คสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง เลิกแช่แข็ง "หาเสียง-ระดมทุน" รอใส่กันเต็มที่

คสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง เลิกแช่แข็ง "หาเสียง-ระดมทุน" รอใส่กันเต็มที่
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

นับแต่นี้พรรคการเมืองทุกพรรคก็ขยับ-ขับเคลื่อนการเมือง-การเลือกตั้งได้เต็มที่ หลังถูกแช่แข็งมานานกว่า 4 ปี กับการที่ถูกคำสั่ง คสช.จำกัดสิทธิการทำกิจกรรมการเมืองบางอย่าง

จนในที่สุด เมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 12 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา แต่ให้มีผลบังคับใช้หลังจากนั้นอีก 90 วัน ซึ่งมาครบเมื่อ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผลพวงจากกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ดังกล่าว ทำให้สิ่งที่ทุกพรรคการเมืองรอคอยมานาน ก็ออกมาเมื่อวันอังคารที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2561 เรื่อง “การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง” ซึ่งสาระสำคัญของคำสั่งดังกล่าวก็คือ การเลิกแช่แข็งพรรคการเมือง หลังจากที่ผ่านมาแม้ทุกพรรคการเมืองจะมีการทำกิจกรรมทั้งแบบเปิดเผย-ไม่เปิดเผย มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรค พบปะสมาชิกพรรค แต่ก็ทำไม่ได้เต็มที่ บางกรณีต้องทำหนังสือแจ้ง คสช.ล่วงหน้า แต่นับจากนี้ทุกอย่างโอเพ่น เปิดกว้าง ปล่อยผีแล้ว

ซึ่งคำสั่ง คสช.ที่ 22/2561 ดังกล่าว ระบุเหตุผลที่มาที่ไปไว้โดยสรุปว่า หลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 11 ธ.ค. และตามกฎหมายต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วัน นับแต่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ ตลอดจนกฎหมายบัญญัติให้ระยะเวลาในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งและวิธีการหาเสียงเลือกตั้งให้นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ อันแสดงให้เห็นว่าการหาเสียงเลือกตั้งให้เริ่มกระทำได้ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับ

คำสั่งดังกล่าวย้ำว่า จากที่มีคำสั่งหัวหน้า คสช.บางฉบับ เป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งของพรรคการเมือง โดยที่จะมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ในเร็ววันนี้ จึงเป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการเลือกตั้งในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ

“ควรที่พรรคการเมืองจะสามารถรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเพื่อนำเสนอนโยบายที่ใช้ในการบริหารประเทศต่อประชาชนได้ จึงสมควรดำเนินการเพื่อให้ประชาชนและพรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”

ดังนั้น คำสั่ง คสช.ที่ 22/2561 จึงมีการยกเลิกคำสั่ง คสช.และประกาศ คสช.ที่ออกมาก่อนหน้านี้รวม 9 ฉบับ ที่สาระสำคัญก็คือ ปลดล็อกพรรคการเมือง เลิกแช่แข็งพรรคการเมือง ทำให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมืองได้เต็มที่ เช่น การหาเสียงโดยยังไม่คิดค่าใช้จ่ายจนกว่าจะมีพ.ร.ฎ.การเลือกตั้งฯ–การจัดประชุมทางการเมืองของพรรค จากเดิมที่หากประชุมกันเกิน 5 คน ต้องขออนุญาต คสช. ซึ่งแม้ที่ผ่านมาทุกพรรคการเมืองจะมีการประชุมแกนนำพรรคกันมาตลอดกว่า 4 ปี แต่ก็ทำแบบไม่เปิดเผย แต่นับจากนี้สามารถทำได้เต็มที่แล้ว

>> หัวหน้า คสช. ประกาศใช้มาตรา 44 ปลดล็อกพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ หากพรรคการเมืองจะมีการจัดประชุมใหญ่ เช่น จัดงานระดมทุนเข้าพรรคก็ทำได้ ไม่ต้องขอหรือแจ้งต่อ คสช. รวมถึงในบางคำสั่งที่ยกเลิกดังกล่าว ยังเป็นการยกเลิกการแช่แข็งการทำธุรกรรมทางการเงินของนักการเมือง แกนนำพรรคการเมืองบางพรรค เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ตลอดจนทำให้ต่อไปนี้พรรคการเมืองสามารถเปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรคได้แล้ว หลังจากไม่มีการทำธุรกรรมดังกล่าวมาเกือบ 5 ปี

ความชัดเจนของคำสั่งดังกล่าว “วิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี-มือกฎหมายรัฐบาล ระบุว่า หลังมีคำสั่งดังกล่าวออกมา พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมได้ทุกอย่าง เช่น การประชุมสมาชิกพรรค การที่คนในพรรคการเมืองจะลงพื้นที่พบปะประชาชน การจัดเวทีปราศรัยหรือเรียกประชุม ส.ส.โดยไม่ต้องขออนุญาต คสช.

