หมอตรวจพลาด ตัดรังไข่-มดลูกทิ้ง ซ้ำเพิ่งรู้ไตก็หาย สาวช้ำแฟนทิ้งเพราะมีลูกให้ไม่ได้

หมอตรวจพลาด ตัดรังไข่-มดลูกทิ้ง ซ้ำเพิ่งรู้ไตก็หาย สาวช้ำแฟนทิ้งเพราะมีลูกให้ไม่ได้
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

สาวอุดรธานีสุดช้ำทรวง โร่ร้องสื่อ-แจ้งศูนย์ดำรงธรรม หลังหมอโรงพยาบาลวินิจฉัยโรคพลาด ตัดรังไข่-มดลูกออก ซ้ำพบอีกว่าไตก็หายไป แฟนก็ทิ้งเพราะมีทายาทให้ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี ศาลากลาง จ.อุดรธานี น.ส.ศินวพร อายุ 33 ปี พร้อมด้วยมารดา และ นายยิ่งศักดิ์ สิงหัดชัย ทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับแพทย์ รพ.ศูนย์อุดรธานี ต่อนายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี โดยมีนายกฤษชานนท์ อุทัยเลี้ยง นักวิชาการนโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี เป็นผู้รับหนังสือ

แม่ของหญิงสาวผู้ร้องเรียน เล่าว่า ตนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ลูกสาวของตนเป็นเสาหลักของบ้าน เคยทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก่อนจะลาออกเพื่อเตรียมเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนกับแฟนชาวสิงคโปร์ที่ประเทศสิงคโปร์

แต่ต่อมา ลูกสาวมีอาการปวดท้องจึงเข้ารักษาที่ รพ.อุดรธานี ปรากฏว่า แพทย์วินิจฉัยโรคผิดพลาดว่าลูกสาวเป็นโรคมะเร็ง จึงตัดรังไข่มดลูกและลำไส้บางส่วนออก และต่อมายังพบว่าลูกสาวถูกตัดไตออกไปอีก 1 ข้างด้วย

ที่ผ่านมาลูกสาวเคยร้องเรียนหลายหน่วยงานมาแล้ว และมีการใช้มาตรา 41 เยียวยา ได้เงินมาประมาณ 240,000 บาท แต่ครอบครัวยังไม่พอใจจึงได้อุทธรณ์เรื่องต่อ

น.ส.ศินวพร ผู้ร้องเรียน เล่าว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2561 ตนมีอาการปวดท้อง จึงไปพบแพทย์ที่รพ.หาดใหญ่ ขณะนั้นแพทย์วินิจฉัยว่า ตนมีอาการลำไส้อุดตัน ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล จากนั้นเมื่อตนปรึกษากับแม่ จึงได้เดินทางมารักษาต่อที่ จ.อุดรธานี

news11-1

เมื่อเดินทางมาถึง ปรากฏว่าอาการกำเริบ ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีทันที ต่อมาแพทย์แจ้งว่า พบก้อนเนื้อที่รังไข่และลำไส้ โดยจะรักษาด้วยการฉีดยาให้ก้อนเนื้อดังกล่าวฝ่อหลุดไปเอง ไม่ต้องผ่าตัด ขณะนั้นอาการของตนก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่ต่อมา แพทย์ศัลยกรรมลำไส้แจ้งว่า ตนมีโอกาสเป็นมะเร็งถึง 80 เปอร์เซนต์

ขณะนั้น นและแม่ของร้องให้แพทย์ส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อมาตรวจเพื่อความแน่ใจ แต่กลับถูกแพทย์ปฏิเสธว่า กล้องมีไว้รักษาโรค ไม่ได้มีไว้ตรวจหาโรค หากตนไม่พร้อมก็ไม่ต้องผ่าตัด เพราะยังมีคนไข้อีกมาก จะมารอตนเพียงคนเดียวไม่ได้

