ชัดเจน! เลือกตั้งปักหมุด 24 ก.พ. 62 "หญิงหน่อย-มาร์ค-ลุงตู่" รอดวลหมัดชิงเก้าอี้นายกฯ

ชัดเจน! เลือกตั้งปักหมุด 24 ก.พ. 62 "หญิงหน่อย-มาร์ค-ลุงตู่" รอดวลหมัดชิงเก้าอี้นายกฯ
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

โรดแมปประเทศไทยเพื่อกลับคืนสู่การเป็นประชาธิปไตย ตามกรอบปฏิทินหรือเวลาการเมือง ถูกฉายเป็นสไลด์ขึ้นกลางวงหารือร่วมกัน 6 ฝ่าย ได้แก่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้นำเหล่าทัพ ตัวแทนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และพรรคการเมือง ที่สโมสรกองทัพบก เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ไฮไลต์สำคัญคือ การที่รัฐบาล-คสช.-กกต. ปักหมุดตอกย้ำวันหย่อนบัตรเลือกตั้งยังคงเดิม คือ 24 ก.พ.62 พร้อมกับกางปฏิทินการเมืองแต่ละช่วงเวลาอย่างชัดเจน เป็นความชัดเจน เมื่อวงหารือดังกล่าว ฝ่ายรัฐบาลและ คสช.โดย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายรัฐบาล คสช. ที่ประสานงานกับ กกต. อย่างใกล้ชิด ได้ขึ้นสไลด์โรดแมปช่วงต่างๆ กลางห้องประชุมสโมสรไว้ดังนี้

มกราคม

  • 2 ม.ค. 2562 ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งจะทำให้ทุกพรรคการเมืองเริ่มหาเสียงได้อย่างเป็นทางการ เข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มสตรีม
  • 4 ม.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้งจะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครจำนวน ส.ส.แต่ละจังหวัด เขตเลือกตั้ง สถานที่สมัคร แบบบัญชีรายชื่อ
  • 14-18 ม.ค. เป็นช่วงการเปิดรับสมัครผู้ลงเลือกตั้งทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ โดยพรรคการเมืองที่จะส่งชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อ กกต. จำนวนไม่เกิน 3 รายชื่อ ต้องแจ้งชื่อในช่วงดังกล่าวด้วย
  • 25 ม.ค. กกต.ประกาศรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อของทุกพรรค

กุมภาพันธ์

  • 4-16 ก.พ. วันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
  • 15 ก.พ. สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องหยุดการพิจารณากฎหมาย
  • 17 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า
  • 24 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้งตามข้อเสนอของ กกต.

มีนาคม-พฤษภาคม

  • ช่วง มี.ค. 2562 รอ กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง
  • 25 เม.ย. วันสุดท้ายของการประกาศผลเลือกตั้ง
  • 28 เม.ย. วันสุดท้ายที่ คสช.จะคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาครบ 250 คน และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และรอการประกาศแต่งตั้ง ส.ว.
  • 9 พ.ค. จะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมรัฐสภาครั้งแรก และจากนั้นจะเป็นช่วงเวลาประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา เลือกนายกรัฐมนตรี ตั้ง ครม.และ ครม.ถวายสัตย์ฯ ซึ่ง ครม.และ คสช.จะพ้นจากตำแหน่ง และ ครม.ใหม่แถลงนโยบายที่ต้องทำภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันถวายสัตย์ฯ

เข้าโหมดเลือกตั้งเต็มตัว

คำยืนยันเรื่องการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี-กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ระบุหลังการประชุมดังกล่าวว่า หลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อ 12 ก.ย.2561 แต่ให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 90 วัน ที่ก็คือจะมีผลในวันที่ 11 ธ.ค. ทำให้กรอบเวลาหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ จนมีการเลือกตั้งและรัฐบาลชุดใหม่ ก็จะอยู่ประมาณเดือน พ.ค.-มิ.ย.62 ส่วนวันเลือกตั้งมีการยืนยันในวงหารือว่ายังเป็นวันที่ 24 ก.พ.62

"ในส่วนของวันปลดล็อกที่จะให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ โดยอยู่ภายในเดือน ธ.ค.นี้แน่นอน ซึ่งจะมีการหารือเรื่องนี้ในที่ประชุม คสช.เร็วๆ นี้" นายพุทธิพงษ์กล่าว

>> โฆษกนายกฯ ไม่เผื่อใจ! ยืนยันเลือกตั้ง "24 ก.พ." เตรียมปลดล็อกให้หาเสียงได้ก่อนสิ้นปี

