"กลุ่มสามมิตร" มาแล้ว ตบเท้าเข้า "พลังประชารัฐ" มั่นใจได้ ส.ส. เพียบ

"กลุ่มสามมิตร" มาแล้ว ตบเท้าเข้า "พลังประชารัฐ" มั่นใจได้ ส.ส. เพียบ
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

"กลุ่มสามมิตร" ตบเท้าสมัครสมาชิก พปชร. ย้ำหลังจากนี้ไม่มีตั้งมุ้งในพรรค พร้อมทำงานเป็นเอกภาพกับกลุ่มอื่น เชื่อได้ ส.ส.เพียบ "สุริยะ" ยันไม่รับใช้ทหาร ด้าน "เสี่ยแฮงค์" ลั่น พปชร. ได้ ส.ส.ร้อยกว่าเยอะๆ มั่นใจผู้สมัครคุณภาพ-นโยบายตรงใจ ไม่หวั่นกระแสทหารโจมตี เพราะมาตาม รธน.

วันนี้ (18 พ.ย.) โรงแรมแชง การี-ล่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตรนำอดีต ส.ส. อาทิ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร นำผู้สมัครประมาณ 60 คน มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ 

นายสุริยะ ยืนยันว่า หลังการสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว บทบาทของตนและนายสมศักดิ์จะเป็นแค่สมาชิก ขึ้นอยู่กับผู้บริหารจะมอบหมายให้ดำเนินการอะไร และจะมีการสลายกลุ่มสามมิตรทันทีรวมทั้งจะไม่มีการตั้งมุ้งในพรรคแน่นอน ซึ่งตนมั่นใจว่าพรรคจะมีความเป็นเอกภาพแม้จะหลายกลุ่มมาร่วมงานกัน

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ตนขอความเป็นธรรมในเรื่องที่ถูกมองว่ากลุ่มสามมิตรมีแต่กลุ่ม ส.ส.คนรุ่นเก่า เพราะความจริงแล้วมีการผสมผสานคนทุกรุ่น เช่นเดียวกับพลังประชารัฐที่เป็นพรรคที่ผสมผสาน ดูได้จากหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคก็เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งในกลุ่มสามมิตรก็มีคนรุ่นใหม่ โดยที่สำคัญคือเรามีวิสัยทัศน์เดียวกัน และยกตัวอย่างว่า คนรุ่นเก่าไม่ได้หมายความว่ามีอายุมาก เช่นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แม้จะมีอายุมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าว่าเป็นนักการเมืองรุ่นเก่า เพราะมีวิสัยทัศน์จึงถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่  

"ผมยังบอกไม่ได้ว่าจะเสนอชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทรโอชา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง และถือเป็นอำนาจการตัดสินใจของผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ" นายสุริยะ กล่าว 

ส่วนกรณีที่ระบุว่า กลุ่มสามมิตรไปรับใช้ทหารนั้น นายสุริยะ กล่าวว่า ตนเป็นพลเรือนไม่อยู่ใต้บังคับบัญชาของทหาร หลังเลิกเล่นการเมืองไปกว่า 10 ปีก็มีคนที่เคยทำงานในพรรคไทยรักไทยด้วยกัน ซึ่งตนให้ความเคารพมาชักชวนให้กลับมาทำงานการเมือง โดยตนมองว่าจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่ ไม่เช่นนั้นการเมืองจะเป็นแค่การต่อสู้ของ 2 พรรคเดิม ซึ่งอาจจะเกิดวิกฤติการเมืองหลังเลือกตั้งอีก จึงต้องการให้ประชาชนมีทางเลือก 

ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับเลือกจากพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง เชื่อว่าจะได้เป็น ส.ส.ทั้งหมด เพราะมีความพร้อมทั้งตัวบุคคลและนโยบาย รวมทั้งการสนับสนุนจากพรรค รวมถึงผลงานของรัฐบาลที่พรรคจะสานต่อ ดังนั้นหากผู้สมัครขยันก็มีโอกาสได้เป็น ส.ส.สูง ไม่ใช่เฉพาะคนที่มาจากกลุ่มสามมิตรเท่านั้น ทั้งนี้ ตนผ่านการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.จำนวนมาก โดยมีทั้งอดีต ส.ส.และคนรุ่นใหม่ ซึ่งในขณะนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนแล้ว

ขณะเดียวกัน นายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ตนมั่นใจว่าหลังเลือกตั้ง พปชร. จะได้จำนวน ส.ส.ร้อยกว่าเยอะๆ เนื่องจากนโยบายที่นำเสนอดีและตรงใจประชาชน และผู้สมัครของพรรคมีคุณภาพ รวมทั้งมีอุดมการณ์ร่วมกันทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ไม่กังวลว่า พปชร. จะถูกมองว่าเป็นพรรคทหาร เพราะทุกอย่างผ่านการเลือกตั้ง และปฏิบัติตาม รธน.ฉบับปัจจุบัน 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!