ต่อมา ตนจึงเข้ารับการผ่าตัด ในวันที่ 26 มิถุนายน โดยมีแพทย์ศัลยกรรมลำไส้เป็นผู้ผ่าตัด และไม่มีหมอสูตินารีเวชเข้าร่วม ทั้งที่เคยแจ้งว่าจะมาร่วมผ่าตัดด้วย หลังจากนั้น แพทย์แจ้งผลผ่าตัดว่า ตัดเอามดลูกและรังไข่ของตนออกทั้งหมด เปลี่ยนทางเดินไต ตัดลำไส้ และเปิดทวารใหม่ที่หน้าท้องซ้าย โดยไม่มีการแจ้งญาติหน้าห้องผ่าตัดรับรู้ก่อน

น.ส.ศินวพร เล่าต่อว่า จากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ต่อมา แพทย์ผู้ผ่าตัดแจ้งว่า ตนเองไม่ได้เป็นมะเร็ง และหลังจากที่พักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 1 เดือน 7 วัน จึงทราบว่า ประวัติคนไข้ของตน เขียนไว้เพียงผ่าตัดเท่านั้น ไม่มีการตัดมดลูกและรังไข่ออก ตนจึงตัดสินใจร้องขอความเป็นธรรม ที่สนง.สาธารณสุขจ.อุดรธานี ในวันที่ 22 ต.ค. และได้รับเงินเยียวยา 240,000 บาท และเรื่องยังอยู่ระหว่างอุทธรณ์

ต่อมา วันที่ 9 พฤศจิกายน ตนเดินทางไปตรวจร่างกายที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อเตรียมย้ายทวารกลับที่เดิม หลังตรวจร่างกาย แพทย์แจ้งว่า ให้ตนรักษาตัวให้ดี เพราะมีไตเพียงข้างเดียว ตนจึงทราบว่า นอกจากจะถูกมดลูกและรังไข่แล้ว แพทย์ยังตัดไตของตนออกอีกข้างหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ตนจะต้องทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต เพราะนอกจากจะมีบุตรไม่ได้แล้ว ยังมีสภาพร่างกายไม่เหมือนเดิม ทำงานหนักไม่ได้ ตนเคยเป็นเสาหลักให้ครอบครัว แต่ตอนนี้กลับต้องมาเป็นภาระให้กับครอบครัว อีกทั้งแฟนชาวสิงคโปร์ที่มีแผนจะแต่งงานปีหน้า ก็ตีตัวออกห่างตนไป เพราะทราบว่าอีกฝ่ายอยากมีลูก ที่ผ่านมาตนรู้สึกท้อใจกระทั่งเคยคิดจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ

น.ส.ศินวพร กล่าวว่า การกระทำของแพทย์โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีนั้น นอกจากจะวินิจฉัยโรคผิดพลาด แล้วยังตัดไตของตนออกไปหนึ่งข้าง โดยตนและญาติไม่ได้ให้คำยินยอม อีกทั้งหลังการรักษาก็ไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าว

ตนจึงคิดว่า การกระทำของแพทย์อาจมีเจตนาเพื่อนำไตไปหาประโยชน์หรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชน และอาจจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อชื่อเสียงของโรงพยาบาล ตนกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงขอให้ ผวจ.อุดรธานี มีคำสั่งพักงานแพทย์รายดังกล่าว และดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา

ล่าสุด นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ได้ชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า กรณีดังกล่าวมีการร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน รวมถึงร้องเรียนไปสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ได้ดำเนินการตามขั้นตอน และรายงานไปยัง สำนักงานสาธารณสุข จ.อุดรธานี รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หลังจากมีการเยียวยาผู้เสียหายแล้ว ต่อมา ผู้เสียหายได้อุทธรณ์เพื่อขอความเป็นธรรมต่อ เนื่องจากพบว่าถูกตัดไตออกไปด้วย ทางโรงพยาบาลจึงต้องไปสอบสวนเพิ่มเติม

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!