วงการสงฆ์สะเทือน แม่ชีวัดดังเมืองคอน แฉภาพรักษาการเจ้าอาวาสกอดจูบสีกา

วงการสงฆ์สะเทือน แม่ชีวัดดังเมืองคอน แฉภาพรักษาการเจ้าอาวาสกอดจูบสีกา
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่ พลตรีอาคม พงศ์พรหม รองแม่ทัพน้อยที่ 4 พร้อมด้วยชุดรักษาความสงบกองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังเข้าช่วยเหลือการเคลื่อนย้ายสิ่งของของ แม่ชีชะอ้อน อายุ 77 ปี ออกจากวัดในตำบลโพธิ์ทอง อำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

สืบเนื่องจากอดีตเจ้าอาวาสวัดได้มรณภาพมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้วัดขาดเจ้าอาวาสมานาน มีแต่แม่ชีชะอ้อน เป็นผู้ดูแลอยู่ ซึ่งวัดมีอาณาเขตติดกับมหาวิทยาลัย ทางคณะสงฆ์ โดยเจ้าคณะจังหวัดได้ตั้งเจ้าอาวาสคนใหม่มารักษาการหลายรูปจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ไม่สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์และปกครองแม่ชีได้ เนื่องจากมีการมั่วสุมยาเสพติดภาพในวัด โดยมีวัยรุ่นที่อยู่นอกวัดเข้ามาหาเป็นประจำ เจ้าอาวาสโดนข่มขู่ ด้วยคำพูดและจะทำร้ายร่างกาย

เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช แม่ชีชะอ้อน อายุ 77 ปี พร้อมด้วยนายณรงค์ อายุ 58 ปี อดีตพระลูกวัด และนางกัลยา อายุ 48 ปี บุตรสาวของแม่ชีชะอ้อน ได้เดินทางเข้าร้องเรียนและชี้แจงขอความเป็นธรรม และนำภาพถ่ายพระภิกษุรูปหนึ่ง สวมแว่นตา กำลังกอดจูบกับผู้หญิงสาวคนหนึ่ง

โดย แม่ชีชะอ้อน ระบุว่า ตนบวชเป็นแม่ชีมากว่า 30 ปี เมื่ออดีตเจ้าอาวาสวัดมรณภาพ ไม่มีพระภิกษุมาจำพรรษาที่วัดแสงแรงเลย ตนได้เข้ามาอยู่และคอยทำความสะอาด ดูแลภายในวัดต่อเนื่องมาหลายปี การที่คณะสงฆ์แต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสรูปใหม่เข้ามาปกครองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตน แต่ปัญหามันเกิดจากมหาวิทยาลัยต้องการเข้ามาใช้พื้นที่วัด ปลูกสร้างอาคารต่างๆ เป็นของมหาวิทยาลัย แต่แม่ชีไม่เห็นด้วยและคัดค้านมาตลอด จึงมีการสร้างเรื่องขึ้นมากลั่นแกล้งขับไล่ตนออกจากวัด ตนยืนยันว่าไม่เคยทำผิดอะไรตามที่เจ้าหน้าที่ระบุและขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย

ทางด้านนายณรงค์  กล่าวว่า ยืนยันว่าพระในรูปคือรูปเดียวกันกับรักษาการเจ้าอาวาส สมัยที่จำพรรษาอยู่อีกวัดหนึ่ง และพฤติกรรมเชิงชู้สาวตามภาพที่ปรากฏ และภาพนี้เคยถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลจนฉาวโฉ่มาแล่ว แต่เรื่องก็เงียบหายไปโดยได้มีการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด เรื่องนี้ตน แม่ชี และลูกๆ พร้อมที่จะแฉข้อมูลจนถึงที่สุด โดยเรื่องนี้เป็นการสร้างเองขึ้นมาของกลุ่มผู้มีอำนาจ  จนนำมาสู่การขับไล่แม่ชีออกจากวัด

ในขณะที่ พระปลัดวิรุฬ รักขตตฺธัมโม รักษาการเจ้าอาวาส กล่าวว่า แม่ชีชะอ้อน อยู่วัดมานาน 25-30 ปี และหลังจากพ่อท่านทอง อดีตเจ้าอาวาสมรณภาพ แม่ชีอาศัยอยู่ในวัดเพียงคนเดียวและออกบิณฑบาตเอง ออกหนังสือและนำตราวัดมาประทับส่งไปยังพุทธศาสนิกชนเพื่อแสวงหาปัจจัย พร้อมเรี่ยไรด้วยตัวเอง เมื่อได้ปัจจัยมาก็จะดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เมื่อทางคณะสงฆ์แต่งตั้งรักษาการหรือเจ้าอาวาสรูปใหม่มาอยู่วัดแสงแรงก็จะถูกแม่ชีพและบริวารข่มขู่คุกคาม จนไม่มีพระรูปใดสามารถทนอยู่ได้ จนกระทั่งมาถึงยุคอาตมาก็มีการข่มขู่คุกคามด้วยวิธีการต่างๆ จนทางคณะสงฆ์และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง จนมีมติให้แม่ชีชะอ้อนออกไปจากวัดดังกล่าว เรื่องการมั่วสุมยาเสพติดไม่มีการกล่าวหาแม่ชีแต่อย่างใด เพียงแต่มีญาติๆ แม่ชีบางคนและชาวบ้านกลุ่มค้ายาเข้ามามั่วสุมใช้พื้นที่วัดค้ายา ส่งยา เสพยากันมาตลอด

กรณีปัญหาที่อ้างวัดมหาวิทยาลัย ต้องการเอาพื้นที่วัดไปเป็นของมหาวิทยาลัยนั้น เป็นเรื่องเดิมที่ทางมหาวิทยาลัยคัดค้านการออกโฉนดที่วัดเกินจากพื้นที่วัดเดิม 28 ไร่ แต่ปัญหาก็ยุติไปแล้วและทางคณะสงฆ์สามารถยืนขอออกโฉนดวัดได้เรียบร้อยแล้ว โดยมีพื้นที่มากถึง 72 ไร่ และถือเป็นความเหมาะสมที่ต่อไปวัดแสงแรงจะเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และชาวบ้านในละแวกข้างเคียงในการร่วมบูรณะวัดแสงแรงให้เป็นศูนย์รวมจิตใจ ศูนย์กลางในการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้นี้

สำหรับนายณรงค์ ที่ออกมาระบุชัดเจนว่ารูปภาพพระรูปหนึ่งกอดจูบกับผู้หญิง ภาพนี้ถูกเปิดเผยมาครั้งหนึ่งแล้วและกล่าวหาว่าเป็นอาตมา และอาตมายืนยันว่าไม่ใช่อาตมาแน่นอน จนทางคณะสงฆ์และสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบจนสรุปชัดเจนว่าไม่ใช่อาตมา เพราะหน้าตาผิดกันไม่ว่าจะส่วนของกรามที่มีขนาดใหญ่ มีโหนกแก้มนูน อายุก็มากกว่าอาตมา ลักษณะคล้ายคนภาคอีสานและน่าจะเป็นภาพเก่าเรื่องจึงเงียบไป ดังนั้นเมื่อนายณรงค์ เอาภาพเดิมมายืนยันว่าเป็นอาตมาอย่างนี้ เพื่อปกป้องสิทธิ์ อาตมาจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย และพิสูจน์ความจริงกันอีกครั้ง รักษาการเจ้าอาวาสวัดแรงกล่าวในที่สุด

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!