เมื่อนับจากวันนี้ (10 ธ.ค.) เท่ากับเหลือเวลาอีก 1 วันเท่านั้น กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ (11 ธ.ค.) ก็ทำให้ฝ่าย กกต.ที่หลังจากนี้จะมีบทบาท-อำนาจหลักในช่วงเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ปรากฏว่า กกต.ได้มีการ เสนอร่างพระราชกฤษฎีการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. ให้กับฝ่ายรัฐบาลไปพิจารณาแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้ก็คือการนับถอยหลังรอวันประกาศใช้ ซึ่งหากดูตามปฏิทินที่รัฐบาลวางไว้ ก็คือประมาณวันที่ 2 ม.ค.2562

อันเป็นการเปิดเผยของ นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ที่เข้าร่วมประชุมดังกล่าวด้วย ซึ่งบอกว่า ร่าง พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส. ทาง กกต.ได้นำเสนอแล้ว และ ครม.ก็ได้ให้ความเห็นชอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้

เมื่อโรดแมปเลือกตั้งดังกล่าวมีความชัดเจน มีการกางปฏิทินในช่วงเวลาต่างๆ ออกมาชัดเจน โดยกรอบเวลาแต่ละช่วง ในความเป็นจริงสามารถทำให้เร็วขึ้นได้ แต่กรอบเวลาดังกล่าวคือการประเมินไว้แบบ Maximum (เผื่อไว้มากที่สุด) ตามกรอบกฎหมายไว้แล้ว ในสภาพความจริงก็คือ โรดแมปดังกล่าวอาจขยับเร็วขึ้นมาได้ แต่จะขยับออกไปจากนี้คงยาก ยิ่งในทางการเมือง หากรัฐบาล-คสช.พยายามจะยื้อเวลาออกไปอีก ก็มีแต่เสียกับเสียในทางการเมือง ยังไงก็ต้องเดินหน้าจัดเลือกตั้งตามโรดแมป 24 ก.พ.62 ไว้เป็นวันหลัก

>> งงในงง! กกต. เผยบัตรเลือกตั้งใหม่ "ไม่มี" ชื่อพรรค-โลโก้ เพราะขนส่งไปต่างประเทศยาก

วันเลือกตั้งชัดเจน เศรษฐกิจเดินหน้า

ผลต่อเนื่องทางการเมือง เมื่อโรดแมปต่างๆ มีความชัดเจนเช่นนี้ ย่อมเป็นผลดีต่อทิศทางต่างๆ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ เพราะทำให้ทุกฝ่ายเห็นเข็มทิศประเทศไทยว่าจะเดินไปทางไหน ท่ามกลางความเชื่อมั่นของหลายฝ่ายว่าการเลือกตั้งที่มีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้ง จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น เงินสะพัด มีความคล่องตัวมากขึ้น เพราะจะมีการใช้จ่ายในการเลือกตั้ง-การหาเสียง จนทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด

ขณะเดียวกันเมื่อมีความชัดเจนว่าประเทศไทยจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตยช่วงใด ก็ทำให้นักธุรกิจ นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ยังลังเลต่อการลงทุน การประกอบการทั้งที่ทำอยู่แล้วและเตรียมลงทุนใหม่ ก็จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเมื่อเห็นโรดแมปต่างๆ และมั่นใจว่าประเทศไทยหลังกลับคืนสู่ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ก็ทำให้คาดว่าปีหน้า เศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นตามไปด้วย

เช็กความพร้อมพรรคการเมือง

ขณะเดียวกัน ในความลงตัวว่าจะมีการเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ก็คือ การเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมือง ทั้งเรื่องการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ-การเตรียมยุทธศาสตร์ในการหาเสียงเลือกตั้ง-การวางแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับผู้สมัครและพรรค รวมถึงแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค-การเตรียมนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเพื่อทำให้นโยบายของพรรคเมื่อประกาศออกมาแล้วโดนใจประชาชน สร้างคะแนนนิยมจนนำมาสู่คะแนนในช่วงเลือกตั้ง-การวางตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองไม่เกินสามรายชื่อ ซึ่งพรรคขนาดใหญ่คงเน้นมากเป็นพิเศษ

ขณะที่พรรคขนาดกลาง-เล็กคงไม่หวังอะไรมาก อาจแค่ส่งชื่อหัวหน้าพรรคไว้พอเป็นพิธี แต่ก็คงไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะลำพังแค่ทำให้พรรคได้ ส.ส.สัก 10-20 เสียง ก็หนักหนาอยู่แล้วกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ที่คาดว่าจะมีการแข่งขันอย่างดุเดือดเข้มข้น

