7 พรรคฝ่ายค้านขู่แรง ฟ้องชวน-ศุภชัย ขึ้นศาลฎีกาฯ ถ้าไม่บรรจุญัตติสอบที่มา ส.ว.

7 พรรคฝ่ายค้านขู่แรง ฟ้องชวน-ศุภชัย ขึ้นศาลฎีกาฯ ถ้าไม่บรรจุญัตติสอบที่มา ส.ว.
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

ตัวแทนจาก 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ร่วมแถลงเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (27 ม.ย.) ว่าอาจยื่นฟ้องนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ถ้าไม่บรรจุญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นร้องขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพราะเห็นว่าการเป็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ไม่ได้ตรวจสอบ ส.ว. แต่ที่มา วอนศุภชัยเช็ก! 

นายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปถึง 3 ญัตติ แต่รองประธานสภาคนที่ 2 ไม่บรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อธิบายว่า ส.ส. ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ จึงเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ แต่สิ่งที่เราตั้งญัตติไปนั้น ไม่ได้ไปตรวจคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ว. เพราะทราบดีกว่าคนที่จะตรวจสอบคือ ส.ว. ด้วยกันเอง แต่เราขอตรวจสอบการได้มาซึ่ง ส.ว.

นายปิยบุตร กล่าวต่อไปว่า ทั้ง 7 พรรคการเมือง ให้ความสำคัญ เพราะเป็นประเด็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทุกฝ่ายก็พยายามหาคำตอบว่ากระบวนการสรรหาเป็นอย่างไรกันแน่

"เราพยายามใช้ทุกช่องทาง แต่ถูกปิดหมด ในฐานะที่เป็นผู้แทน เมื่อประเด็นปัญหานี้ยังเป็นที่สงสัยในสังคม จะให้สภาผู้แทนฯ นั่งเฉยๆหรือ สิ่งที่รองประธานสภาฯ ไม่ยอมบรรจุ โดยอ้างว่าไม่มีอำนาจ คสช.ที่เป็นองค์กรสูงสุด เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่มีใครตรวจสอบได้นั้น มองว่าความเห็นแบบนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะหมายความว่า อะไรที่เกี่ยวกับ คสช. จะยุ่งกับไม่ได้เลยหรือ ทั้งที่อีกไม่กี่วัน คสช. หมดอายุแล้ว"

ไม่บรรจุญัตติ เท่ากับลดอำนาจประชาชน

นายปิยบุตร กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎร เป็นองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งเพียงองค์กรเดียว จำเป็นต้องใช้อำนาจที่ได้รับมาจากประชาชนในการทำงานตรวจสอบต่างๆ ตามที่ประชาชนสงสัย หากรองประธานสภาฯ พิจารณาเช่นนี้ เท่ากับลดอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรลง วันข้างหน้าสภาฯ อยากพิจารณาเรื่องประกาศคำสั่ง คสช. จะทำได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเมื่อ คสช.ไปแล้ว

ส.ส. พรรคอนาคตใหม่รายนี้ พูดต่อไปว่า ผลผลิตการใช้อำนาจของเขายังอยู่ และเราไม่สามารถไปยุ่งอะไรกับเขาได้เลย แบบนี้เป็นอันตราย อยากให้รองประธานสภาฯ ทบทวน เพราะหากไม่ทบทวนจะมีปัญหาในทางกฎหมาย และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสงวนเรื่องนี้ไว้พิจารณาในทางกฎหมายต่อไป

ส่อเจตนาละเมิดรัฐธรรมนูญ

ด้าน นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. จ.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากประธานสภาฯ และรองประธานสภาวินิจฉัยเช่นนี้ เป็นเจตนาที่จะละเมิดรัฐธรรมนูญ เพราะ คสช. เป็นองค์กรที่เข้ามาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญญัติจึงมีหน้าที่ในการตรวจสอบ

นายชลน่าน บอกอีกว่า พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติผ่านไป 8 วันแล้ว ข้อบังคับระบุว่า เมื่อสมาชิกยื่นญัตติด่วนให้กับประธาน ซึ่งประธานต้องแจ้งผู้ยื่นภายใน 5 วัน นับตั้งแต่วันรับญัตติ  แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการแจ้งมา และหาก 7 วัน ไม่แจ้ง ญัตติเราเป็นญัติด่วนแน่นอน แต่ญัตติกลับไม่มีถูกบรรจุอยู่ในวาระ แปลว่าท่านเจตนาไม่บรรจุญัตติ และไม่แจ้งเจ้าของญัตติ การกระทำเช่นนี้เท่ากับมีความผิด คือการตั้งใจฝ่าฝืนกฎหมาย

ขู่แจ้ง ป.ป.ช. - ส่งศาลฎีกา

นายชลน่าน บอกอีกว่า หลังจากนี้อาจแจ้งต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ โดยจะให้ตรวจสอบประธานสภาฯ และรองประธานคนที่ 2 ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในส่วนนี้

นอกจาก ป.ป.ช. แล้ว ฝ่ายค้านจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และถ้ามีความผิดปรากฎชัดแจ้ง จะผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามมาอย่างแน่นอน เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่จำเป็นต้องทำ หากไม่ทบทวนบรรจุญัตติดังกล่าว ก็เดินทางไปยื่นป.ป.ช. ในวันที่ 1 ก.ค. เพื่อให้ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวต่อไป.
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ 7 พรรคฝ่ายค้าน