ทั้งนี้ หลังมีคำสั่งดังกล่าว จับปฏิกิริยาทางการเมืองของแต่ละพรรค ไล่เรียงกันไปก็เช่นพรรคใหญ่อย่าง "เพื่อไทย” ทาง ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย มองว่าเป็นการคลายล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ สามารถสื่อสารกับสมาชิกในลักษณะของการหาเสียงได้ ที่สำคัญก็คือปลดล็อกเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน ให้มีการทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามปกติ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ายังไม่มีการปลดล็อกการให้อำนาจพิเศษกับฝ่ายทหาร เช่น อำนาจการเรียกตัวมาปรับทัศนคติหรือมาพูดคุย

ขณะที่พรรคเครือข่ายเพื่อไทยอย่าง “ไทยรักษาชาติ” ทาง “ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช" หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า หลังมีคำสั่งปลดล็อกแล้ว สิ่งที่พรรคจะดำเนินการก็มีเช่นการจัดตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด กิจกรรมลงพื้นที่พบปะสมาชิกและผู้สนับสนุนพรรค

เช่นเดียวกับมุมมองของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ผ่านเฟชบุ๊กในหัวข้อ "ปลดล็อกที่ไม่ปลดล็อก" มีเนื้อหาโดยสรุปว่า แม้ยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. บางฉบับไปแล้ว แต่ประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย กลับยังคงถูกล็อกด้วย “โซ่ตรวน” ในนามของ “คดีความ” ซึ่งประชาชนเหล่านี้คือผู้รักประชาธิปไตย ออกไปใช้เสรีภาพในการแสดงออก เป็นเสรีภาพของมนุษย์ทุกคน ติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิด เพื่อต่อต้านเผด็จการทหาร วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทหาร แต่กลับต้องแบกรับคดีความเอาไว้ ราวกับพวกเขาเป็นอาชญากร ทั้งๆ ที่ คสช.ต่างหากที่ละเมิดกฎหมายสูงสุดของประเทศ ฉีกรัฐธรรมนูญด้วยกำลังทหาร มีความผิดฐานกบฏตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 แต่ตั้งตนเป็นกฎหมาย นิรโทษกรรมตนเอง

“เมื่อยกเลิกประกาศ คำสั่ง คสช. ที่กำหนดความผิดและโทษไปแล้ว ตามหลักกฎหมาย เมื่อกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดและโทษถูกยกเลิกไป การดำเนินคดีต่างๆ ตามกฎหมายนั้นก็ต้องสิ้นสุดลงด้วย“

แม้อาจมีปฏิกิริยายังไม่พอใจเต็มร้อยกับคำสั่งปลดล็อกพรรคการเมืองดังกล่าว แต่ทุกพรรคการเมืองคงไม่เสียเวลามาตอดเล็กตอดน้อย คสช.เรียกร้องอะไรให้เสียเวลา เพราะขณะนี้ถือว่าเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ทุกพรรคจึงต้องเร่งเตรียมการกันเต็มที่ ยิ่งเมื่อมีความชัดเจนว่า กกต.จะมีการออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง 2 ม.ค. 2562 และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2562 ทุกพรรคก็ต้องใช้เวลาที่มีอยู่ตอนนี้ลุยกันเต็มร้อย

จึงได้เห็นการขยับเตรียมพร้อมกันของหลายพรรคการเมือง ทั้งเรื่องการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขต-ปาร์ตี้ลิสต์ การเตรียมนโยบายที่จะใช้หาเสียง การวางแผนเตรียมหาเสียงทั่วประเทศ การจัดเตรียมกระสุนดินดำที่จะใช้เลือกตั้ง ตลอดจนแม้แต่การเตรียมต่อสายประสานงานกับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อหวังจับมือกันแต่เนิ่นๆ ในการจะเป็นพันธมิตรการเมืองกันหลังเลือกตั้งโดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาล

อย่างเช่น “พลังประชารัฐ” พรรคตั้งใหม่ที่ว่ากันว่าเป็นพรรคจากฝ่ายรัฐบาล ก็จะจัดระดมทุนผ่านงานเลี้ยงโต๊ะจีน 200 โต๊ะในวันที่ 19 ธันวาคม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีข่าวว่าแกนนำตั้งเป้าไว้ว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งเมื่อปลดล็อกพรรคการเมืองแบบนี้แล้ว การจัดงานดังกล่าวน่าจะฉลุยโลด แม้รู้ดีว่าทั้งคนจัดงานและคนซื้อโต๊ะจีนเพื่ออัดฉีดเงินเข้าพรรคอย่างเป็นทางการจะถูกจับตามองจากทุกฝ่าย

ความคึกคักรวมทั้งการเตรียมลงทำศึกเลือกตั้งของทุกพรรคการเมือง ต่อจากนี้คงมีสีสัน ความดุเดือด เข้มข้น ให้ปรากฏไปจนถึงวันหย่อนบัตร 24 ก.พ. 2562 เป็นแน่แท้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!