
สาวโคขุนแฉนาทีฆ่า
สาวมือฆ่าพล.ต.ต.ชูเกียรติ ภัยลี้ สารภาพหมดเปลือกลงมือฆ่าเพียงลำพัง ไม่มีใครร่วมมือด้วย เผยรู้จักกับผู้ตายตั้งแต่สมัยเป็นเด็กเสิร์ฟ โดยผู้ตายบอกแค่ว่าเป็นตำรวจยศนายดาบ ก่อนเกิดเหตุโทร.นัดผู้ตายมาพบเพราะจะยืมเงินไปใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ ก่อนผู้ตายพาไปกินข้าวที่บ้านเกิดเหตุ จากนั้นฉวยโอกาสที่ผู้ตายหลับ ใช้มีดจ้วงแทงคอ-ลำตัวจนเสียชีวิต ก่อนรื้อทรัพย์สินทองหนักเกือบ 20 บาท พระสมเด็จ 2 องค์ แหวนเพชร 3 วง และโรเล็กซ์ฝังเพชร เอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน 2 แสนแล้วเหมารถเผ่นไปกบดานที่เพชรบูรณ์ แต่ไม่รอดโดนตร.ตามจับได้ ตร.ได้เบาะแสจากร้านทองย่านบางใหญ่ รวมทั้งกล้องวงจรปิดตอนกดเงิน สืบจนรู้ว่าเป็นสาวเสิร์ฟรายนี้ ตร.เค้นต่อว่ามีคนร่วมแก๊งอีกหรือไม่ พล.ต.ต.สกลน้องชายผู้ตายระบุยังมีปืนหายไปอีกกระบอก
จากคดีฆาตกรรม อำพรางพล.ต.ต.ชูเกียรติ ภัยลี้ อดีตรองผบช.ภาค 7 ตายในบ้านพักย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยคนร้ายเผาบ้านอำพรางเป็นโดนไฟคลอกตาย แต่ผลการชันสูตรกลับพบว่าพล.ต.ต.ชูเกียรติถูกแทงตายก่อนโดนไฟคลอก จากนั้นตำรวจพบว่าทรัพย์สินจำนวน มากของผู้ตายหายไป และพบว่ามีหญิงสาวนำเอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงินสดกว่า 2 แสนบาท ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพหญิงสาวรายนี้ได้ กระทั่งตำรวจตามไปจับตัวหญิงสาวรายนี้ได้ที่จ.เพชรบูรณ์ เนื่องจากมีพยานเห็นภาพผู้ต้องหาในหนังสือ พิมพ์ข่าวสดขณะกดเอทีเอ็ม โดยจำใบหน้าและลักษณะการแต่งกาย รวมทั้งกระเป๋าสะพายได้ จึงแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบ เบื้องต้นทราบชื่อคนร้ายรายนี้ คือน.ส.ภรณ์ภัสสรณ์ หรือจิราภรณ์ ศิริวงศ์ อายุ 24 ปี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช. ภาค 1 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภาค 1 พ.ต.อ.เพชรรัตน์ แสงไชย รอง ผบก.ศสส.บช.ภาค 1 พ.ต.อ.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ธานี เกศจุโลม ผกก.สภ.บางใหญ่ ร่วมแถลงผลการจับกุมน.ส. ภรณ์ภัสสรณ์ หรือจิราภรณ์ หรือบ๋อม ศิริวงศ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167/133 หมู่ 1 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ 360/2552 ลงวันที่ 8 ก.ค. 2552 ในข้อหา ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น, พกพาอาวุธมีดไปในเมือง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย
โดยจับกุมได้ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ ต.ดงมูล เหล็ก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลาง มีดพับ 1 เล่ม สร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น สร้อยคออีกจำนวน 4 เส้น นาฬิกาข้อมือยี่ห้อโรเล็กซ์ฝังเพชร 1 เรือน พระสมเด็จพร้อมตลับทอง 1 องค์ เหรียญสมเด็จโตพร้อมตลับทอง 1 องค์ แหวนเพชร 3 วง เงินสด 200,000 บาท กระเป๋าสตางค์ 1 ใบ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ เสื้อยืดสีขาวคาดเขียว
