"อนุทิน" ลั่นประชาชนเลือกมาทำงาน ไม่ใช่ให้มากัดกัน เผยโผรัฐมนตรีถึงมือนายกฯ แล้ว

"อนุทิน" ลั่นประชาชนเลือกมาทำงาน ไม่ใช่ให้มากัดกัน เผยโผรัฐมนตรีถึงมือนายกฯ แล้ว
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (19 มิ.ย. 62) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยว่า ได้ส่งรายชื่ออย่างเป็นทางการไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ยังไม่ได้คุยกับนายกฯ อีกเลย แต่ไม่มีการตีกลับมาแน่นอน

ส่วนการลาออกจากความเป็น ส.ส.ของคนที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แม้ไม่ได้มีกฎหมายบังคับว่าต้องลาออก แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย คนที่ไปเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออกจาก ส.ส. ยกเว้นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค เพราะต้องกำกับการทำงานในสภา
          
“ชื่อที่ปรากฏเป็นข่าวอาจจะถูกบ้างผิดบ้าง แต่พูดไม่ได้เสียมารยาท ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกฯ ที่จะกลั่นกรอง เพราะท่านมีหน้าที่ตรวจประวัติแล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ท่านเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ฉะนั้นจะให้ท่านเสียหายไม่ได้” นายอนุทิน ระบุ
          
เมื่อถามว่า เห็นหน้าตาคณะรัฐมนตรี (ครม.) เบื้องต้นแล้วคิดอย่างไร หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเราต้องคิดว่าดีไว้ก่อน เราจะไปบอกว่าคนนั้นดีคนนี้ไม่ดีไม่ได้ ส่วนการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลที่หลายฝ่ายประเมินว่าอาจจะไม่ราบรื่นเพราะมีหลายกลุ่มเข้ามานั้น ตนคิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทุกคนทราบถึงความสำคัญของการทำงาน หากเข้ามาแล้วทะเลาะกันก็เป็นภาพที่ไม่ดี ประชาชนเลือกเข้ามาให้ทำงานไม่ใช่ให้มากัดกัน

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ที่โหวตสวนมติพรรคในการเลือกนายกฯ นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่คืบหน้า อย่าไปกังวล ทุกอย่างทำตามระเบียบพรรค เรื่องแค่นี้ขอกันกินยังมากกว่า อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่านายสิริพงศ์ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนของพรรคแล้วหรือไม่ แต่โทรศัพท์คุยกันก็ยังเป็นปกติ ไม่มีปัญหาเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ก็ต้องเคารพ เพราะเขาใช้เอกสิทธิ์ของเขา ส่วนมติพรรคก็เป็นเรื่องของมติพรรค

อย่างไรก็ตาม คงไม่มีการกำชับ ส.ส.ของพรรคในเรื่องนี้ เพราะทุกคนมีวุฒิภาวะและคงพูดกันรู้เรื่อง แต่กรณีที่เกิดขึ้นในครั้งที่ผ่านมาอาจจะเผลอไป
          
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐจะเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเป็น พล.อ.ประยุทธ์ นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่จะได้ผู้ใหญ่เข้ามา จะได้ทำงานด้วยกันเต็มที่ สะดวก และตัดสินใจได้รวดเร็ว เพราะการทำงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมีเรื่องต้องตัดสินใจมากมาย หากนายกฯ อยู่ข้างนอก การสื่อสารจะช้าไม่ทันการณ์

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!