
ราชบัณฑิตยสภาเผยแพร่ถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคล "ร.10" เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2 ห้วงเวลา รัฐบาลเปิดยื่นแบบคำขออนุญาตขอใช้ตราสัญลักษณ์ถึง 4 พ.ค. 63 ไม่มีค่าใช้จ่าย
เมื่อวานนี้ (3 เมษายน) นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ยกร่างตัวอย่างถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยจะแบ่งการใช้เป็น 2 ห้วงเวลา คือ
นางพัชราภรณ์ กล่าวว่า ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับผู้ที่ประสงค์นำไปใช้ หรืออาจใช้ข้อความที่ศิลปินแห่งชาติ ครูบาอาจารย์หลายคนได้ประพันธ์ไว้ก็ได้ ทั้งนี้ ให้ใช้ร่วมกับพระฉายาลักษณ์พระราชทาน 12 ภาพ โดยสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างการใช้ถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี www.opm.go.th หรือที่เพจเฟซบุ๊กของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
สำหรับตัวอย่างการใช้ถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่บัดนี้จนถึงช่วงครึ่งวันเช้าของวันที่ 4 พ.ค. 2562 ใช้ว่า
*สำหรับ "ข้าพระพุทธเจ้า" ให้ระบุชื่อบุคคล ตำแหน่ง คณะบุคคล หน่วยงาน
ส่วนการใช้ถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ตั้งแต่บ่ายวันที่ 4 พ.ค. 2562 เป็นต้นไป ใช้ถ้อยคำว่า
*สำหรับ "ข้าพระพุทธเจ้า" ให้ระบุชื่อบุคคล ตำแหน่ง คณะบุคคล หน่วยงาน
ด้าน นางประภาศรี บุญวิเศษ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดให้หน่วยงานของรัฐ องค์กรภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคม ชมรม หรือบริษัท/ห้าง/ร้าน ขออนุญาตเชิญตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกไปประดับหรือประดิษฐานบนหรือในสิ่งของ อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ นั้น ขณะนี้มีผู้ยื่นแบบคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ฯ จำนวนมากกว่า 650 ราย โดยคณะอนุกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้ตราสัญลักษณ์ฯ ได้พิจารณาคำร้องขออนุญาตที่ได้มีการยื่นเข้ามาตั้งแต่วันที่ 1-31 มี.ค. 2562 มีผู้ได้รับอนุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์ฯ ไปแล้ว จำนวน 587 แบบคำขอ โดยแยกเป็นประเภท ดังนี้
ทั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ตราสัญลักษณ์ฯ ให้เป็นไปอย่างกว้างขวาง หน่วยงานของรัฐ องค์กรภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคม ชมรม หรือบริษัท/ห้าง/ร้าน สามารถยื่นแบบคำขออนุญาตเชิญตราสัญลักษณ์ฯ ได้ที่คณะอนุกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทร. 0-2283-4228 -9 โทรสาร 0-2283-4248-9 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 4 พ.ค. 2563 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ขณะที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด นำหัวหน้าส่วนราชการได้ซ้อมเสมือนจริงพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะประกอบพิธีจริงในวันที่ 6 เม.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 เม.ย. กระทรวงมหาดไทยกำหนดซ้อมขบวนเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานคร จากหอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังกระทรวงมหาดไทย เวลา 13.30 น.สำหรับพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ หอศาสตราคมในพระบรมมหาราชวัง และเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ส่งมอบให้กับกระทรวงมหาดไทย จะมีขึ้นในวันที่ 12 เม.ย.นี้
ส่วนพิธีซ้อมขบวนเชิญน้ำอภิเษกจากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศนเทพวรารามฯ และจากวัดสุทัศน์ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามฯ กระทรวงมหาดไทยจะจัดซ้อมในวันที่ 11 เม.ย. โดยมีรมว.มหาดไทย ผู้ว่าราชการ กทม. ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และผู้เชิญคนโทน้ำอภิเษก จำนวน 86 คน ร่วมซ้อมโดยพร้อมเพรียง
โดยในวันที่ 18 เม.ย. พระฤกษ์เวลา 17.19-21.30 น. จะมีพิธีเสกน้ำอภิเษกรวมจากกรุงเทพมหานครและ 76 จังหวัด สมเด็จพระสังฆราช ประธานฝ่ายสงฆ์ และนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศน์ จากนั้นวันที่ 19 เม.ย. เวลา 07.30 น. มีขบวนแห่เชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศน์ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามฯ
อัลบั้มภาพ 5 ภาพ