แฉหนุ่มใหญ่ข่มขืนยายป่วยใจสุดทราม มีเหยื่อเพียบทั้งเด็ก-คนแก่-คนพิการ หลานยังหวิดโดน

แฉหนุ่มใหญ่ข่มขืนยายป่วยใจสุดทราม มีเหยื่อเพียบทั้งเด็ก-คนแก่-คนพิการ หลานยังหวิดโดน
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี ครอบครัวของยายวัย 73 ปี เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกชายเพื่อนบ้าน บุกเข้ามาในบ้านเพื่อข่มขืนยายวัย 73 ปี จนช็อกคาบ้าน ภายในชุมชนหัวโค้ง เขตคลองเตย กทม. และทราบชื่อคนร้ายหลังเกิดเหตุว่าคือ นายสมบัติ ซึ่งหนีออกไปจากพื้นที่แล้ว โดย พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผู้กำกับการ สน.ท่าเรือ ให้ข้อมูลว่า ครอบครัวของผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว

>> สั่งไล่ล่า! หนุ่มใหญ่หื่นเมายา บุกข่มขืนแม่ยายเพื่อนวัย 73 ที่นอนป่วยติดเตียง

เมื่อวานนี้ (25 พ.ย. 61) ทีมข่าวเดินทางมาที่ชุมชนหัวโค้ง สถานที่เกิดเหตุ โดย น.ส.สวย (นามสมมติ) ลูกสาวผู้เสียหาย พาทีมข่าวสำรวจสถานที่เกิดเหตุ เป็นบ้านพักหลังเล็กในชุมชนแออัด ซึ่งประตูบ้านด้านที่พาทีมข่าวมาดู ไม่สามารถปิดได้ จะเปิดไว้เช่นนี้ตลอด 24 ชั่วโมง จุดที่ผู้เสียหายถูกข่มขืนเป็นที่นอนชั้น 1 ส่วนลูกสาวและลูกเขยจะอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน

น.ส.สวย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุคือ กลางคืนวันที่ 16 พ.ย. ถึง เช้าของวันที่ 17 พ.ย. แต่ตนเพิ่งทราบเรื่องหลังเกิดเหตุแล้ว 2 วัน (19 พ.ย.) เนื่องจากแม่เพิ่งเล่าให้ฟัง ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยเอะใจว่านายสมบัติจะมาก่อเหตุเช่นนี้กับแม่ เนื่องจากแม่ก็ชราและป่วยหลายโรค ทำให้ไม่สามารถลุกเดินไปไหนเองได้ แต่ยังสามารถพูดได้บ้าง หยิบของกินเองได้

ทั้งนี้ น.ส.สวย ระบุว่า หลังแม่ถูกข่มขืน ตนมาเห็นสภาพแม่ช่วงเช้า (17 พ.ย.) พบว่า แม่มีอาการนอนตาค้าง เรียกไม่ตอบสนอง และไม่สามารถโต้ตอบได้ ตนจึงเรียกสามีให้นำตัวแม่ส่งโรงพยาบาล กระทั่งผ่านไป 2 วัน อาการแม่ดีขึ้น แม่จึงเล่าเรื่องให้ฟังว่า วันเกิดเหตุ (16 พ.ย.) เวลาประมาณ 23.00 น. ขณะนั้นนายสมบัติเดินทางเข้ามาที่บ้าน และเข้าไปห้ามตนกับสามีซึ่งทะเลาะกันอยู่ ก่อนที่นายสมบัติจะลงมาที่ชั้น 1 และเดินไปหาแม่ พร้อมกับลงมือก่อเหตุ

แม่ของตนถูกนายสมบัติบีบคอ ใช้ผ้ายัดปากไม่ให้ร้อง และใช้มือทุบทำร้ายตามร่างกาย พร้อมบอกว่าอย่าร้อง เพราะร้องไปก็ไม่มีคนสนใจ ก่อนที่นายสมบัติจะลงมือก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหด โดยจับขาแม่ถ่างออก และพยายามยัดอวัยวะเพศเพื่อข่มขืน ปรากฏว่าไม่สามารถยัดอวัยวะเพศเข้าไปได้ นายสมบัติจึงใช้มือ นิ้ว และผ้า ยัดเข้าไปในอวัยวะเพศแม่ตน ก่อนจะใช้อวัยวะเพศตัวเองกระทำอนาจารแม่ตน แต่แม่ระบุว่านายสมบัติกระทำไม่นาน ก็หยุดกระทำ เนื่องจากแม่ร้องขอชีวิต

