2 เพื่อนซี้ตระเวนลักตู้เติมเงิน กวาดไปกว่า 20 แห่ง ได้เงินร่วม 7 หมื่น!

2 เพื่อนซี้ตระเวนลักตู้เติมเงิน กวาดไปกว่า 20 แห่ง ได้เงินร่วม 7 หมื่น!
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีมีภาพกล้องวงจรปิดที่ร้านค้าในเขตเมืองกระบี่ อ.เหนือคลอง และ อ.เขาพนม จ.กระบี่ เผยให้เห็นคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ตระเวนก่อเหตุลักตู้เติมเงิน โดยคนร้ายใช้คีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ตัดน็อตที่ยึดตู้ แล้วยกตู้เติมเงินไปทั้งตู้

ซึ่งจากการสอบถามไปยังฝ่ายสืบสวน ภ.จว.กระบี่ ให้ข้อมูลว่า มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นและมีการแจ้งความตู้เติมเงินหายจำนวนกว่า 20 ตู้ ใน 3 อำเภอของจังหวัดกระบี่ โดยคนร้ายได้เงินไปรวมประมาณ 7 หมื่นบาท เหตุเกิดตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 61 จนถึงล่าสุด 21 ม.ค. 62 ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 24 ม.ค. 62 พ.ต.ท.นพดล กล่อมพงษ์ สารวัตรสืบสวน ภ.จว.กระบี่ เปิดเผยว่า ทางชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ เขาพนม และเหนือคลอง ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว

โดยผู้ต้องหาคือ นายสมพงษ์ หรือเล็ก อายุ 26 ปี และนายพัฒพงษ์ หรือนาหรีน อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง อปกรณ์สำหรับการลักทรัพย์เป็นคีมตัดเหล็ก และมีอาวุธปืนขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 6 นัด ซึ่งการเข้าจับกุมนั้นเป็นการระดมกวาดล้างอาชญากรรม และพบอาวุธปืนของผู้ต้องหา ประกอบกับมีอุปกรณ์สำหรับตัดเหล็ก ตรวจปัสสาวะสีม่วงทั้ง 2 คน และมีลักษณะใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุลักตู้เติมเงินด้วย จึงได้ทำการสอบสวน จนผู้ต้องหาทั้ง 2 รับสารภาพ

จากนั้นจึงได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปค้นหาตู้ที่นำไปทิ้งตามจุดต่างๆ และร้านที่ถูกก่อเหตุใน 3 อำเภอ รวม 20 แห่ง และจากการตรวจสอบพบว่านายพัทธพงษ์ มีหมายจับของศาลจังหวัดกระบี่ ที่ จ.233/2560 ข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในเวลากลางคืนอีก 1 หมายด้วย สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันตระเวนก่อเหตุลักตู้เติมเงินจริง โดยก่อเหตุมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 61 ซึ่งทุกครั้งที่ก่อเหตุจะนำอาวุธปืนไปด้วย หากมีคนมาพบเห็นก็จะยิงปืนข่มขู่แล้วหลบหนี

ซึ่งการเลือกตู้เติมเงินนั้น ทุกครั้งจะทดสอบโดยการหยอดเหรียญ 1-2 บาท ลงไปในตู้ หากมีเสียงดังไม่มาก ก็แสดงว่าภายในตู้มีเงินธนบัตรอยู่มากไม่ต่ำกว่า 3 พันบาท ก็จะใช้คีมตัดน็อตที่ยึดตู้ออกถอดปลั๊กแล้วก็จะยกไปทั้งตู้ เมื่อหาที่เปลี่ยวได้ก็ใช้คีมกระแทกเอาเงินออกมาแบ่งกันคนละครึ่ง เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายและซื้อยาบ้ามาเสพ โดยจะซื้อวันละ 1-3 เม็ด ราคาเม็ดละ 120 บาท

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในเวลากลางคืน ซึ่งได้แยกแต่ละคดีเป็นต่างกรรมต่างวาระด้วย จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่ดำเนินคดีก่อน ส่วนท้องที่เมืองกระบี่และเขาพนม จะได้มีการประสานเพื่ออายัดตัวและแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ต่อไปด้วย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!