หญิงหน่อยโผล่สอนมวยรบ.เสนอ4ทางแก้หวัด09 สธ.จัดประกวดออกแบบหน้ากาก ชูผู้ป่วยสวมใส่เป็นฮีโร่

สุดารัตน์ซัดมาตรการแก้ปมหวัดใหญ่2009 รบ.มะงุมมะงาหรา กล้าๆกลัวๆ ทำคนไทยตายอันดับ 6 โลก แชมป์อันดับ1ในเอเชีย เสนอ 4 แนวทางแก้ไข สธ.ผุดไอเดียจัดประกวดออกแบบหน้ากากอนามัย ยกย่องผู้ป่วยสวมหน้ากากเป็นฮีโร่ หญิงหน่อยโผล่สอนมวย

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 กรกฎาคมคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจเยี่ยมนักเรียนโรงเรียนสันติสุข ย่านเสนานิคม กรุงเทพฯ ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะต้องทบทวนมาตรการการรับมือเสียใหม่ให้รวดเร็วและทันท่วงที เนื่องจากมาตรการมะงุมมะงาหรา กล้าๆ กลัวๆ แบบนี้ได้ทำให้คนไทยเสียชีวิตเป็นอันดับ 6 ของโลกและเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย หากยิ่งปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อไปอย่างนี้จะยิ่งกระทบกับเศรษฐกิจ จะมีผลกระทบมากกว่าการใช้มาตรการที่เด็ดขาดรวดเร็ว หรือจะต้องรอให้ประชาชนตายก่อน

ขอเสนอให้ 1.นายกรัฐมนตรีประกาศเลื่อนการปิดเทอมให้มาปิดเทอมในช่วงนี้พร้อมกันทั่วประเทศ รวมไปถึงปิดโรงเรียนกวดวิชาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ รวมทั้งเลื่อนการสอบต่างๆ ออกไป และควรจัดสัปดาห์รณรงค์ปลุกจิตสำนึกในการสกัดไข้หวัด 2009 เพื่อให้ดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ 2.ควรแยกผู้ป่วยและคนใกล้ชิดผู้ป่วยออกจากผู้อื่นอย่างเด็ดขาด 3. การทุ่มงบประมาณ 600 ล้านบาทซื้อวัคซีนที่ยังไม่ได้รับการรับรอง ซึ่งแม้แต่ทางองค์การอนามัยโลกก็ยังออกมาเตือนว่าอาจมีอันตรายนั้นรัฐบาลได้เตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยหรือยัง รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญความเสี่ยงเพียงลำพัง และ 4.ปรับปรุงจุดอ่อนการสกัดโลก โดยเฉพาะที่สนามบิน ซึ่งไทยได้กลายเป็นประเทศที่จุดสกัดอ่อนแอที่สุดในโลก นอกจากนี้รัฐบาลควรเตรียมการรับมือการระบาดรอบสองและการติดเชื้อระหว่างคนสู่สุกรและสุกรสู่คน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการกลายพันธุ์

เชื่อสวมหน้ากากสกัดหวัดใหญ่2009ได้90%

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าวจัดประกวดการออกแบบหน้ากากอนามัย ใส่ใจสุขภาพ (The Mask of Hero: Do it Your Self) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทำหน้ากากอนามัยใช้เอง และสร้างกระแสให้คนไทยยกย่องคนที่สวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วยว่าเป็นฮีโร่ มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ภายในงานมีการสาธิตการทำหน้ากากอนามัยใช้เอง และทำเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ

นายวิทยาแถลงว่า จากการประเมินสถานการณ์โคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมป้องกันโรค คาดการณ์การแพร่ระบาดจะขยายตัวไปทั่วประเทศและอาจยาวนานถึง 2 ปี สธ.จึงต้องรณรงค์ให้คนไทยใส่หน้ากากอนามัยเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่ติดต่อกันได้ทางการไอจาม เช่น วัณโรค และใส่ป้องกันตัวเองเมื่อต้องอยู่ในที่ชุมชน

จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก(WHO)พบว่า การใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยกรองเชื้อโรคและลดการแพร่กระจายเชื้อโรคที่อยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูกน้ำลาย จากการไอ จาม ไปสู่คนอื่นได้ถึงร้อยละ 90 และการล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังการไอ จาม หรือสัมผัสน้ำมูก จะช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี หากทำควบคู่ไปทั้ง 2 วิธีนี้ จะช่วยให้คนไทยส่วนใหญ่ปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ นายวิทยากล่าว

