เปิดใจครูหัวร้อนตีนักเรียน ด่าโง่-หน้าด้าน ยันเจตนาดีต่อศิษย์ แม่เด็กชี้เข้าใจ

เปิดใจครูหัวร้อนตีนักเรียน ด่าโง่-หน้าด้าน ยันเจตนาดีต่อศิษย์ แม่เด็กชี้เข้าใจ
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

คุณครูหัวร้อนที่กลายเป็นประเด็นในโซเชียลมีเดีย หลังคลิปหลุดด่านักเรียนกลางห้อง ยืนยันเป็นเจตนาดี ห่วงเรียนไม่จบ ด้านแม่เด็กก็เข้าใจ มองครูหวังดี-ช่วยกระตุ้น อยากให้เด็กมีอนาคตที่ดี

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิป เหตุการณ์ในห้องเรียน ขณะที่ครูวิชาภาษาไทยกำลังทวงงานค้างของนักเรียน โดยใช้ถ้อยคำหยาบคาย และยังมีการตีนักเรียนด้วย ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า...

“ถ้าเป็นลูกหลานคุณคุณจะรู้สึกอย่างไร โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา ที่นำออกมาลงเพราะอยากรู้ว่าต้องทำกันขนาดนี้ไหม #ไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร เพราะคงทนเห็นไม่ได้ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดกับลูกหลานของตัวเอง การใช้คำพูดและการกระทำต้องขนาดนี้ไหมคะคุณครู #ถ้าไม่ยับยั้งไว้ก่อนอนาคตไม่อยากคิดค่ะถ้าใช้แต่อารมณ์แบบนี้”

โดยคลิปเป็นเหตุการณ์ ครูคนหนึ่งแสดงอาการไม่พอใจ ด่าทอนักเรียน เช่น หน้าด้าน โง่กับโง่มาอยู่รวมกัน และมีการตีนักเรียนอีกด้วย

ขณะที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ครูนัน (นามสมมติ) ครูในคลิป กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น วันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสอบซ่อมวันสุดท้ายของนักเรียนชั้น ม.ต้น ซึ่งพบว่า นักเรียนระดับชั้น ม. 3 เทอม 2 บางคนยังไม่ติดต่อคุณครูประจำวิชา จึงเกิดตามงานเด็กนักเรียนตามเหตุการณ์ภายในคลิป

ครูนัน กล่าวต่อว่า ปกติแล้วตนเป็นคนใจดี แต่วันเกิดเหตุ ตนต้องทำให้ตัวเองดูดุ โมโห เพื่อให้เด็กรู้ว่าเอาจริงแล้ว เพราะถ้าหากไม่ดุ เด็กก็จะผัดผ่อน ไม่ยอมไปแก้ ซึ่งวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เปิดให้นักเรียนสอบซ่อม หากเด็กไม่ติดต่อสอบซ่อมก็อาจต้องซ้ำชั้นเรียน

ทั้งนี้ ตนทราบดีว่า การตีเด็กเป็นเรื่องผิด แต่ตนก็ได้ขอโทษนักเรียนไปเรียบร้อยแล้ว และ ผอ.โรงเรียนก็ตักเตือนเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าวิธีที่ตนใช้อาจจะรุนแรง แต่หากผลที่ได้ ทำให้ลูกศิษย์ไปติดต่อขอสอบซ่อม ตนก็ยินดี

news11-1ครูนัน (นามสมมติ) ครูในคลิป

ครูนัน ยอมรับว่า รู้สึกเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคนในโลกออนไลน์ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของตน แต่เมื่อตนมาโรงเรียน พบว่าเด็กมาให้กำลังใจตน และเด็กในห้องที่ถูกตี ก็เดินบอกตนว่า ไม่ได้ตั้งใจ และไม่อยากให้เกิดขึ้น ตนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะหากคนอื่นไม่เข้าใจไม่เป็นไร ขอเพียงลูกศิษย์เข้าใจก็พอแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตนขอโทษกับสังคมที่ตีเด็กแรงเกินไปและใช้วาจาไม่สุภาพ แต่ที่ทำไปเพราะรักลูกศิษย์จริง ๆ สิ่งที่ตนผิดในวันนี้ ตนต้องแลกกับชื่อเสียงของครูและอนาคตของตนเช่นกัน

