พ่อ-ลูกโร่แจ้งความ หลังถูกโจรแสบสวมรอย "บัตรประชาชน" ขายของออนไลน์-มีเหยื่อนับสิบราย

พ่อ-ลูกโร่แจ้งความ หลังถูกโจรแสบสวมรอย "บัตรประชาชน" ขายของออนไลน์-มีเหยื่อนับสิบราย
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สองพ่อลูกหอบหลักฐานเข้าแจ้งตำรวจ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังถูกมิจฉาชีพนำบัตร ปชช. ไปสวมรอยหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ สุดท้ายถูกผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดเพราะมีชื่อเป็นผู้ขาย 

(9 ก.พ. 62) นายไตรสิทธิ์ อายุ 56 ปี และนายพิสิษฐ์ อายุ 25 ปี สองพ่อลูกชาว ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วิวัฒน์ นามอาษา พนักงานสอบสวน สภ.นางรอง

หลังจากได้มีมิจฉาชีพหลอกเอาบัตรประชาชนของนายพิสิษฐ์ ลูกชาย ไปสวมรอยหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์ให้กับผู้อื่นต่อ เช่น โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ

มีผู้ตกเป็นเหยื่อสั่งซื้อสินค้าในหลายพื้นที่จังหวัด และผู้ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกซื้อสินค้าออนไลน์แต่กลับไม่ได้รับสินค้าจริง ก็ได้เข้าแจ้งความเอาผิดนายพิสิษฐ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกนำบัตรประชาชนไปแอบอ้างแล้วกว่า 20 ราย แต่ละรายสูญเงินที่โอนไปจ่ายค่าสินค้าตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท

ซึ่งที่ผ่านมานายพิสิษฐ์ ได้นำหลักฐานไปแสดงเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายท้องที่ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีเป็นผู้หลอกขายของออนไลน์และไม่มีส่วนเกี่ยวกับมิจฉาชีพดังกล่าว แต่ก็ยังมีการนำบัตรประชาชนไปสวมรอยหลอกลวงคนอื่นอยู่อย่างต่อเนื่อง และเพื่อความบริสุทธิ์ตนก็พร้อมให้ตรวจสอบ

จึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ในวันนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือติดตามตัวมิจฉาชีพรายดังกล่าว ที่นำบัตรประชาชนไปหลอกลวงผู้อื่น มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อจะได้มารับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำ และไม่ไปหลอกลวงบุคคลอื่นต้องสูญเสียเงินอีก

นายพิสิษฐ์ ยังเล่าอีกว่า ก่อนที่ถูกมิจฉาชีพหลอกเอาบัตรประชาชนไปสวมรอย เนื่องจากตอนแรกได้เข้าไปค้นหาใน Facebook เพื่อจะซื้อมือถือ แล้วบังเอิญไปเจอมิจฉาชีพคนดังกล่าว โพสต์ขายมือถือมือสอง โดยให้ผ่อนเป็นงวดๆ จึงสนใจ

จากนั้นก็ติดต่อซื้อขายกันโดยติดต่อกันทางเฟส เมื่อตกลงจะซื้อขายกัน เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่ายจึงมีการถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งแลกกัน จากนั้นตนก็โอนเงินไปให้งวดแรก 3,000 บาท จากราคามือถือทั้งหมด 17,000 บาท

แต่หลังจากโอนเงินงวดแรกไปให้พร้อมถ่ายรูปบัตรประชาชนแลกเปลี่ยนกันแล้ว ก็ถูกบล็อกเฟสไม่สามารถติดต่อกับบุคคลดังกล่าวได้อีก จึงรู้ว่าถูกหลอกตอนแรกก็คิดว่าแค่ถูกหลอกเสียเงินที่โอนค่าโทรศัพท์ไป 3,000 บาทเท่านั้น

แต่แท้จริงไม่ใช่หลังจากนั้นก็มีตำรวจจากหลายท้องที่โทรศัพท์มาหา บอกว่าตนถูกผู้เสียหายหลายรายแจ้งความว่าไปหลอกขายสินค้าทางออนไลน์ แต่ลูกค้าไม่ได้รับสินค้า

จึงเชื่อว่ามิจฉาชีพคนดังกล่าวน่าจะเอาบัตรประชาชนของตนเอง ไปสวมรอยหลอกลวงบุคคลอื่นต่อ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวมิจฉาชีพคนนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

ทั้งนี้ยังได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานด้วยว่า หลังจากนี้หากมิจฉาชีพนำบัตรประชาชนของตนเองไปแอบอ้างหลอกลวงบุคคลอื่น ไม่ว่าวิธีการใดก็ตามตนเองจะไม่รับผิดชอบ

พร้อมทั้งอยากเตือนผู้ที่คิดจะซื้อของทางออนไลน์ และจะให้บัตรประชาชนกับบุคคลอื่น เพราะนอกจากจะถูกหลอกสูญเสียเงินแล้ว ยังจะถูกนำบัตรประชาชนไปใช้ในทางที่ผิดอีกด้วย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!