จุฬาฯพบกิ้งกือ12ชนิดใหม่ของโลก
นักวิจัยจุฬาฯจับมือทีเคพาร์ค แถลงเปิดตัวการค้นพบกิ้งกือ 12 ชนิดใหม่ของโลกในไทย เตรียมลงพื้นที่ขยายผลเพิ่มในภาคตะวันตก เชื่อมีอีกกว่า 500 ชนิดที่รอการค้นพบ ขณะะที่ทั่วโลกค้นพบแล้วกว่า 3,000 ชนิด ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้ทีมวิจัย จุฬา ฯ พบกิ้งกือชนิดใหม่ 12 ชนิด หลังจากลงพื้นที่ภาคใต้และภาคกลางของไทยตลอดปี 2551 เพื่อเก็บตัวอย่างกิ้งกือรวบรวมเป็นฐานข้อมูลความหลากหลายของสายพันธุ์ที่มีอยู่ในไทย ภายใต้โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (โครงการบีอาร์ที) การค้นพบกิ้งกือชนิดใหม่นี้เป็นตัวบ่งชี้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศวิทยาในประเทศไทยได้ทางหนึ่ง หากมีการวิจัยเพิ่มเติมในด้านการนำไปใช้เป็นผู้ช่วยพรวนดินในแปรงพืชไร่พืชสวนก็น่าจะทำได้ เพราะกิ้งกือจะช่วยย่อยสลายซากพืชและผลไม้ พรวนดินพร้อมปล่อยมูลที่เป็นปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมบำรุงต้นไม้ได้ด้วยหัวหน้าทีมวิจัยกิ้งกือไทย กล่าว ขณะนี้กิ้งกือที่พบทั้ง 12 ชนิด ได้ตีพิมพ์แล้วในวารสารวิชาการนานาชาติตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยอยู่ในกลุ่มกิ้งกือกระบอกหางแหลมทั้งหมด พบได้ตั้งแต่จ.ชุมพรเรื่อยลงไป จ.สุราษฎร์ธาี จ.นครศรีธรรมราช จ.ตรัง จ.สตูล จ.ภูเก็ต และจ.กระบี่ โดยมี 1 ชนิดที่เก็บได้จากจ.อุทัยธานี กิ้งกือที่พบทั้ง 12 ชนิดนี้ มี 3 ชนิดที่พบบนเกาะ ได้แก่ กิ้งกือปลอกน้ำตาลแดง พบที่เกาะราบ จ.นครศรีธรรมราช กิ้งกือเทาหลังแดงที่พบจากเกาะยาวน้อย จ.พังงา และกิ้งกือน้ำตาลหลังส้มที่พบจากเกาะตะรุเตา จ.สตูล สำหรับกิ้งกืออีก 9 ชนิดที่เหลือ เป็นกิ้งกือที่พบในบริเวณเขาหินปูนทั้งหมด ได้แก่ กิ้งกือเหลืองเท้าชมพู กิ้งกือเหลืองเท้าส้ม กิ้งกือปลอกเหลืองน้ำตาล กิ้งกือน้ำตาลหลังเหลือง กิ้งกือเหลืองดำ กิ้งกือฮอฟแมน กิ้งกือดีมาง กิ้งกือน้ำตาลเท้าส้ม กิ้งกือดำเท้าชมพู หัวหน้าทีมวิจัยกิ้งกือไทย กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ทั่วโลกมีกิ้งกืออยู่กว่า 3,000 ชนิดที่มีการค้นพบและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติแล้ว โดยประเทศเดนมาร์กที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของโลกมีการค้นพบถึง 27 ชนิดทั่วประเทศ และเป็นพี่เลี้ยงให้ทีมนักวิจัยไทยในการศึกษากิ้งกือไทยจนถึงปัจจุบัน ภายใต้โครงการบีอาร์ที และการสนับสนุนทุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กิ้งกือตัวหนึ่งมีวงจรชีวิตอยู่ได้ประมาณ 5 ก็ตาย และจะขยายพันธุ์ในช่วงหน้าฝนเท่านั้น การที่คนเข้าใจว่ามีพิษต่อมนุษย์นั้นผิด เพราะกิ้งกือไม่สามารถกัดหรือปล่อยสารพิษข้าสู่ร่างกายมนุษย์โดยตรงได้ มีก็แต่การปล่อยสารเคมีออกมาจากร่างกาย ที่เรียกว่าสารเบนโซควิโนน และบางชนิดจะปล่อยสารไซยาไนด์ ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตัวของกิ้งกือเท่านั้น ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์แต่อย่างใด การค้นพบและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติแล้ว โดยเดนมาร์กที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและผลไม้ ปล่อยปุ๋ยออกมา นอกจากทีมวิจัย จุฬา ฯจะลงพื้นที่ศึกษาความหลากหลายของกิ้งกือไทยแล้ว ยังได้ร่วมกับคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในการนำกิ้งกือไปทดสอบลงแปลงผักเพื่อดูประสิทธิภาพในการเป็นผู้ช่วยเพิ่มปุ๋ยลงแปลงอีกด้วย เพื่อนำไปสู่เกษตรอินทรีย์ที่ปราศจากการใช้ปุ๋ยเคมีในอนาคต ก่อนหน้านี้ในเดือน มิ.ย.2551 ศ.ดร.สมศักดิ์ ร่วมกับโครงการบีอาร์ที แถลงข่าวสุดยอดการค้นพบ กิ้งกือมังกรสีชมพู (Shocking Pink Millipede) สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของไทยที่ติดอันดับโลก ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2551 สถาบันไอไอเอสอี (International Institute for Species Exploration
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