จากนั้น เด็กนักเรียนชั้น ม.3 ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เปิดเผยว่า ครูนันเป็นครูใจดี ไม่เคยดุด่า เวลาเรียนวิชาภาษาไทยก็จะสนุกสนานตลอด แต่วันเกิดเรื่องครูดุมาก กระทั่งเด็กในห้องกลัวกันหมด ตนยอมรับว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำรุนแรงกับเด็กขนาดนี้ แต่เมื่อมาคิดทีหลัง จึงไปขอโทษครูกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนอยากให้สังคมเข้าใจครู พวกตนเป็นฝ่ายผิดที่ไม่ยอมตามงานซ่อมให้เสร็จ

ทางด้าน ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า ขณะนี้ได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว ตนได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พร้อมกำชับครูดังแล้วว่า การลงโทษนักเรียนทำได้ใน 4 สถาน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าครูคนนี้ไม่เคยแสดงพฤติกรรมรุนแรงมาก่อน

ตนคาดว่า ครูอาจมีความมมุ่งมั่นในการสอน และคาดหวังกับเด็กมากเกินไป เมื่อพบว่านักเรียนไม่เอางานมาส่ง จึงเกิดความเป็นห่วงเด็ก จนแสดงพฤติกรรมแบบนั้นออกมา ทั้งที่มีวิธีอื่นเพื่อให้เด็กเชื่อฟัง นอกจากนี้ ตนเร่งรัดให้ผลสอบจากคณะกรรมการ แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ส่วนโทษนั้น จะทำการพิจารณาตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน ปลดออก หรือไล่ออก

news11-2คุณปู แม่ของเด็กที่โพสต์คลิป

ขณะที่ คุณปู แม่ของเด็กที่โพสต์คลิป กล่าวว่า วันที่ 4 ธันวาคม ลูกสาวส่งคลิปมาให้ดูจากกลุ่มไลน์ และบอกว่าถูกครูตี ตนก็เข้าใจว่า ลูกเป็นเด็กดื้อ ซน ครูอาจจะโมโห ซึ่งครั้งแรกที่เห็นคลิป ตนก็สงสัยว่า เหตุใดครูจึงอารมณ์เสีย อาจปัญหาทะเลาะกับภรรยามาหรือเปล่า

แต่ทราบภายหลังว่า สาเหตุเป็นเพราะเด็กในห้องไม่ส่งงาน ตนมองว่าแค่การไม่ส่งงาน จะทำให้ครูอารมณ์เสียขนาดนี้เลยหรือ ตนเห็นว่าไม่ควรที่ใช้กิริยาหยาบคายและใช้ไม้ฟาดโต๊ะให้เด็กกลัว นอกจากนี้ การว่าเด็กว่า “โง่ ควาย ปัญญาอ่อนต้องอยู่ด้วยกัน” อย่างนี้ตนก็ด่าได้ ไม่ต้องให้ครูมาสอน

คุณปู กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้ถือโทษว่าเป็นความผิดของครู ลูกตนก็มีความผิดด้วย เข้าใจว่าลูกสาวของตนอาจจะดื้อรั้นเหมือนกัน ตนเข้าใจว่าเด็กสมัยนี้เป็นแบบนี้ ไม่เหมือนสมัยรุ่นของตน ดังนั้นหากครูจะตีก็ไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว แต่ตนเห็นว่าครูอารมณ์แรงไปหน่อย อาจต้องลดความแรงลงมา

ทั้งนี้ ตนกับผู้ปกครองคนอื่นๆ เข้าไปคุยกับครูที่โรงเรียนแล้วก็รู้สึกพอใจ เพราะเห็นว่าโรงเรียนตั้งคณะกรรมการสอบครูคนดังกล่าว ส่วนครอบครัวของนักเรียนก็ต้องไปสั่งสอนอบรมลูกเพิ่มเติม ถือว่าเจอกันคนละครึ่งทาง นอกจากนี้ หลังจากที่ลูกสาวโพสต์คลิปลงสังคมออนไลน์ ก็รู้สึกเครียด เนื่องจากมีผู้ที่รักคุณครูคนดังกล่าวมาต่อว่าลูกสาวว่า ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของสถาบัน ซึ่งลูกของตนก็สำนึกผิดแล้ว