ทักษิณโฟเบีย
ชวยไม่ได้ถ้าในเวลานี้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จะออกอาการคล้ายเป็น ทักษิณโฟเบีย
หรืออาการ กลัวทักษิณ
เพราะผลสะท้อนจากการเลือกตั้งที่ จ.สกลนคร และศรีสะเกษ ซึ่งพรรคเพื่อไทยชนะคู่แข่งจากพรรคร่วมรัฐบาลแบบทิ้งขาด
ทุกฝ่ายประสานเสียงตรงกันว่าสาเหตุคือโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง
ช่วงนี้จึงเห็นการเตะสกัดเต็มเหนี่ยวจากฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการคัดค้านการล่ารายชื่อประชาชนขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ
หนึ่งคือการออกมาขอให้พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดพูดเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเสียที โดยอ้างว่ายิ่งพูดทำจะให้เกิดความสับสน!?
บวกกับผลโพลที่ออกมาก่อนหน้านี้ ว่ารัฐบาลสอบตกแทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ และไฟใต้
เรื่องไฟใต้นั้นยกไว้เถิด เพราะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง และผลประโยชน์แอบแฝง จนยากที่ใครจะสามารถยุติลงได้ในเวลาอันสั้น
แต่กับเรื่องเศรษฐกิจที่กระทบกับประชาชนโดยตรง จะส่งผลสะเทือนให้รัฐบาลมากกว่า
เพราะนอกจากแก้ปัญหาจะไม่สัมฤทธิผลเป็นรูปธรรมแล้ว ยังฆ่าตัวตายด้วยการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันซ้ำเติมประชาชนเข้าไปอีก
ก่อนหน้านี้ทั้งนายกฯและรมว.คลัง พยายามชี้แจงว่าประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ เพราะภาษีที่ปรับขึ้นนั้นกองทุนน้ำมันรับภาระไป
แต่สุดท้ายก็ถูกแฉว่าจริงๆ แล้ว เป็นเงินของประชาชนเอง เพราะกองทุนน้ำมันจะเพิ่มการเก็บเงินเข้ากองทุนมากขึ้น ในจังหวะที่น้ำมันโลกราคาลง
เราจึงได้ยินคำแก้เกี้ยวจากรมว.คลัง ว่าหมดยุคน้ำมันราคาถูก เพราะต้องการให้คนไทยรู้จักประหยัด!?
นั่น เป็นบุญคุณกันไปอีก
เพราะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และการแก้ปัญหาของรัฐบาลด้วยการกู้และเก็บภาษี ทำให้ภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งโดดเด่นขึ้นมา
ต้องไม่ลืมว่า 5 ปีที่พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ แม้จะถูกกล่าวหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการใช้อำนาจที่เกินกว่าเหตุ
แต่กับเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ถือว่าเป็นยุคที่เมืองไทยรุ่งเรืองอย่างยิ่ง
พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงให้เห็นว่าเก่งจริงในเรื่องนี้
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ กับปัจจุบันจะไม่เหมือนกัน
แต่ใครจะสนเล่า
คำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องเศรษฐกิจจึงมีน้ำหนักเป็นพิเศษ
หากรัฐบาลยังไม่สามารถแสดงออกว่าเก่งกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องเศรษฐกิจ
เสียงเรียกหา ทักษิณ ก็จะยิ่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