"หญิงหน่อย" ยืนหนึ่งเพื่อไทย-เชื่อ "ชัชชาติ" จะกลับมา

ซึ่งในส่วนของพรรคหลักใหญ่ๆ อย่าง เพื่อไทย ถึงเวลานี้ หากไม่มีอะไรพลิกผัน แคนดิเดตนายกฯ เบอร์หนึ่งคงไม่พ้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ที่รอบนี้คาดหวังกับเก้าอี้นายกฯ หญิงคนที่สองของประเทศไทยอย่างมาก เพราะถือว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว แม้ในพรรคเพื่อไทยเอง แกนนำ-อดีต ส.ส.หลายคนจะไม่ยอมรับและไม่สนับสนุนเธอมากนัก แม้แต่คนในครอบครัว ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์ ก็ไม่เอาด้วย เห็นได้จากที่ไปหนุนการเกิดขึ้นของ พรรคไทยรักษาชาติ-พรรคเครือข่ายเพื่อไทย อย่างเต็มตัว

เผลอๆ หลังเลือกตั้ง หากฝ่ายเพื่อไทย-เครือข่ายชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล สุดารัตน์ยังอาจต้องมาแข่งกับแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคไทยรักษาชาติเองอีกด้วย หากว่าคนในเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติไม่เอาเจ๊หน่อยขึ้นมาจริงๆ แล้วมองว่าแคนดิเดตนายกฯ ของไทยรักษาชาติ ที่แกนนำเชื่อว่ายังไงก็ได้ ส.ส.เกิน 25 คน ตามเกณฑ์รัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่าแคนดิเดตนายกฯ จะต้องมาจากพรรคที่มี ส.ส.ในสภาไม่น้อยกว่า 25 คน โดยหากแคนดิเดตนายกฯ ของไทยรักษาชาติ เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง เกิดมีแรงหนุนมากกว่าเจ๊หน่อย ก็อาจได้เห็นการงัดกันเองของคนในฝ่ายเพื่อไทยก็เป็นไปได้

ส่วน เบอร์รอง-แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย ถึงตอนนี้หลายคนเชื่อว่า เบอร์สอง เต็งหนึ่ง น่าจะเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ที่จะขึ้นมาเป็นแม่ทัพทีมเศรษฐกิจของเพื่อไทยเต็มตัวในช่วงเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดสุดท้ายเพื่อไทยก็ต้องให้ทักษิณเคาะและเห็นชอบ ถึงตอนนั้นความชัดเจนคงเกิดขึ้น

ประชาธิปัตย์ส่ง "อภิสิทธิ์" ตามเคย

ขณะที่ ประชาธิปัตย์ ยังไงแคนดิเดตนายกฯ คนที่หนึ่งก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ซึ่งรอบนี้ดูเหมือนอภิสิทธิ์จะมั่นใจในตัวเองมากกับการเตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง ส่วนอีก 2 คนยังไม่มีความชัดเจนว่าสุดท้าย ปชป.จะเอาอย่างไร แม้เสียงส่วนใหญ่ใน ปชป. โดยเฉพาะกลุ่มอดีต ส.ส.ภาคใต้จะหนุนให้พรรคใส่ชื่อ "ชวน หลีกภัย” เป็นเบอร์สองแคนดิเดตนายกฯ ไว้ด้วย แต่ก็ยังไม่มีความลงตัวมากนักว่าสุดท้าย ปชป.จะเอาอย่างไร จะใส่แค่หนึ่งชื่อ-สองชื่อ หรือจัดเต็มทั้งสามชื่อให้ครบตามจำนวน

"ลุงตู่" ยึดเบอร์ 1 พลังประชารัฐ

ส่วน พลังประชารัฐ ที่แกนนำ-ขุนศึกเลือกตั้งพรรควันนี้คึกทางการเมืองอย่างมาก ไม่ได้หวังจะเป็นพรรคอันดับสอง-สามอย่างที่ประเมินกันตอนแรก แต่หวังไกลถึงขั้นจะชนะเลือกตั้ง เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แม้จะถูกปรามาสจากหลายฝ่ายว่าเป็น พรรคทหาร พรรคดูด และส่วนใหญ่มองว่าให้เต็มที่ พลังประชารัฐก็น่าจะได้ ส.ส.ไม่เกิน 70-80 ที่นั่ง แต่แกนนำพรรค พปชร.ก็ยังมั่นใจว่า หากสุดท้ายเมื่อแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร.มีชื่อ บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กระแสนิยมพรรคจะสูงขึ้น จนทำให้อย่างน้อยก็น่าจะเบียดชนะประชาธิปัตย์มาเป็นพรรคอันดับสองได้ 

>> "พลังประชารัฐ" ยอมเปิดปาก! สนับสนุน "ลุงตู่" ชิงนายกฯ สมัยหน้า

นับถอยหลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง มองสภาพแล้วเห็นได้ชัด เดิมพันอนาคตประเทศไทย จะถอยกลับไปสู่วังวนการเมือง ความขัดแย้งแบบเดิมๆ หรือจะก้าวข้ามความขัดแย้งเดิมๆ เกิดเส้นทางอนาคตใหม่ๆ หลังประเทศมีประชาธิปไตย อนาคตประเทศทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนในวันหย่อนบัตรอย่างเห็นได้ชัด

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!