เลือกตั้ง 2562: "ไพบูลย์" ชูรัฐธรรมนูญมาตรา 270 แก้ปมหากรัฐบาลหน้าเสียงปริ่มน้ำ

เลือกตั้ง 2562: "ไพบูลย์" ชูรัฐธรรมนูญมาตรา 270 แก้ปมหากรัฐบาลหน้าเสียงปริ่มน้ำ
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

17 เม.ย. 62 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) กล่าวว่า ตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรไม่มาก เสียงเพียงปริ่มน้ำจะบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ เพราะจะมีปัญหาในการพิจารณาผ่านกฎหมายต่างๆ รวมทั้งการพิจารณากฎหมายงบประมาณแผ่นดินประจำปี

แต่ตนเชื่อว่าไม่มีปัญหาดังกล่าว เพราะเห็นว่ากฎหมายที่พิจารณาโดยรัฐบาลในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน เป็นกฎหมายที่สามารถดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ได้ โดยใช้การพิจารณากฏหมายในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งตนมั่นใจว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะมีเสียง ส.ส. และ ส.ว. สนับสนุนในรัฐสภามากกว่า 500 เสียง ทำให้สามารถบริหารราชการแผ่นดินไปได้ด้วยความมั่นคง

ทั้งนี้ มาตรา ๒๗๐ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีรายละเอียด ดังนี้

มาตรา ๒๗๐ นอกจากจะมีหน้าที่และอํานาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภาตามมาตรา ๒๖๙ มีหน้าที่และอํานาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ และการจัดทําและดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งความคืบหน้าในการดําเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุกสามเดือน

ร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดําเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ ให้เสนอและพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา

ร่างพระราชบัญญัติใดที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดําเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ ให้แจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบพร้อมกับการเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้น ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมิได้แจ้งว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดําเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดําเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของแต่ละสภา อาจเข้าชื่อกันร้องขอต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้วินิจฉัย การยื่นคําร้องดังกล่าวต้องยื่นก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณี จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นแล้วเสร็จ

เมื่อประธานรัฐสภาได้รับคําร้องตามวรรคสาม ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการร่วมซึ่งประกอบด้วยประธานวุฒิสภาเป็นประธาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ผู้นําฝ่ายค้าน
ในสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนคณะรัฐมนตรีคนหนึ่ง และประธานคณะกรรมาธิการสามัญคนหนึ่งซึ่งเลือกกันเองระหว่างประธานคณะกรรมาธิการสามัญในวุฒิสภาทุกคณะเป็นกรรมการ เพื่อวินิจฉัย

การวินิจฉัยของคณะกรรมการร่วมตามวรรคสี่ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการร่วมดังกล่าวให้เป็นที่สุด และให้ประธานรัฐสภาดําเนินการไปตามคําวินิจฉัยนั้น

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!