ซึ่งก่อนนายสมบัติจะไป ยังขู่แม่ตนว่า ห้ามบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะฆ่าและข่มขืนตน จากนั้นนายสมบัติก็ยังเดินไปอาบน้ำในห้องน้ำบ้านตน ก่อนออกจากบ้านไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตอนแรกตนไม่คิดว่านายสมบัติจะเป็นผู้ก่อเหตุ กระทั่งแม่มาเล่าให้ฟัง อีกทั้งผลตรวจของโรงพยาบาลระบุว่า อวัยวะเพศแม่มีอาการผิดรูป จึงทำให้ตำรวจออกหมายจับได้

น.ส.สวย ยังเผยว่า วันที่เกิดเหตุช่วงหัวค่ำ นายสมบัติยังเข้ามาที่บ้านตน และซื้อข้าวต้มมาป้อนแม่ พร้อมต่อว่าตนว่า ทอดทิ้งแม่ ไม่ดูแล พร้อมบอกว่า รู้สึกสงสารจึงนำข้าวมาป้อนแม่ ตอนนั้นตนบอกนายสมบัติไปว่าไม่ต้องป้อน เพราะปกติแม่ตนสามารถกินอาหารเองได้

น.ส.สวย กล่าวอีกว่า นายสมบัติเคยบอกว่าสงสารแม่ตน จึงต้องการถามว่า หากสงสารแล้วเหตุใดจึงก่อเหตุเช่นนี้ ทั้งที่แม่ตนก็อายุพอๆ กับแม่ของนายสมบัติ ตนอยากทราบว่าก่อเหตุไปได้อย่างไร หากแม่นายสมบัติถูกกระทำเช่นนี้บ้างจะรู้สึกอย่างไร ตนรู้สึกเหมือนกลายเป็นเหยื่อ อีกทั้งต้องการให้นายสมบัติมาขอโทษแม่ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ครอบครัวย้ายแม่ออกนอกพื้นที่ไปแล้ว เนื่องจากแม่มีอาการหวาดกลัว และไม่กล้ากลับมาที่บ้านอีก

ส่วนห้องพักที่นายสมบัติไปขอพักอาศัย หลังกลับมาในชุมชน อยู่หลังบ้านที่เกิดเหตุ โดยนางอุ้ม (นามสมมติ) เจ้าของบ้านที่นายสมบัติอาศัยอยู่ พาทีมข่าวไปดูห้องพักของนายสมบัติ หลังมาขออยู่อาศัยได้เพียง 2 วัน ซึ่งขนทรัพย์สินมาอยู่จริงจัง ในห้องยังพบหนังสือโป๊หลายเล่ม อุปกรณ์ใช้เสพยา เอกสารการเข้ารับการบำบัดยาเสพติดเมื่อเดือนพฤษภาคม และสิ่งของอื่นๆ

หลังจากนั้น ทีมข่าวมีโอกาสได้สัมภาษณ์ นายศักดิ์ (นามสมมติ) ลูกเขยของผู้เสียหาย และเพื่อนของนายสมบัติ เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายสมบัติราว 40 ปี แต่ไม่เคยทราบว่านายสมบัติมีพฤติกรรมเช่นนี้ ตนเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ก็ทำให้รู้จักนายสมบัติภายในเรือนจำ หลังพ้นโทษก็ยังพูดคุยกันอยู่ ส่วนตัวไม่เชื่อว่านายสมบัติจะกล้าก่อเหตุเช่นนี้ ตนเห็นว่า นายสมบัติก็คงปกปิดได้ดีมาก เพราะหลังจากที่แม่ยายตนนอนช็อกตาค้าง นายสมบัติยังเดินใช้ชีวิตในชุมชนตามปกติ และยังชวนตนกินเหล้าอยู่ ก่อนแม่ยายตนจะเล่าให้ลูกสาวซึ่งเป็นภรรยาตนฟัง จากนั้นนายสมบัติก็หลบหนีไป

ตนไปเยี่ยมแม่ยาย ที่ยังอยู่ในอาการกลัว ส่วนตัวเองยอมรับว่าเสพยาจริง และยืนยันว่าเลิกยาแล้ว หลังจากเกิดเรื่องตนก็ไม่เสพอีกแล้ว หากนายสมบัติก่อเหตุจริง ขอให้มามอบตัว และตนอยากบอกว่า คนแก่ใกล้ตายขนาดนี้ ยังทำได้ลงคอ เหมือนไม่ใช่คน อยากถามว่ารสนิยมเป็นแบบนี้หรือ

