ลุกฮือไล่ ผอ.โรงเรียน ขออึ๊บครูสาวแลกผลประเมิน แฉซ้ำอนาจารลูกศิษย์

ลุกฮือไล่ ผอ.โรงเรียน ขออึ๊บครูสาวแลกผลประเมิน แฉซ้ำอนาจารลูกศิษย์
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ชาวบ้านจับกลุ่มลุกฮือไล่ผู้อำนวยการโรงเรียน หลังพยายามทำอนาจารลูกศิษย์ ซ้ำยังเจรจาขอมีความสัมพันธ์กับครู เพื่อแลกผลประเมิน สปพ.รับข้อเสนอสั่งย้ายด่วน ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

(4 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จับกลุ่มรวมตัวกันไปที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง พร้อมกับถือแผ่นป้ายขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียน หลังจากที่มีคลิปเสียงซึ่งถูกระบุว่าเป็นเสียงของผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้เจรจาต่อรองกับครูหญิงรายหนึ่ง

โดยในคลิปดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเสนอผลการประเมินการปฏิบัติงานในระดับสูง แลกกับการมีเพศสัมพันธ์ และพฤติการณ์ที่เข้าข่ายอาจกระทำการอนาจารต่อนักเรียนหญิงหลายคน โดย นายปรีชา รักษ์ทอง รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 พร้อมฝ่ายนิติกร ได้เข้ารับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน

ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้ปรากฏตัวที่โรงเรียน ทิ้งไว้เพียงเอกสารแถลงการณ์ที่เขียนด้วยลายมือ 7 ข้อ มีใจความว่า ไม่สามารถมาชี้แจงด้วยตนเองได้ เนื่องจากกำลังป่วย และมีเนื้อหาทำนองยอมรับสภาพกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนั้นยังมีข้อความแสดงการขอโทษถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ขอโทษนักเรียนและศิษย์เก่า ขอโทษคณะผู้บริหารที่ทำให้ภาพลักษณ์วงการครูเสื่อมเสีย พร้อมทั้งชาวบ้านในท้องที่ รวมทั้งขอโทษต่อครูสาวและครอบครัว และอ้างว่าที่ทำผิดไปนั้นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ไตร่ตรองต่อผลที่เกิดขึ้นให้รอบคอบ

นายปรีชา รักษ์ทอง รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ได้รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้านในพื้นที่ รวมทั้งผู้ปกครอง และมีข้อเรียกร้องให้ย้ายนายสุทธิพลออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน และให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ผู้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชุมชนรวมทั้งชื่อเสียงของโรงเรียน

ขณะที่ นายสุชาติ มีล่อง หรือที่รู้จักในชื่อ พรพนา ธาราวดี นักร้องลูกทุ่ง หนึ่งในตัวแทนผู้ปกครองได้เรียกร้องให้ผู้บริหารต้นสังกัด หาทางช่วยเหลือครูที่เป็นผู้เสียหายที่มีอย่างน้อย 4 คนที่ถูกกระทำ โดยหนึ่งในนั้นถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตายแล้วถึง 4 ครั้ง และมีอาการเครียดจนเข้าขั้นเป็นโรคจิตเวช มีภาระจากการกู้ยืมที่เกิดขึ้นโดยผู้อำนวยการกว่า 2 ล้านบาท ปัจจุบันต้องใช้ยาบรรเทาอาการรวมทั้งพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งเรียกร้องให้ย้ายผู้อำนวยการออกไปทันทีและขอให้ย้ายครูสาว หนึ่งในเหยื่อของผู้อำนวยการที่ต้อขอย้ายตัวเองหนีไปช่วยราชการที่โรงเรียนอื่นกลับมาอยู่กับนักเรียนที่นี่หลังจากที่ย้ายผู้อำนวยการออกไปแล้ว นอกจากนั้นยังพบว่ามีพฤติกรรมอนาจารเด็กในโรงเรียนอีกหลายคน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาติดตามสถานการณ์ยืนยันว่า ในการดำเนินคดีนั้นผู้ปกครองเด็กที่เป็นผู้เสียหายจะต้องไปแจ้งความดำเนินคดี หากไม่แจ้งความจะไม่สามารถดำเนินคดีได้ ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนพร้อมรับแจ้งความอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีใครเข้าแจ้งความ

ส่วนชาวบ้านที่เข้ามาติดตามสถานการณ์และขับไล่ผู้อำนวยการนายนี้ต่างแสดงความพอใจ และยืนยันว่าหากผู้อำนวยการกลับมาโรงเรียนนี้อีกครั้ง จะไม่รับรองหากเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นเนื่องจากชาวบ้านมีความไม่พอใจเป็นวงกว้าง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!