กองทัพเรือเตรียมชำแหละ "บ้านลอยน้ำ" ไม่สนขู่ฟ้องศาลโลก ชี้โทษสูงสุดถึงประหาร

กองทัพเรือเตรียมชำแหละ "บ้านลอยน้ำ" ไม่สนขู่ฟ้องศาลโลก ชี้โทษสูงสุดถึงประหาร
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี แชด เอลวาร์โทวสกี้  ชายชาวเฟรนช์โปลินีเซีย และ นาเดีย ภรรยาสาวชาวไทย ได้สร้างบ้านลอยน้ำ (Seasteading) ตามแนวคิดการตั้งถิ่นฐานในทะเลนอกน่านน้ำทะเลอาณาเขต ในนามของ Ocean Builders ถูกนำไปติดตั้งสำเร็จในพิกัด ละติจูด 7 องศา 29.37 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 34.81 ลิปดาตะวันออก หรือ บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะราชาใหญ่ ระยะห่างประมาณ 12 ไมล์ทะเล ซึ่งพิกัดดังกล่าวอยู่ในเขตต่อเนื่อง 24 ไมล์ ของประเทศไทย

ต่อมา ทางกองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อเอาผิดตามกฎหมายผู้ต้องหาแล้ว เพราะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายไทย และเรื่องนี้เกี่ยวกับการรักษาอธิปไตยของชาติ อีกทั้งมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายกรมเจ้าท่า กฎหมายเดินเรือ ซึ่งถือว่ากรณีเป็นกรณีแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

คืบหน้าล่าสุดบ่ายวันนี้ (20 เม.ย. 62) หลังจากที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล. เขต 3) ทีมเจ้าหน้าที่จากกองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา และชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3 รวมทั้งเรือลากจากฐานทัพเรือพังงา และสื่อมวลชนจากสำนักข่าวต่างๆ พร้อมด้วยอุปกรณ์ในการบันทึกภาพ เดินทางโดยเรือตรวจการณ์ ต.991 ของกองทัพเรือ ไปยังบริเวณกลางทะเลซึ่งเป็นจุดติดตั้งบ้านลอยน้ำของกลุ่ม Seasteading ห่างจากเกาะภูเก็ตไปประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณไปถึงประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

โดยชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ลงตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าบ้านลอยน้ำดังดังนั้นมีสภาพไม่คงทนแข็งแรงตัวบ้านตั้งบนแท่งเหล็กที่จมลงไปในน้ำประมาณ 50 เมตร มีขาเหล็ก 4 ขาค้ำตัวบ้านไว้ 2 ข้าง ยึดกับแท่งเหล็กอีก 2 ข้างค้ำยันไว้เฉยๆ และใช้ไม้เป็นฐานรองยึดเท่านั้น ตัวบ้านมีลักษณะเอียงข้างและเมื่อมีลมพัดแรงจะโยกไปมาตามแรงลม และเจ้าหน้าที่คาดว่าจะไม่สามารถรับแรงคลื่นขนาดใหญ่หรือพายุได้

สำหรับการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าฝั่งนั้น จะใช้วิธีการแยกชิ้นส่วนระหว่างเสาเหล็กที่เป็นทุ่นกับตัวอาคารทรงแปดเหลี่ยมและตัวบ้านออกจากกัน แล้วถึงจะเคลื่อนย้ายวัตถุดังกล่าวกลับเข้าฝั่งได้ แต่ต้องใช้เวลาในการดำเนินแยกชิ้นส่วนมากพอสมควร คาดว่าในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ถึงจะสามารถเคลื่อนย้ายตัวบ้านเข้าฝั่งมาเก็บเป็นพยานวัตถุแห่งคดีอาญาได้ แต่พยานหลักฐานต้องสมบูรณ์แบบเหมือนเดิม เพราะต้องดำเนินคดีกับ 2 สามีภรรยาและบริษัทรวมทั้งผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายทั้งหมด ตามมาตรา 119 ในข้อหาละเมิดอธิปไตยของไทย ซึ่งมีโทษสูงสุดประหารชีวิต