ด้าน นางปิ๋ม (นามสมมติ) คณะกรรมการชุมชน เปิดเผยว่า นายสมบัติอยู่ในชุมชนแห่งนี้มานานมากกว่า 20-30 ปี ที่ผ่านมา เคยก่อเหตุข่มขืนคนในชุมชนมาหลายครั้ง โดยส่วนใหญ่มักจะเลือกสตรีที่เป็นเด็ก คนแก่ และคนพิการ ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนนายสมบัติเคยก่อเหตุข่มขืนหญิงสาวป่วยทางสติปัญญาภายในบ้านพัก จากนั้นนายสมบัติก็หลบหนีไปสักพักหนึ่ง ส่วนผู้ถูกกระทำและครอบครัวรู้สึกอับอายจึงย้ายออกจากชุมชนไป และยังมีคนในชุมชนอีกหลายคนที่ถูกกระทำ

ต่อมาประมาณ 6–7 เดือนก่อน นายสมบัติก็เคยก่อเหตุขึ้นไปข่มขืนเด็กพิการ 2 ครั้ง ลักษณะคือ ใช้ผ้าอุดปากไว้เพื่อไม่ให้ร้อง ครั้งแรกนายสมบัติกระทำสำเร็จ จึงกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง นายสมบัติหวังไปขโมยทรัพย์สิน แต่ผ้าที่อุดปากไว้หลุด ทำให้หญิงพิการร้องเรียกคนช่วย จึงมีคนพยายามไปช่วยไว้ทัน จากนั้นนายสมบัติก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน หายไปจากชุมชน ตามจับไม่ได้ ครอบครัวผู้เสียหายก็ย้ายออกจากพื้นที่

กระทั่งเวลาผ่านไป ตนทราบว่า นายสมบัติติดคุกคดียาเสพติด และเพิ่งกลับมาในพื้นที่ได้เพียง 7 วัน ก็มาก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งช่วงที่ทราบข่าวว่านายสมบัติกลับมา ต่างคนก็ต่างระวัง แต่ครอบครัว น.ส.สวย อาจไม่ทราบ เนื่องจากเพิ่งย้ายมาได้ 3-4 ปี ซึ่งตนก็ไม่คิดว่านายสมบัติจะกล้าก่อเหตุกับยาย

นางปิ๋ม กล่าวต่อว่า ตนต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนแบบนี้ให้ได้ เพราะเป็นภัยกับสังคม และต้องการให้เจ้าหน้าที่นำนายสมบัติไปรักษา เพราะตนเชื่อว่าป่วยเป็นโรคจิต จึงก่อเหตุซ้ำๆ ได้ ทุกวันนี้คนในชุมชนหวาดกลัว เพราะยังจับคนร้ายไม่ได้

ขณะที่ นางวราภรณ์ หลานของนายสมบัติ เปิดใจว่า นายสมบัติเป็นน้าชายตน หลังเกิดเรื่องตนไม่ทราบว่าน้าไปอยู่ที่ไหน เพราะไม่ได้มีการติดต่อกันแล้ว เนื่องจากตนเคยเกือบถูกน้าข่มขืน กระทำอนาจารด้วยเช่นกัน โดยประมาณ 20 ปีก่อน ตนอยู่บ้านกับนายสมบัติตามลำพัง นายสมบัติออกมาจากห้องน้ำ ใส่ผ้าขนหนูตัวเดียว จากนั้นเดินมาบอกว่าคันรูทวาร และถอดผ้าขนหนูออก จากนั้นขอให้เกาให้ ตนไม่ทำตาม และตัดสินใจวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากญาติๆ จากนั้นตนก็ตัดขาดความเป็นญาติกัน เพราะก่อนหน้านั้น น้าเคยลวนลามใช้มือจับหน้าอกตนอีกด้วย

นางวราภรณ์ ยืนยันว่า น้าตนเคยก่อเหตุแบบนี้มาหลายครั้งกับคนในชุมชน กระทั่งแม้แต่ครอบครัวก็ไม่มีใครรับได้ จึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวและช่วยเหลืออะไรกันอีก ซึ่งน้าก็ไม่ได้ติดต่อมาด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ตนขอให้จับน้าให้ได้ เพื่อจะได้ไม่ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ข่มขืนยายป่วย