จากการสอบสวนน.ส.ภรณ์ภัสสรณ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานเป็นพนักงานที่ร้านอาหารโคขุน ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยรู้จักกับผู้ตายมาหลายปีแล้ว ก่อนหน้าได้รู้จักกับผู้ตายที่ร้านอาหารเรือนตะวัน ซึ่งเป็นที่ทำงานเก่า กระทั่งได้คบหาผู้ตายเรื่อยมาเป็นเวลาหลายปี แต่ไม่เคยมาที่บ้านพักของผู้ตายแต่อย่างใด และเป็นครั้งแรกที่ได้มาในวันที่ก่อเหตุ วันนั้นได้โทรศัพท์ ไปหาผู้ตายเพื่อขอยืมเงิน มีการนัดเจอกันที่ร้านอาหารใกล้กับที่ทำงานเก่า จากนั้นผู้ตายจึงพามาที่บ้านเกิดเหตุ แล้วเข้าไปรับประทานอาหารกันภายใน ช่วงนั้นยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องเงินที่ตั้งใจจะขอยืม หลังรับประทานอาหารเสร็จผู้ตายขอตัวขึ้นไปพักผ่อนภายในห้องนอนชั้น 2 โดย ที่ตนยังอยู่ชั้นล่าง เมื่อเห็นว่าผู้ตายขึ้นไปนานผิดปกติจึงตามขึ้นไปดูเห็นนอนหลับอยู่ รวมทั้งมองไปเห็นมีทรัพย์สินอยู่จำนวนมาก จึงเข้าไปหายังเตียงนอน ก่อนใช้มีดพกติดตัวมาด้วย แทงเข้าที่คอ แต่ผู้ตายเกิดต่อสู้ จึงแทงเข้าที่ลำตัวอีกหลายแผลจนแน่นิ่งไป
น.ส.ภรณ์ภัสสรณ์ให้การว่า การที่ตนใช้มีดแทงหลายแผลไม่ได้มีความโกรธแค้น แต่ให้แน่ใจว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว จากนั้นจึงทำการรื้อค้นและนำทรัพย์สินของผู้ตายไปหมด ส่วนที่ต้องเผาบ้านผู้ตายก็เพื่ออำพรางคดีไม่ให้ถูกจับได้ หลังจากนั้นจึงรีบวิ่งออกมาแล้วปีนข้ามกำแพง ไปเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่ป้อมพระสุเมรุ ย่านถนนพระอาทิตย์ ระหว่างนั้นได้เปิดสมุดบัญชีธนาคารของผู้ตายดูพบรหัสเอทีเอ็ม จึงนำไปกดเงินออกมาใช้จำนวน 2 หมื่นบาท ส่วนสาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้บัตรเครดิตและหนี้เงินกู้นอก ระบบจำนวน 2 แสนบาท ช่วงนั้นคิดว่าหากขอยืมเงินผู้ตายคงไม่ให้ จึงลงมือฆ่าผู้ตายเพื่อหวังชิงทรัพย์ สำหรับผู้ตายนั้นตนไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นอดีตนายตำรวจใหญ่ แต่ก่อนหน้านี้ผู้ตายมักจะพูดเล่นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศนายดาบตำรวจเท่า นั้น
ด้านพล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพพล.ต.ต.ชูเกียรติที่ถูกเพลิงไหม้บ้านพัก พบว่าได้ถูกคนร้ายฆาตกรรมก่อนที่ถูกวางเพลิงเพื่อเผาอำพรางคดี จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนและหาเบาะแสของคนร้าย และจากการสืบสวนพบว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิดกับผู้ตาย กระทั่งได้หลักฐานเป็นภาพของหญิงสาวที่ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม จนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ น.ส.ภรณ์ภัสสรณ์ โดยรู้จักกับผู้ตายมานานหลายปี ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับ สารภาพ ที่ก่อเหตุฆ่าพล.ต.ต.ชูเกียรติเพื่อต้องการชิงทรัพย์ เนื่องจากต้องการนำเงินไปใช้หนี้ หลังก่อเหตุได้เช่ารถยนต์จากกรุงเทพฯหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเพื่อนสาวที่จ. เพชรบูรณ์ เบื้องตนให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่ามีผู้ร่วม ก่อเหตุอีกหรือไม่
