รพ.ดังชี้แจงแล้ว สาวทำหมันแล้วท้อง ชี้เซ็นยอมรับมีโอกาสท้อง 1%

รพ.ดังชี้แจงแล้ว สาวทำหมันแล้วท้อง ชี้เซ็นยอมรับมีโอกาสท้อง 1%
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่แม่ลูกอ่อนรายหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านเช่า ย่านคลองเตย ร้องขอความเป็นธรรมกรณีทำหมันกับโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แล้วเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา โดยตอนนี้ได้กลายเป็นคุณแม่ลูก 4 ส่วนทารกที่เพิ่งคลอด อายุได้ 5 เดือนแล้ว

ล่าสุด (30 พ.ย.) โรงพยาบาลเลิดสิน ออกประกาศ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี นางสาวน้ำมนต์ ทำหมันแล้วท้อง โดยระบุว่า นางสาวน้ำมนต์ เป็นผู้ป่วยสิทธิประกันสังคมโรงพยาบาลเลิดสิน มีประวัติการฝากครรภ์ 2 ครั้ง

โดยได้ทำการผ่าตัดทำหมันหลังคลอด ในวันที่ 3 มิถุนายน 2559 และได้ลงชื่อในหนังสือยินยอมรับการผ่าตัดทำหมันหลังคลอดแล้วว่ามีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์ได้น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์

และในวันที่ 29 ตุลาคม 2560 ได้ตรวจพบการตั้งครรภ์ ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2560 ได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์พบว่ามีการตั้งครรภ์ในมดลูก แพทย์ได้ให้คำปรึกษาส่งฝากครรภ์และให้ยาบำรุง

และในวันที่ 9 มกราคม 2561 ผู้ป่วยมาฝากครรภ์ แพทย์ได้อธิบายถึงความเสี่ยงของการตั้งครรภ์และได้เขียนใบคำร้องยื่น ต่อโรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อขอเยียวยาจากการทำหมันแล้วท้อง ซึ่งทีมไกล่เกลี่ยของโรงพยาบาลได้เข้าไปพูดคุยและชี้แจงกับผู้ป่วยอีกครั้งว่าการทำหมันมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์ได้

โรงพยาบาลแจ้งผู้ป่วยว่าจะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ คลอดบุตร จนถึงตรวจหลังคลอด และยื่นเอกสารเพื่อขอเงินชดเชยเยียวยาตามพระราชบัญญัติประกันสังคมช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายจากบริการทางการแพทย์ โดยได้แจ้งผู้ป่วยว่าให้รอการพิจารณาจากสำนักงานประกันสังคม

หลังจากนั้นผู้ป่วยได้มาฝากครรภ์ต่อเนื่องและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จนครบกำหนดคลอด ในเดือนมิถุนายน 2561 จากนั้น ผู้ป่วยคลอด ญาติและผู้ป่วยได้แจ้งกับทีมไกล่เกลี่ยของโรงพยาบาลว่า ไม่มีเงินในการซื้ออุปกรณ์และนมสำหรับทารกแรกเกิดเนื่องจากมีฐานะค่อนข้างลำบากและมีบุตรที่เลี้ยงดูหลายคน

โรงพยาบาลได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าผู้ป่วยต้องรับภาระเลี้ยงดูบุตรหลายคน ประกอบกับไม่ได้ทำงาน จึงได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 10,000 บาท และให้ผู้ป่วยติดต่อสำนักงานประกันสังคมเพื่อขอเบิกค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่าย กรณีคลอดบุตรพร้อมทั้งแจ้งผู้ป่วยให้รอการพิจารณาจากสำนักงานประกันสังคมในเรื่องเงินช่วยเหลือผู้ป่วย

และในเดือนสิงหาคม 2561 ผู้ป่วยแจ้งกับทีมไกล่เกลี่ยของโรงพยาบาล เพื่อขอรับการเยียวยาอีกครั้ง จึงได้นัดผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 เพื่อพูดคุย โดยโรงพยาบาลได้ช่วยเหลือ ได้แก่

  1. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ คลอดบุตร จนถึงตรวจหลังคลอด
  2. โรงพยาบาลมอบเงินช่วยเหลือผู้ป่วยในการดูแลบุตร จำนวน 10,000 บาท
  3. โรงพยาบาลอำนวยความสะดวกในการยื่นเอกสารเพื่อขอเงินชดเชย เยียวยาตาม พระราชบัญญัติประกันสังคมจำนวน 60,000 บาท
  4. ผู้ป่วยประกันตนเบิกค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรวจ จำนวน 13,000 บาท

รวมเป็นเงินที่ผู้ป่วยได้รับโดยประมาณ จำนวน 83,000 บาท

ทั้งนี้ ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยมีสิทธิประกันสังคม ซึ่งเข้าใจว่า เงินที่ได้รับจากสำนักงานประกันสังคมไม่ใช่เงินโรงพยาบาล แต่ความจริงแล้ว เงินเยียวยานั้นคือเงินของโรงพยาบาล เพียงแต่ต้องจ่ายในนามกองทุนที่อยู่ในสำนักงานประกันสังคม