Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
สธ. พบผู้ป่วยเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 2 รายแรก ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก
แชร์เรื่องนี้
กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H1N1 2 รายแรก พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะส่วนใหญ่ร้อยละ 90 อาการไม่รุนแรง สามารถหายได้เอง และประชาชนที่มีโรคประจำตัว หากป่วยเป็นไข้หวัดให้รีบไปแพบแพทย์ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สำนักระบาดวิทยา ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครว่า มีผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H1N1 เสียชีวิต 2 ราย โดยรายแรกเป็นหญิงอายุ 40 ปี มีหัวใจพิการแต่กำเนิด ได้รับการผ่าตัดเมื่ออายุ 12 ปี เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2552 มีอาการคล้ายไข้หวัด มีน้ำมูก ไอ หลังจากนั้น 7 วัน ซึ่งเป็นวันที่ 14 มิถุนายน 2552 เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยอาการมีไข้สูง หอบ เหนื่อย มีภาวะปอดบวม ได้รับยาจนครบ 5 วัน ต่อมาในวันที่ 20 มิถุนายน 2552 ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงและเสียชีวิต ส่วนผู้ป่วยรายที่ 2 เป็นผู้ป่วยชายอายุ 42 ปี เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2552 อาการมีไข้ น้ำมูกไหล ไอเล็กน้อย เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ด้วยอาการไข้สูง เหนื่อย ไอเป็นเลือด มีภาวะปอดบวม ได้รับยา ต่อมาในวันที่ 26 มิถุนายน 2552 ผู้ป่วยมีอาการทรุดลง และเสียชีวิตในวันนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 จนถึงวันนี้ ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H1N1 รวม 1,209 คน หายเป็นปกติแล้ว 1,190 ราย ยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 16 ราย จากการดูแลผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 สามารถหายได้เอง และมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ที่มีผู้ป่วยเสียชีวิตปีละ 30-40 คน ส่วนสาเหตุที่มีการรายงานผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาลมายังกระทรวงล่าช้านั้น เนื่องจากว่าสิทธิของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญมาก จึงต้องมีการเจรจากับญาติผู้ป่วยก่อน อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องแจ้ง เพราะผู้ป่วยเป็นรายแรก ซึ่งจะไม่มีผลกระทบกับผู้เสียชีวิต เนื่องจากไม่ได้ระบุชื่อ และที่อยู่อาศัย ซึ่งปกติโรงพยาบาลจะแจ้งเฉพาะผู้ป่วยยืนยัน หรือเปลี่ยนสถานะเป็นเสียชีวิต ซึ่งจากกรณีดังกล่าว คงต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้โรงพยาบาลรีบแจ้งตั้งแต่ตรวจพบอาการ เพื่อทางกระทรวงสาธารณสุขจะได้ดำเนินการช่วยเหลือได้ทันที ด้านนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ ผู้สูงอายุ เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงตั้งครรภ์ หากป่วยเป็นโรคไข้หวัด ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรค ส่วนในผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และมีอาการไม่รุนแรง แนะนำให้พักผ่อนที่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเอง และหายได้ภายในระยะเวลา 5-7 วัน แต่หากภายใน 3 วัน อาการไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์ ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามมาได้ที่เบอร์ 0-2590-1944 ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดคู่สายเพิ่มอีก 20 คู่สาย เพื่อรองรับประชาชนที่อาจตื่นตระหนกจากข่าวการแพร่ระบาดของโรคได้
แชร์เรื่องนี้
แท็ก :