"ตัวละครลับ" จีทูจี ล็อต 2 ยิ่งอุบ ยิ่งมี "อะไรในกอไผ่"

"ตัวละครลับ" จีทูจี ล็อต 2 ยิ่งอุบ ยิ่งมี "อะไรในกอไผ่"
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

มีแต่กระแสข่าว แต่ไม่เคยมีการเปิดเผยว่า “ตัวละคร” ที่เพิ่มเติมเข้ามาในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อต 2 มี “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่

แม้แต่บุคคลที่เกี่ยวข้องในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ว่าจะเป็น “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. หรือบุคคลใดๆ ก็ไม่เคยมีการปริปากชื่อบุคคลใดสักคนเดียว

มีแต่ยอมรับว่า มีการตั้งเรื่องไต่สวนบุคคลเพิ่มเติมในคดีจีทูจีล็อต 2 จริง โดยอ้างว่า มาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2560 กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลเรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงทำได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ขณะที่ความเป็นไปได้นั้นยังคงคลุมเครือ นั่นเพราะมีหลายเรื่องที่ “ข้อเท็จจริง” ตรงกับ ข่าวลือ” ที่ออกจากปาก “นรวิชญ์ หล้าแหล่ง” อดีตทนายความของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้จุดประเด็นเรื่องนี้คนแรก

“นรวิชญ์” ระบุว่า มีการกดดันให้ “ผู้ต้องหา” ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็น “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ ซัดทอดผู้อยู่เบื้องหลังการทุจริตครั้งนี้เพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง

พร้อมทั้งพาดพิงว่า ในช่วงที่ผ่านมามี “กรรมการ ป.ป.ช.” คนหนึ่งเดินเข้า-ออกเรือนจำบ่อยเป็นพิเศษ เพื่อทำเรื่องนี้

แต่ “นรวิชญ์” ไม่ได้ระบุว่ากรรมการ ป.ป.ช.เป็นใคร และไม่ได้บอกว่าเข้าไปทำอะไร ในขณะที่ “วรวิทย์ สุขบุญ” เลขาธิการ ป.ป.ช. ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้เมื่อถูกถาม แต่ชี้แจงว่าเรื่องการไปไต่สวนพยานในเรือนจำถือเป็นวิธีปฏิบัติปกติที่ ป.ป.ช.ทำเสมอ

ส่วนกรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกเพ่งเล็งว่าเป็นบุคคลที่เดินเข้า-ออกเรือนจำ คือ “สุภา ปิยะจิตติ” เนื่องจากเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีจีทูจีล็อต 2 แต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่าใช่หรือไม่ใช่

ขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวว่าการซัดทอด “ไอ้โม่ง” นี้ ดูจะไม่ยุติธรรมกับ “บุญทรง” เมื่อ “พยานปากเอก” ในคดีจีทูจีล็อต 2 มีมากกว่า 1 ชีวิต ที่ให้การ “ตรงกัน” หมด

อีกจุดหนึ่งคือ คำให้สัมภาษณ์ของ “บิ๊กกุ้ย” ที่แม้จะไม่เปิดเผยว่า “ตัวละคร” นั้นเป็นบุคคลใด แต่เมื่อถูกถามว่า หากผู้ถูกตั้งเรื่องไต่ส่วนคนนั้นหนีออกไปต่างประเทศจะไม่ส่งผลกระทบต่อคดีแต่อย่างใด

“ตามกระบวนการของกฎหมายใหม่ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนีออกนอกประเทศ คดีก็จะไม่สะดุดหยุดลง สามารถเดินหน้าสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย แต่ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่มีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยกระบวนการหลังจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนคดีได้”

ซึ่งคำถามดังกล่าว สืบเนื่องมาจากกระแสข่าวว่า “เจ๊แดง” ได้เดินทางออกไปต่างประเทศนานแล้ว และยังไม่มีผู้ใดพบเห็นว่ากลับมาแล้ว

แม้แต่คนสนิทอย่าง “เสี่ยแมว” วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ก็ไม่ทราบว่าตอนนี้อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทยรายนี้อยู่ที่ใด เพราะไม่ได้ติดต่อกันนาน 3 เดือนแล้ว

การหายไปของ “เจ๊แดง” ยิ่งทำให้มีการเชื่อมโยงว่าจะเป็นตัวละครรายนี้หรือไม่ หรือเป็นเพราะต้องการถอยห่างทางการเมืองเท่านั้น แต่ไม่ได้เกี่ยวกับคดีแต่อย่างใด

เรื่องนี้คงมีแต่ “ป.ป.ช.” เท่านั้นที่ให้คำตอบได้ ซึ่งบางทีอาจต้องรอถึงชั้น “ชี้มูล” คดีก็เป็นได้ ที่จะได้รู้ว่าสุดท้าย “ผู้อยู่เบื้องหลัง” ใช่หรือไม่ใช่คนใน “ข่าวลือ”

นอกจากนี้ จะไม่มีใครรู้ได้ว่าระหว่างการไต่สวน “ป.ป.ช.” จะเพิ่มชื่อหรือตัดใครออกระหว่าง “กลางทาง” หรือไม่ เพราะมันเป็น “ความลับ” ที่กุมเอาไว้อย่างเงียบเชียบที่สุด ชนิดห้าม “แพร่งพราย” อย่างเด็ดขาดแม้แต่รายงานข่าว

มีแต่การคาดการณ์เท่านั้นว่า มันจะจบได้โดยเร็ว เพราะตัวละครในจีทูจีล็อต 1 กับล็อต 2 แทบจะเป็นตัวละครเดิม หนำซ้ำยังมีพฤติกรรมเหมือนกัน ต่างกันแค่เป็นสัญญาคนละฉบับ

ยกเว้นมันช้าเพราะ “ปัจจัยอื่น”!!!

แต่ก็ไม่แปลกอะไร เพราะว่ากันว่าคดีนี้ไม่ได้มีความสำคัญแค่ “ตัวละคร” คนนั้นเป็นใคร แต่มีผลได้-ผลเสียต่อทิศทางการเมืองไทยเป็นอย่างมาก

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!