กองทุนประกันวินาศภัยหน้ามืด ไม่มีเงินจ่ายคืนเจ้าหนี้ หลังบริษัทประกันภันล้ม -ถูกเพิกถอนใบอนุญาต!!

กองทุนประกันวินาศภัย หน้ามืด บริษัทประกันภัยล้มละลายหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยระนาว กองทุนประกันวินาศภัย บ่จี้ ไม่มีเงินชำระหนี้คืนเจ้าหนี้ หารือด่วน ไม่แน่ใจว่า กองทุนฯมีอำนาจ กู้ยืมเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน เอาเงินไปคืนเจ้าหนี้หรือไม่ กฤษฎีกา ฟันธง เสียใจด้วย กฎหมายไม่เปิดช่องให้ทำได้

ผู้สื่อข่าว ประชาชาติธุรกิจ รายงานว่า ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้มีหนังสือ ด่วนมาก ที่ กค ๑๐๐๘/๙๖๓ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหารือว่า ปัจจุบันมีบริษัทประกันภัยขนาดกลางล้มละลายหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งกองทุนประกันวินาศภัยมีเงินไม่เพียงพอในการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัยของบริษัทดังกล่าว จึงต้องมีการจัดหาเงินเข้ากองทุนประกันวินาศภัยจากแหล่งอื่น

แต่ปัญหาสำคัญคือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมีความเห็นไม่ตรงกันในข้อกฎหมาย

กล่าวคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเห็นว่า กองทุนประกันวินาศภัยสามารถใช้อำนาจตามความในมาตรา ๘๐/๑ (๒) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้ หากไม่ใช้วิธีการกู้เงินดังกล่าว กองทุนประกันวินาศภัยสามารถออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากการเอาประกันภัยกรณีที่กองทุนประกันวินาศภัยมีเงินไม่เพียงพอได้ ขณะที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเห็นว่า มาตรา ๘๐/๑ (๒) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ ไม่ได้ระบุให้กองทุนประกันวินาศภัยมีอำนาจกู้ยืมเงินหรือออกตั๋วเงิน กองทุนประกันวินาศภัยจึงไม่สามารถกู้ยืมเงินด้วยวิธีใด ๆ ได้ การที่กองทุนประกันวินาศภัยจะให้ความช่วยเหลือเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้กรณีที่บริษัทประกันวินาศภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องดำเนินการโดยขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ตามมาตรา ๘๐ (๘) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ

ดังนั้น เพื่อความชัดเจนในการดำเนินงานตามกระบวนการที่จำเป็นต่อไป สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจึงขอหารือปัญหาข้การด่วน ดังนี้

๑. กองทุนประกันวินาศภัยสามารถใช้อำนาจตามความในมาตรา ๘๐/๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ ที่บัญญัติว่า ก่อตั้งสิทธิ หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร และมาตรา ๘๐/๑ (๕) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ ที่บัญญัติว่า กระทำการอื่นใดที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องในการจัดการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัย ได้หรือไม่

๒. หากไม่ใช้วิธีการกู้ยืมเงินจากแหล่งอื่นตามข้อ ๑ กองทุนสามารถออก ตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัย กรณีที่กองทุน

ยังมีเงินไม่เพียงพอ ได้หรือไม่

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๕) ที่มี นายวัฒนา รัตนวิจิตร เป็นประธานกรรมการ ได้พิจารณาข้อหารือของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โดยมีผู้แทนกระทรวงการคลัง (สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง) และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่า มาตรา ๗๙ และมาตรา ๘๐/๒ (๑) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนประกันวินาศภัยขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัยในกรณีบริษัทล้มละลายหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกัน

วินาศภัยด้วยการให้เงินช่วยเหลือแก่เจ้าหนี้ดังกล่าว

โดยมาตรา ๘๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้กองทุนประกันวินาศภัยมีอำนาจกระทำกิจการภายในขอบวัตถุประสงค์ ซึ่งอำนาจนี้ให้รวมถึงการถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ก่อตั้งสิทธิหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ให้บริษัทกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ลงทุนหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุน

และกระทำการอื่นใดที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องในการจัดการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

ดังนั้น การพิจารณาว่ากองทุนประกันวินาศภัยมีอำนาจกระทำกิจการใดจึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว

กรณีที่กองทุนประกันวินาศภัยมีเงินไม่เพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือเจ้าหนี้ ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัยและประสงค์จะกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือเจ้าหนี้ดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๘๐/๑ (๒) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ นั้น

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๕) เห็นว่า มาตรา ๘๐/๑ แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ ได้กำหนดให้อำนาจกองทุนประกันวินาศภัยเฉพาะเรื่องให้บริษัทกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยมิได้ให้อำนาจกู้ยืมเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน

หากกฎหมายมีเจตนารมณ์จะให้กองทุนประกันวินาศภัยมีอำนาจกู้ยืมเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงินก็ต้องกำหนดให้อำนาจดังเช่นว่านั้นไว้ทำนองเดียวกับกฎหมายจัดตั้งนิติบุคคลอื่น เช่น มาตรา ๘ (๔)แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีอำนาจกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

หรือมาตรา ๘ (๓) แห่งพระราชบัญญัติสถานสินเชื่อท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกตั๋วสัญญาใช้เงินตามจำนวนและเงื่อนไข

ที่กระทรวงการคลังกำหนด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการสินเชื่อท้องถิ่น

กรณีจึงหมายความว่า กฎหมายไม่ประสงค์ให้กองทุนประกันวินาศภัยมีอำนาจกู้ยืมเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงินได้

ด้วยเหตุผลดังกล่าว กองทุนประกันวินาศภัยจึงไม่อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา ๘๐/๑ (๒) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อช่วยเหลือเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัยในกรณีที่กองทุนประกันวินาศภัยมีเงินไม่เพียงพอได้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!