ตั้งรองปลัดฯรวบตัวเลขผู้ป่วย-ตาย

นายวิทยากล่าวถึงผลสำรวจความเห็นของประชาชนจากสำนักต่างๆ ที่ระบุว่า ประชาชนร้อยละ 54 ไม่มั่นใจกับมาตรการควบคุมโรคของ สธ. และร้อยละ 61 กังวลกับการระบาดของโรค และร้อยละ 82 กลัวติดเชื้อ ว่า สธ.พร้อมรับฟังทุกความเห็น ทุกข้อแนะนำ และมอบหมายให้ นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) วางแผนการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีกว่า 9 แสนคนทั่วประเทศ ให้เร่งรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่ และมอบหมายให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด สธ. ดูแลการรวบรวมตัวเลขผู้ป่วย ผู้เสียชีวิตอย่างเป็นระบบ ส่วนกรณีที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางจังหวัดยังแถลงตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยนั้น จะกำชับให้ยุติและเข้าสู่ระบบรายงานตัวเลขรายสัปดาห์ต่อไป

ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ว่าไม่มีประสิทธิภาพ นายวิทยากล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นโรคระบาดติดต่อจากคนสู่คน เปรียบเทียบไม่ได้กับโรคไข้หวัดนก ที่ระบาดจากสัตว์สู่คน และที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีไม่เคยแสดงความไม่พอใจการทำงานของ สธ. เมื่อถามว่า จะปรับเปลี่ยนข้าราชการที่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ทุกคนตั้งใจทำงานดี ถือว่าสอบผ่าน ยังไม่มีใครที่มีปัญหา

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการระดับชาติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขทำงานเต็มที่แล้ว แต่ยอมรับว่าไม่สามารถหยุดการแพร่ระบาดได้ ส่วนการแพร่ระบาดจะไปโทษนักการเมืองก็ไม่ได้ เพราะได้พยายามแก้ปัญหาจนถึงที่สุดแล้ว ไทยเป็นช้ากว่าที่อื่นแล้ว

ทำสือแนะทำหน้ากาก-เจล

ด้าน นพ.สมยศกล่าวว่า สบส.ได้จัดทำสื่อการสอนทำหน้ากากอนามัยชนิดผ้าที่ได้มาตรฐานด้วยตนเองและจัดส่งให้ อสม.ทุกจังหวัดแล้ว สำหรับหน้ากากอนามัยมีให้เลือกใช้ได้ 2 ชนิด คือ ชนิดใช้แล้วทิ้ง ทำจากกระดาษ ต้องเปลี่ยนทุกวัน หรือเมื่อเปียกชื้น ใช้วันละ 1-2 ชิ้น ทำให้สิ้นเปลืองมาก ราคาชิ้นละ 3-5 บาท และชนิดทำจากผ้าซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไม่แตกต่างกัน แต่สามารถซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกและนำมาใช้ได้อีกหลายครั้งจนกว่าจะชำรุด และมีราคาถูกต้นทุนชิ้นละ 7 บาท ส่วนการทำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบง่ายๆ แต่มีผลในการฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับมือนั้น มีสูตรการทำที่ไม่ยุ่งยาก มีส่วนประกอบดังนี้ คือ กลีเซอรีน แอลกอฮอล์ 70% ที่ใช้ล้างแผล และน้ำมันหอมระเหยกลุ่มต่างๆ ตามชอบ หากต้องการเจลขนาด 1,000 ซี.ซี. จะใช้กลีเซอรีน 10 ซี.ซี. หรือขนาด 2 ช้อนชา แอลกอฮอล์ 990 ซี.ซี. คนให้เข้ากัน และเทบรรจุในภาชนะ ควรเก็บให้ห่างจากเปลวไฟ

จัดชิงรางวัลออกแบบหน้ากากอนามัน

ทั้งนี้ สธ.จัดประกวดการออกแบบหน้ากากอนามัย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.การออกแบบหน้ากากอนามัยทั่วไป มี 4 ระดับ ได้แก่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา และบุคคลทั่วไป ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 3,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 2,000 บาท 2.การออกแบบแฟชั่นหน้ากากให้เข้ากับเสื้อผ้าที่สวมใส่ มี 5 รางวัล ได้แก่ 50,000 บาท 30,000 บาท 20,000 บาท และ 10,000 บาท อีก 2 รางวัล โดยส่งแบบภาพหน้ากากอนามัยขนาดกระดาษ เอ 4 เป็นไฟล์ภาพ ขนาด 20 กิโลไบท์ พร้อมแนวความคิดในการออกแบบ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ ส่งไปที่ themaskofhero@hotmail.com ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ประกาศผลรอบแรกจากภาพสเก็ตช์ในวันที่ 17 สิงหาคม และประกาศผลรอบสุดท้ายวันที่ 21 สิงหาคม

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด