เฉลยเหตุผลเบื้องหลังที่ "ธาริต" ขอให้ "คณิต ณ นคร" เป็นกาวใจเพื่อขอขมา "กำนันสุเทพ"

เฉลยเหตุผลเบื้องหลังที่ "ธาริต" ขอให้ "คณิต ณ นคร" เป็นกาวใจเพื่อขอขมา "กำนันสุเทพ"
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

15 ธ.ค. 61 - เป็นที่ทราบกันแล้วว่าอาจารย์คณิต ณ นคร คือ "ผู้ใหญ่" ที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร้องขอให้ช่วยประสานไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อขอขมาลาโทษในคดีหมิ่นประมาททุจริตก่อสร้างโรงพักตำรวจ

แม้คดีนี้จบสิ้นกระบวนความแล้ว หลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายธาริต เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทว่าหลายคนอาจยังไม่ทราบว่านายธาริต มีความสัมพันธ์กับอาจารย์คณิต อดีตอัยการสูงสุด อย่างไรบ้างและตั้งแต่เมื่อไหร่

>> ศาลฎีกาสั่งจำคุก "ธาริต" 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นประมาท "สุเทพ"

ช่วงที่อาจารย์คณิต เป็นประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เคยพูดถึงนายธาริต ในการให้สัมภาษณ์พิเศษสำนักข่าวอิศรา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 ว่า กับคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่เคยทำงานรู้มือรู้ไม้กันมาก่อน แต่ระยะหลังเจ้าตัวถูกวิจารณ์ว่าเปลี่ยนสี และเป็นคนพูดเองว่า ข้าราชการต้องทำตามนโยบายรัฐบาล เชื่อเสียงวิจารณ์ต่อตัวคุณธาริตที่เกิดขึ้นหรือไม่

“ธาริตเขาเคยทำงานกับผม ตลอดเวลาที่เป็นอัยการสูงสุด เขาเป็น staff (ทีมงาน) หน้าห้อง คุณกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบัน ก็อยู่กับผมมาก่อน ผมเลือกคนเก่งมาทำงานนะ ทั้งเก่งและดีด้วย แล้วพอพวกเขามาทำงานด้วย ผมสบาย อย่างธาริตเนี่ย ตอนสมัยอยู่ด้วยกัน ดูแลคดีต่างๆ เขาทำงานรอบคอบ มีอะไรก็ดูแลอย่างดี"

“วิธีทำงานผมไม่เหมือนคนอื่น ผมทำงานให้เกียรติลูกน้อง ผมพูดตลอดว่า งานผมที่สำเร็จได้เป็นงานของพวกคุณ เพราะเขาทำงานน่ะ แล้วพวกนี้อยู่กับผมนะ 2 ขั้นทุกปี ซึ่งมันก็ข้ามหัวคนไปพอสมควร แต่เวลาใครมาถาม ผมก็จะย้อนว่า เขามีงานไหม มี เอ้า แล้วคุณจะมาริษยาทำไม ก็เงียบหมด ผมทำงานอย่างนี้"

“เสียงวิจารณ์ธาริต ผมไม่รู้รายละเอียด แต่ผมไม่เชื่อนะ เพราะเท่าที่ประสบมา ไม่เชื่อว่าเขาจะทำอย่างนั้น เท่าที่เรารู้จักกัน คือการเมืองมันก็มองข้าราชการอย่างนี้แหล่ะ มองว่าจะหวั่นกับนักการเมือง แน่นอนตำแหน่งแกสำคัญ แล้วดูสิว่าเขาเคยไปว่าใครรึเปล่า แต่ผมให้ความเป็นธรรมกันเขานะ เราต้องดู ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนรัฐบาล ไปทางโน้นหน่อย”

ครั้งนั้นอาจารย์คณิต ยังตอบคำถามที่ว่า คนบางส่วนมองว่าอาจารย์เป็นประชาธิปัตย์ เพราะไม่ฟ้องคดี ส.ป.ก.4-01 ที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงการสั่งไม่ฟ้องเป็นอย่างไร

“ส.ป.ก. 4-01 ผมระมัดระวังอย่างมาก ที่จะไม่ยุ่งให้การเมืองเขาเสียหาย เพราะตอนนั้นกำลังจะเลือกตั้ง หลักที่ผมเรียนมามันไม่มี อัยการจะสั่งคดีที่มีผลต่อการเลือกตั้งอย่างไร มันไม่มีหลักอะไรที่ผมยึดเลย ผมอุตส่าห์ให้รุ่นน้องที่จบจากสหรัฐฯ เขียนไปถามอาจารย์เขาว่าควรจะทำอย่างไร เขาตอบว่าไม่มี แต่ควรจะสั่งเมื่อการเลือกตั้งพ้นไปแล้ว แต่ถ้าสถานการณ์อย่างนี้ เท่ากับเอาเสรีภาพคนไปแขวน เขาไม่รู้ว่าจะออกหมู่ออกจ่า"

“แต่ผมก็เลยสั่งไป เมื่อทำแล้วก็ปรากฏว่าพรรคพลังธรรมของคุณทักษิณ ได้คุณสุดารัตน์เป็น ส.ส.คนเดียวในกทม. ปชป.มาเป็นกระตั๊กเลย ผมถูกกล่าวหาอีก เพราะผมเป็นคนใต้ เนี่ยมันยุ่งไปหมด"

“อย่าง ส.ป.ก. 4-01 ผมก็ถูกกล่าวหาเป็น ปชป. ผมก็บอกว่า ผมจะเป็น ปชป.ได้ยังไง คุณชวน หลีกภัย สมัยเป็นนายกฯ ยังไล่ผมออกจากห้องเลย ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่กลายเป็นดีนะ เวลาใครหาว่า ผมเป็นประชาธิปัตย์ ผมจะอ้างว่า นายกฯ ชวนยังไล่ผมเลย มันก็เบาลง"

“เหตุที่ผมสั่งไม่ฟ้อง เพราะมันไม่มีหลักฐาน ส.ป.ก.ความจริงเขาให้ที่กับคนจน แต่บางคนเนี่ยต่อมาเขารวยขึ้น แล้วเป็นความผิดเขาเมื่อไรล่ะ อย่าง จ.ภูเก็ตเห็นชัด ผมรู้จักเกือบหมด แต่ก่อนไม่ใช่นายหัว ระยะหลังที่ดินมันแพงขึ้น แล้วข้าราชการเขาก็เข้าใจว่าอย่างงั้น เพราะไม่อย่างนั้นคุณก็ต้องฟ้องข้าราชการทุกคน มันก็หวั่นไหวไปหมด แล้วผมไม่ใช่ทำงานชุ่ยๆ ผมให้รองอัยการสูงสุด มือทำงานผมช่วยตรวจสอบ”

การให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอิศรา เมื่อปี 2555 อาจารย์คณิต พูดถึงความสัมพันธ์กับอดีตนายกฯ ทักษิณ หลังร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย แต่ลาออกมาก่อนด้วยว่า

“ผมเคยไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแค่ครั้งเดียว ตอนสำคัญผิดเข้าไปร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยกับคุณทักษิณ ตอนนั้น ผมเข้าไปโดยซื่อไง เพราะเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 แล้วคุณทักษิณก็มาคุยกับผม เพราะคิดว่าผมมีอะไรอยากทำอะไรเพื่อส่วนรวม ก็บอกว่ามาร่วมกันไหม ก็กล่อมจนภรรยาเกือบหย่า เพราะเขาไม่ค่อยชอบเรื่องการเมือง"

“ข้อดีของคุณทักษิณเขาคิดไว เขาเป็นคนหนุ่มที่เก่ง ถ้าเขาทำอย่างที่พูดกับผม ก่อนที่ผมตัดสินใจ ยอดเยี่ยมเลย! นี่คุยกันไง อย่างนี้ท่านว่าไง เออดี อาจารย์เอา แต่ที่ผมไปอยู่มันไม่จริง ไม่มี ผมก็เลยถอย ผมไม่มีขัดแย้งกับท่าน ก็ยังเคารพ แต่ไม่จำเป็นต้องไปพูด และตั้งแต่ออกมาผมไม่เคยเจอท่าน ไม่ได้คุยอีก ตอนผมลาออก ท่านก็โทรศัพท์มาถามผม ทำไม เป็นไง ผมก็พูดให้มันสุภาพหน่อย ผมอาจจะสอนหนังสือมากกว่า ทั้งที่จริงๆ ก็สอนอยู่แล้ว (อมยิ้ม)"

"ส่วนความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณทักษิณ คุณต้องไปอ่านบทความผมเรื่องหักดิบกฎหมาย (คดีซุกหุ้นภาคแรกที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความผิด) มันจะสื่ออะไรบางอย่าง ผมเปรียบเทียบกับฮิตเลอร์ นั่นคือสิ่งที่อาจารย์ชาวเยอรมันคนหนึ่งเคยพูดมาก่อน ว่าถ้าศาลเยอรมันทำตรงไปตรงมา เนรเทศกลับออสเตรีย ฮิตเลอร์ก็จะไม่ขึ้นสู่อำนาจ เพราะฮิตเลอร์เริ่มแสดงถึงความเป็นเผด็จการ หลังหลุดคดี นำประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ฆ่าคนยิวตายเป็นล้าน"

"มนุษย์เรา คุณต้องเข้าใจ มันแสวงหาอำนาจกันทั้งนั้น ไม่ว่าคุณหรือผม บางคนก็ At All Cost ใช้ทุกอย่าง"

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!