เจ้าของบ้านเป็นงง ถูกจอดรถขวางหน้าบ้าน เจ้าของรถติดกระดาษแจ้ง “มันคือพื้นที่สาธารณะ”

เจ้าของบ้านเป็นงง ถูกจอดรถขวางหน้าบ้าน เจ้าของรถติดกระดาษแจ้ง “มันคือพื้นที่สาธารณะ”
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

เจ้าของบ้านเป็นงง หลังเพื่อนบ้านจอดรถขวางประตูทางเข้า-ออก พอแจ้งเตือนออกไป ปรากฏว่าเพื่อนบ้านไม่สน ติดกระดาษชี้แจง "มันเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่มีใครตรัสรู้ว่าจะเข้าออกกี่โมง…"

(20 พ.ย.) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก BubBib JubuJubu โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “จอดรถหน้าบ้านเขาซะมิด มอเตอร์ไซค์อีเเก่คันน้อยๆ ออกจากบ้านไม่ได้ เดินยังลำบาก ยังมีหน้ามาเขียนด่าเจ้าของบ้านเขาอีก นี่หนามนุษย์ ใครกันที่ไม่ตรัสรู้”

จากข้อมูลทราบว่า เจ้าของบ้านได้เขียนป้ายเขียนไว้ “อย่าจอดขวางหน้าบ้าน” แต่เพื่อนบ้านคนนี้ก็ยังขับรถมาจอดทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เมื่อมีการเขียนโน๊ตไปติดไว้ที่รถกลับมีกระดาษเขียนโต้

ขณะที่ชาวโซเชียลพากันแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา บ้างว่าให้ไปตามป้าทุบรถมา, การใช้ที่สาธารณะ หรือทางสาธารณะ ต้องไม่รบกวนขัดสิทธิของผู้อื่นในการใช้ทางสาธารณะนั้นเช่นกัน ไม่ใช่ว่าจะใช้อย่างไรก็ได้ คนไหนจะเดือดร้อนก็ช่างมัน

news16-1คอมเมนท์แสดงความคิดเห็นแบบดุเด็ดเผ็ดร้อนถึงประเด็นนี้

ขณะที่เฟซบุ๊ก เกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง เคยโพสต์ข้อมูลไว้ว่า การจอดรถขวางประตูบ้านของผู้อื่น หรือแม้แต่การจอดขวางทางคนอื่นในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า ซึ่งถือว่า เป็นที่สาธารณะสถาน ถือว่า เป็นการกระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ เพราะไม่สามารถนำรถเข้าหรือออกจากบ้าน หรือออกจากลานจอดไม่ได้

ข้ออ้างว่าถนนหน้าบ้านเป็นที่สาธารณะ หรือ เจ้าของบ้านไม่ควรใช้รถเมื่อเขาจอดรถบนถนนหน้าบ้าน ใช้อ้างไม่ได้และไร้สาระ เนื่องจากเจ้าของรถใช้สิทธิไปก่อความเดือดร้อนของผู้อื่นทั้งที่รู้แก่ใจถึงความเสียหายนั้นเยี่ยงวิญญูชนพึงรู้กัน จึงถือว่า กระทำความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญใจตามมาตรา 397 หมวดลหุโทษ

ทั้งนี้ เมื่อเป็นความผิดกฎหมายอาญาแล้ว ตำรวจจะปัดไม่รับแจ้งความร้องทุกข์ไม่ได้ ถ้าปฏิเสธ อาจมีโทษฐานละเว้นหน้าที่โดยมิชอบเพราะความผิดฐานนี้ไม่จำเป็นต้องมีความเสียหายเกิดขึ้น แค่เกิดพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญใจ ก็เป็นความผิดอาญาฐานนี้แล้ว…

มาตรา 397 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการ กระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการ กระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชานายจ้างหรือผู้มีอำนาจเหนือประการอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!