วอนหยุดปลุกความขัดแย้งระหว่างศาสนา แม่ทัพภาค 4 นอนวัด สร้างขวัญกำลังใจชาวบ้าน

วอนหยุดปลุกความขัดแย้งระหว่างศาสนา แม่ทัพภาค 4 นอนวัด สร้างขวัญกำลังใจชาวบ้าน
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

19 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนราธิวาส รายงานบรรยากาศในวัดรัตนานุภาพ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เช้านี้ มีประชาชนและบรรดาลูกศิษย์เจ้าอาวาสเดินทางเข้ามายังวัดวัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก หมู่ที่ 2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี  เป็นจำนวนมากหลังจากทราบข่าวเจ้าอาวาสวัดพร้อมลูกวัดเสียชีวิต 2 รูป โดยตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่มา(18 ม.ค. 2562)

พลโทพรศักดิ์  พูลสวัสดิ์  แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์พร้อมนอนพักค้างคืนที่ วัดรัตนานุภาพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้าน  แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมอยู่เป็นเพื่อนพูดคุยปลอบขวัญชาวบ้านจนถึงเช้า โดยสั่งการให้ทุกหน่วยบูรณาการกำลังร่วมกับกำลังภาคประชาชนเข้าดูแลความปลอดภัยวัดและชุมชนล่อแหลม เพื่อสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจในความปลอดภัย

สำหรับพระภิกษุที่มรณภาพเมื่อคืนนี้มีจำนวน 2 รูป คือท่านเจ้าอาวาสซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอและพระลูกวัด  อีก 2 รูปได้รับบาดเจ็บได้นำส่งโรงพยาบาลสุไหงโกลก ขณะนี้อาการปลอดภัยอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยในวันนี้ 19 ม.ค.62 ทางวัดจะมีพิธีรดน้ำศพพระทั้ง 2 รูปเวลา 15.00 น. 

>> นราธิวาสป่วนไม่หยุด คนร้ายยิงถล่ม "วัดรัตนานุภาพ" พระสงฆ์มรณภาพ 3 รูป

ด้านพันเอกปราโมทย์  พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการสร้างกระแสในสังคมออนไลน์ให้เกิดความเกลียดชังระหว่างพี่น้องไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ จึงอยากขอร้องทุกคนอย่าตกหลุมพลางของกลุ่มผู้ก่อเหตุด้วยการใช้ความรุนแรงในการตอบโต้  ซึ่งเราจะไม่ให้มีการใช้กระบวนการนอกกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการแก้ไขปัญหามากขึ้น  

"สิ่งที่กังวลหลังจากนี้ คือ เกรงว่าผู้ก่อเหตุจะเข้าไปทำร้ายผู้นำศาสนาอิสลามเพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างกัน  ขณะนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งเตือนไปยังผู้นำศาสนาอิสลามผ่านฝ่ายปกครอง เนื่องจากทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อมีการเกิดเหตุลักษณะนี้ มักจะมีการไปยิงโต๊ะอิหม่ามแล้วโยนความผิดว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่บ้าง เป็นการกระทำของพี่น้องไทยพุทธบ้าง เพื่อให้เกิดความเกลียดชังซึ่งกันและกัน"

 พันเอกปราโมทย์อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสร้างความรู้สึกทางจิตใจเป็นอย่างมากต่อพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ รวมถึงพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ด้วย แต่ในฐานะหน่วยงานของรัฐเราไม่สามารถใช้มาตรการนอกกฎหมายเข้าจัดการได้ แต่เราจะใช้มาตรการด้านกฎหมายขั้นเด็ดขาดเพื่อจัดการกับคนร้ายให้ได้  ซึ่งตอนนี้เราทราบเบาะแสของคนร้ายแล้วว่าเป็น  กลุ่มใด อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อติดตามจับกุมต่อไป.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!