>> กองทัพเรือออกโรงยัน ไม่ได้ล่าเอาชีวิตผัวเมีย "บ้านลอยน้ำ" กลางทะเลภูเก็ต

>> แชด-นาเดีย 2 ผัวเมียบ้านลอยน้ำ วอนช่วยเป็นผู้ลี้ภัย อ้างกำลังหนีทหารไทยตามล่า

พลเรือโท สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ผู้บัญชาการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 ทาง ศรชล. เขต 3 ดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะในพื้นที่การตั้งบ้านลอยน้ำนั้นอยู่ในอาณาเขตต่อเนืองภายใน 24 ไมล์ทะเลของรัฐบาลไทย ไม่ใช่น่านน้ำสากลตามทีทางกลุ่มกล่าวอ้าง เพราะในฝั่งทะเลอันดามันนั้นไม่มีพื้นที่น่านน้ำสากล เนื่องจากน่านน้ำอาณาเขตของเราจากฝั่งออกไป 12 ไมล์ทะเล จากนั้นเป็นพื้นที่อาณาเขตต่อเนื่องอีก 12 ไมล์ทะเล จากนั้นเป็นพื้นที่อาณาเขตเศรษฐกิจจำเพาะอีก 200 ไมล์ทะเล อาณาเขตทุกด้านชนกับประเทศเพื่อนบ้านหมด ทั้งฝั่งประเทศเมียนมา อินเดีย มาเลเซีย จึงไม่มีส่วนไหนของทะเลอันดามันเป็นพื้นที่น่านน้ำสากลที่จะให้ Seasteading ในนามของ Ocean Builders ตั้งถิ่นฐานรัฐอิสระปกครองตนเองได้เลย

ที่ตั้งปัจจุบันอยู่ในอาณาเขตรับผิดชอบของประเทศไทย เราจำเป็นต้องดำเนิคดีตามกฎหมายและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงขอความกรุณาให้สื่อมวลชนช่วยนำเสนอข้อเท็จจริงดังกล่าวให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป ซึงเราจำเป็นต้องดำเนินการทำการรื้อถอน เนื่องจากบุกรุกอำนาจอธิปไตยของประเทศไทยชัดเจน แม้นทางบริษัท Ocean Builders จะออกแถลงการณ์ห้ามเราทำการรื้อถอน หากเราทำการรื้อถอนจะฟ้องศาลโลกนั้นเป็นสิทธิของบริษัท ส่วนสิทธิ์ของเราคือการรักษาอธิปไตยของประเทศไทยและหากไม่ดำเนินการตามกฎหมายจะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเรา และทางทัพเรือภาคที่ 3 เข้าตรวจสอบและแจ้งความดำเนินคดีต่อชาวต่างชาติและภรรยาคนไทย ที่ทางบริษัทผู้ผลิตบ้านดังกล่าวระบุว่า เป็นอาสาสมัครที่มาทดลองใช้ชีวิตในบ้านลอยน้ำ ในข้อหาละเมิดอธิปไตยของไทย ซึ่งมีโทษสูงสุดประหารชีวิต รวมไปถึงมีการเพิกถอนวีซ่า และเข้าตรวจสอบอู่ต่อเรือที่ผลิตบ้านลอยน้ำ ทำให้บริษัทผู้ผลิตบ้านลอยน้ำต้องประกาศระงับโครงการที่จะเปิดขายตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.ออกไปจนกว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

สำหรับบ้านลอยน้ำหลังนี้ ได้มีการก่อสร้างที่อู่ต่อเรือ ที่บ้านคอเอน หมู่ที่ 7 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นของบริษัท โอเชียนบิวเดอร์ (Ocean Builders) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีแนวคิดในการสร้างบ้านที่อาศัยอยู่ในทะเล ที่จะก่อตั้งเป็นรัฐอิสระ ปกครองตนเอง เป็นบ้านต้นแบบ หรือบ้านตัวอย่างหลังแรกที่ประสบความสำเร็จในการนำมาติดตั้งในบริเวณกลางทะเลห่างจากเกาะราชาใหญ่ ประมาณ 12 ไมล์ทะเล และได้มีผู้ที่มีแนวคิดเหมือนกันได้มาทดลองอาศัยแล้ว จากเป้าหมายที่จะสร้างทั้งหมด 20 หลัง และมทีผู้สนใจแล้วจำนวน 14 ราย

>> กองทัพเรือดับฝัน 2 ผัวเมียสร้างบ้านลอยน้ำ หวังตั้งเขตปกครองตัวเองในทะเลสากล

>> กองทัพเรือแจ้งความ "ผัวเมีย" สร้างบ้านลอยน้ำ เข้าข่ายผิดหลายกระทง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!