่ถูกกล่าวหาเป็นคนมีวินัยดี เงียบๆ เฉยๆ เรียบร้อย
ผมคงไม่กล้า เพราะกลัวบาปอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นศัตรูของชาติจริงๆ ที่เป็นภัยสงคราม อย่างนี้โอเค เพราะถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมไม่เคยมีศัตรู แนวทางของเราหาคนเป็นศัตรูยาก เพราะเราจะเป็นฝ่ายยอมก่อน พล.อ.เชษฐากล่าว
เมื่อถามว่า การที่ตำรวจไปค้นเอกสารที่ไร่ของท่านจะกระทบต่อครอบครัวหรือไม่ พล.อ.เชษฐากล่าวว่า ไม่มีครับ เชื่อว่าแค่นั้นคงจบแล้ว เพราะอาจคิดว่าจ.ส.อ.ปัญญาไปที่นั่น และคงไม่ต้องประสานกับพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. เพราะแนวทางสอบสวน ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องคงโทร.มาคุยแล้ว แต่นี่ไม่มี แสดงว่าตำรวจคงเข้าใจว่า อะไรเป็นอะไร
วันเดียวกัน ที่จ.ภูเก็ต พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงการสืบสวนหาตัวคนร้ายลอบยิงนายสนธิ ว่า ไม่ได้เข้าไปยุ่งในสำนวนการสอบสวน เพราะพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนที่มีข่าวว่ามีปัญหากันนั้นก็เป็นปัญหาระดับภายใน และหากมีอะไร พล.ต.อ.ธานีคงจะรายงานมาเป็นลายลักษณ์อักษร
เมื่อถามว่า มั่นใจจับคนร้ายได้หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่ได้เข้าไปยุ่งในสำนวนคดี เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนเป็นคนดูแล จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะจับคนร้ายได้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายชายต้องสงสัยร่วมทีมลอบยิงนายสนธิ โดยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านตลิ่งชัน ซึ่งจับภาพใบหน้าของผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้อย่างชัดเจน คาดว่าเป็นจ่าทหารซึ่งมีความสนิทสนมกับจ.ส.อ.ปัญญา
รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าส.ต.อ.วรวุฒิ มุ่งสันติ เปลี่ยนชื่อเป็นนายอรรถพล ปาทาน เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนชื่อเพื่อเกี่ยวข้องกับการยิงนายสนธินั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อตั้งแต่ปี 2548 โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษใช้อำนาจตามมาตรา 27 ส่งเรื่องถึงอธิบดีกรมการปกครอง เมื่อครั้งส.ต.อ.วรวุฒิช่วยราชการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อแฝงตัวเข้าสืบสวนคดีบาบิโดสและคดีมาเฟียที่เกาะสมุย