พรรคเพื่อไทยมาแน่! คาดได้แชมป์ ส.ส. แต่วืดตั้งรัฐบาล เชื่อ "คนหน้าเดิม" เป็นนายกฯ ต่อ

พรรคเพื่อไทยมาแน่! คาดได้แชมป์ ส.ส. แต่วืดตั้งรัฐบาล เชื่อ "คนหน้าเดิม" เป็นนายกฯ ต่อ
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี ที่ประชุม กกต. มีมติกำหนดให้วันที่ 24 มี.ค. 62 เป็นวันเลือกตั้ง และกำหนดรับสมัคร ส.ส. ระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. 62 โดยประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติสมัคร ส.ส. วันที่ 15 ก.พ. 62 กำหนดลงคะแนนนอกราชอาณาจักร วันที่ 4-16 มี.ค. 62 และวันลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้งหรือเลือกตั้งล่วงหน้า 17 มี.ค. 62

>> เปิดไทม์ไลน์วันเลือกตั้ง 2562 สอดคล้องเคียงคู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เมื่อวานนี้ (23 ม.ค. 62) รายการต่างคนต่างคิด ตอน เลือกตั้งแน่ 24 มี.ค. ใครจะเป็นนายกฯ? ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. เชิญ รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มาร่วมพูดคุยในรายการ

รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น.รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น.

ผศ.วันวิชิต กล่าวว่า เรื่องการประกาศวันเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย และสำหรับตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากอาจทำให้ความขัดข้องใจของประชาชนน้อยลง และทำให้พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มขยับตัวมากขึ้น ต่อไปนี้จึงเป็นหน้าที่ของ กกต. ซึ่งต้องทำการบ้านให้ดี เพราะจะมีอีกหลายเรื่องที่จะตามมาในอนาคต

ด้าน รศ.สุขุม กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีการประกาศวันเลือกตั้งแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ขณะนี้ตนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มมีความลังเล เพราะอาจไม่เห็นด้วยกับนโยบายของบางพรรค แต่อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเข้าไปดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้ 2 จังหวะ ซึ่งจังหวะแรกคือ เข้าไปอย่างคนในพรรคการเมืองธรรมดาทั่วไป แต่หากว่าพรรคการเมืองหานายกรัฐมนตรีไม่ได้ ก็จะถึงจังหวะที่สองคือ เข้ามาด้วยการเป็นนายกฯ คนนอก

รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงรศ.สุขุม นวลสกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ต่อมา รศ.สุขุม วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ในขณะนี้ พรรคเพื่อไทย อาจจะชูทั้งนางสุดารัตน์ และนายชัชชาติ เพราะต้องการคนที่สามารถดึงเสียงของประชาชนเข้าพรรคได้ รวมถึงแสดงให้สังคมทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวนี้เป็นทีมเดียวกัน

ซึ่ง ผศ.วันวิชิต วิเคราะห์ต่อว่า ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ให้กับคนเพียงคนเดียว รวมทั้งยังมีการชูจุดขายเรื่องนักการเมืองรุ่นใหม่ เพื่อให้สังคมเห็นว่าพรรคเองก็เริ่มมีการเปิดให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมด้วยเหมือนกัน ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ตัวใหญ่ๆ ของพรรคเป็นนักการเมืองรุ่นเก่า จึงอาจจะไม่มีคะแนนในส่วนของตัวบุคคลโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า “คะแนนติ่ง” และอาจจะเป็นรองพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด

แต่ทั้งนี้ ตนคาดว่าอันดับหนึ่ง อาจได้ที่นั่ง ส.ส. เต็มที่เพียงประมาณ 150 ที่นั่ง เนื่องจากจำนวน ส.ส. อาจถูกถ่ายเทไปที่พรรคการเมืองขนาดกลางและเล็ก จุดนี้จึงอาจเป็นอำนาจต่อรองสำคัญของพรรคการเมืองขนาดกลาง ส่วนพรรคการเมืองขนาดเล็กน่าจะยังพอมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้บ้าง

ด้าน รศ.สุขุม แสดงความคิดเห็นว่า หากให้ตนวิเคราะห์ขณะนี้ อันดับหนึ่ง คือ พรรคเพื่อไทย อันดับสอง อาจเป็นการชิงชัยระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ แต่ตนคาดว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องมาจากความเก๋าเกมกว่า แต่ทั้งนี้ แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ตนคาดว่าอาจจะตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะไม่มีใครไปร่วมรัฐบาล เนื่องจากพรรคอื่นอาจยังกังวลว่าหากร่วมงานกันแล้วจะอยู่ด้วยกันได้นานหรือไม่

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

โดย ผศ.วันวิชิต แสดงความคิดเห็นว่า ตนเองเห็นด้วยกับความคิดเห็นของ รศ.สุขุม และตนขอเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า อาจจะเป็นไปตามทฤษฎีสมคบคิดที่น่าสนใจข้อหนึ่งหรือไม่ว่า หากพรรคการเมืองใดได้เป็นอันดับหนึ่ง ก็อาจจะมีผู้ใช้ไม้ตาย คือ กกต.เข้ามาจัดการ ด้วยการแจกใบเหลืองใบแดงหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่า คสช. นั้นยังคงกุมอำนาจต่อไปจนกว่าจะได้ตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ต่อมา รศ.สุขุม กล่าวว่า หากพรรคการเมืองอันดับหนึ่งไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้นั้น ส.ว.ก็จะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเลือกนายกฯ และเกมจะเปลี่ยนเป็นว่า ส.ว. ทั้ง 250 คน ต้องการให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีแทน

และ ผศ.วันวิชิต กล่าวเสริมอีกว่า อย่างไรก็ตาม หากนักการเมืองเข้ามาบริหารงานกันเต็มกำลังแล้ว ก็คงจะได้เห็น “ฤทธิ์เดช” ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างเต็มรูปแบบ แต่เท่าที่ผ่านมาจะเห็นว่าพรรคการเมืองหลายพรรคก็ไม่ได้พิสมัยรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เลยแม้แต่น้อย เพราะเล็งเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นและอาจนำไปสู่การยุบสภาในอนาคตได้

สุดท้ายเมื่อถามว่า คาดว่าใครจะเป็นนายกฯ คนต่อไป รศ.สุขุม กล่าวว่า เรื่องที่ตนคาดว่าใครจะเป็นนายกฯ นั้น ไม่ต้องพูดออกมาแค่หลับตาก็พอจะเห็นภาพอยู่แล้ว ขณะที่ ผศ.วันวิชิต แสดงความคิดเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครโดดเด่น เพราะเห็นมีผู้ที่ฉายแววอยู่ภาพเดียว โดยฉายทุกวันศุกร์เสียด้วย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!