ทางด้าน พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำภาพคนร้าย จากกล้องวงจรปิดของธนาคาร ก่อนออกสืบสวนหาพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ จากการสืบสวนติดตามในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะร้านทองใกล้จุดเกิดเหตุ ในที่สุดได้เบาะแส มีคนนำสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาทไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งในย่านบางใหญ่ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นหญิงสาวมีตำหนิรูปพรรณ แต่งกายคล้ายกับคนในภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ขณะนำบัตรเอทีเอ็มไป กดเงิน จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ทราบเบาะแสคนร้าย และเป็นแนวทางในการติดตามตัว อีกทั้งยังได้ข้อมูลพบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวมีการเช่ารถยนต์ให้ไปส่งที่จ. เพชรบูรณ์เพื่อหลบหนี จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามไล่ล่าคนร้ายจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้อง หาในคดีนี้มาได้ ชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสภ.บางใหญ่ ดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้นจึงนำตัวน.ส.ภรณ์ภัสสรณ์ หรือจิราภรณ์ หรือบ๋อม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ จุดแรกผู้ตายและผู้ต้องหานั่งรถมาจอดหน้าบ้าน ก่อนที่จะเข้าไปในบ้าน จากนั้นผู้ต้องหาก่อเหตุแทงผู้ตายขณะที่ผู้ตายนอนอยู่บนเตียง ทั้งๆที่ผู้ตายยังรู้สึกตัวและเกิดการต่อสู้กันเล็กน้อย ก่อนที่ผู้ตายจะกลิ้งตกจากเตียงและถูกผู้ต้องหากระหน่ำแทงซ้ำจนเสียชีวิต แล้วใช้ไปแช็กจุดไฟเผาบ้านโดยใช้ไฟแช็กของผู้ตายที่พบในลิ้นชัก จากนั้นไปยังจุดที่ปิดประตูหนีโดยทำการล็อกด้านในเพื่อหนีออกมา และจุดสุดท้ายเป็นการปีนรั้วหนีออกมาด้านนอก
พล.ต.ต.สกล ภัยลี้ น้องชายพล.ต.ต.ชูเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ตนในฐานะน้องชายได้เดินทางมาดูการทำแผนเท่านั้น แต่จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวในเรื่องของคดีหรือแนวทางการสืบสวนสอบสวน ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะทำงาน ส่วนตัว 90 เปอร์เซ็นต์มีความมั่นใจว่าผู้ต้องหาที่จับได้น่าจะเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคน เดียว หากครั้งนี้มีพยานและหลักฐานที่สาวไปถึงตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือคนอื่นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต่อไป ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องหากับพี่ชาย รวมไปถึงครอบครัวของพี่ชายนั้นตนไม่ขอพูดถึง อีกทั้งขณะนี้พบว่าทรัพย์สินของพี่ชายเป็นอาวุธปืนลูกโม่ยี่ห้อ สมิธชิพ ขนาด .38 ได้หายไป แต่ต้องให้ตำรวจตรวจสอบว่าอาวุธปืนดังกล่าวหายไปก่อนหรือหลังเกิดเหตุ
พ. ต.อ.เพชรัตน์ แสงไชย กล่าวว่า จากที่ได้ตรวจสอบคำให้การและหลักฐานที่ตามยึดกลับมาได้ตรงกันจึงเชื่อว่าผู้ ก่อเหตุรายนี้มีเพียงคนเดียว ส่วนจะมีใครรู้เห็นหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ คดีนี้สามารถพิชิตได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากได้รับความร่วมมือหลายหน่วยเข้า มาทำงาน ตามแกะ รอยจากเบาะแสต่างๆ และเดินไปในทิศทางเดียวกันจนนำมาสู่การตามจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกเจ้าหน้าที่ยังสับสนเรื่องคนที่เข้าไปกดเงินภาพที่ได้แต่ละที่เป็น ภาพไม่ค่อยชัด บางภาพเห็นช่วงหลังจึงสงสัยว่าจะมีผู้ตายมากดให้ แต่เมื่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่และนำภาพแต่ละแห่งมาตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า เป็นคนเดียวกันคือ น.ส.ภรณ์ภัสสรณ์ บ้านเดิมอยู่จ.อุบลราชธานี ก่อนย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี