เลื่อน-ไม่เลื่อน "เลือกตั้ง" ประเด็นร้อนในมือ "คสช.-กกต."

เลื่อน-ไม่เลื่อน "เลือกตั้ง" ประเด็นร้อนในมือ "คสช.-กกต."
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

ประเด็น "เลื่อน" หรือ "ไม่เลื่อน" เลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 62 กลายเป็นกระแสที่ยังหาข้อสรุป ข้อยุติ ที่ชัดเจนแน่นอนไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วจะออกมาทางไหนกันแน่???

เพราะทั้งรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่างก็ยังออก      

"ลูกกั๊ก"!!!

ตามเงื่อนไขการเลือกตั้ง หลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ จะต้องมีการออก พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง และ กกต.จะต้องใช้เวลาในการพิจารณาภายใน 5 วัน เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม ซึ่ง กกต.สามารถจัดประชุมได้ทันที แม้ว่าจะมีแค่ 5 คน จาก 7 คนก็ตาม

โดย กกต.จะต้องประเมินก่อนว่า ถ้ารัฐบาลออก พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการเลือกตั้งล่าช้าหรือกระชั้นชิดกับในช่วงวันที่ 24 ก.พ. กกต.จะไม่สามารถเตรียมงานธุรการเอกสาร การจัดคูหา รวมถึงการเตรียมบัตรเลือกตั้งได้ทัน

ที่สำคัญ "บัตรเลือกตั้ง" ที่ครั้งนี้ใช้เบอร์เดียวเขตเดียว ยิ่งทำให้การพิมพ์ต้องใช้เวลามากขึ้นพอสมควร อีกทั้งในขณะนี้ กกต.ได้จดจัดตั้งไปแล้ว 25 พรรคการเมือง และเหลืออีก 12 พรรคที่ยังต้องรอจดจัดตั้งพรรค ซึ่งจะต้องตรวจสอบเรื่องเอกสารของแต่ละพรรคเป็นจำนวนมาก และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีอีกหลายพรรคที่ยังไม่ได้มายื่นจดจัดตั้งพรรคกับ กกต.เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การเลือกตั้งอาจจะต้องเลื่อนออกไป ดังนั้นการที่ กกต.รับรองพรรคการเมืองช้า ย่อมกระทบต่อพรรคการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โอกาสที่จะจัดเลือกตั้งไม่ทันวันที่ 24 ก.พ. 62 ก็มีเหตุและผลพอสมควร

ยิ่งอีกปัจจัยหนึ่งคือความไม่พร้อมของพรรคการเมืองกับเรื่องการปลดล็อกพรรคการเมือง ที่มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะมีการปลดล็อกในช่วงหลังจาก พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการเลือกตั้งออกมา ซึ่งถ้าออกมาช้าพรรคการเมืองก็จะยิ่งไม่มีเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดตั้งสาขาพรรคที่ต้องเตรียมการเพื่อนำไปสู่การทำไพรมารีโหวตเลือกผู้สมัครลง ส.ส.ในแต่ละพื้นที่

การจัดตั้งสาขาพรรคนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งหลายพรรคอยากส่งผู้สมัครลงทั้ง 350 เขต การทำไพรมารีโหวตนั้นพรรคการเมืองจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสาขาพรรคหรือการหาสมาชิก ด้วยกติกาแบบนี้พรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กอาจประสบปัญหา ซึ่งสวนทางกับพรรคใหญ่ในปัจจุบันที่ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปตามกำหนด

>> รู้จัก "ไพรมารีโหวต" ได้ง่ายๆ พรรคต้องทำ-ประชาชนได้อะไร

>> นักวิชาการชี้ "ไพรมารีโหวต" ลดอำนาจเจ้าของพรรคการเมือง

แต่ถ้าจะมีการเลื่อนเลือกตั้งจริง ก็จะไม่เกินกรอบของกฎหมายในช่วง 150 วัน คือวันที่ 5 พ.ค. 62 เนื่องจากไม่มีเหตุอื่นๆ ด้านกฎหมายที่จะต้องเลื่อนออกไปอีกปี ซึ่งเหลือแค่ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการเลือกตั้งเพียงกฎหมายเดียว การเลื่อนแม้จะเลื่อนเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถส่งแรงกระเพื่อมต่อการเมืองไทยได้ แต่จะเป็นผลดีทำให้พรรคเล็กได้มีเวลาในการจัดการกิจกรรมต่างๆ ของตัวเองได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเลื่อนหรือไม่เลื่อน นอกจากมีผลทางการเมืองแล้ว ในส่วนของภาคประชาชน ก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลที่ได้ให้คำสัญญากับประชาชนมาโดยตลอด ซึ่งประชาชนส่วนหนึ่งก็ตั้งหน้าตั้งตารอการเลือกตั้ง และมองรัฐบาลในแง่ลบอีกครั้ง

ฝั่งต่างประเทศเองก็จะมีผลกระทบด้วยเช่นกัน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการเมืองระหว่างประเทศ เพราะหลายครั้งที่ บิ๊กตู่ ได้ไปเยือนและพบผู้นำหลายประเทศ รวมทั้งให้สัญญาเอาไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งถ้าเลื่อนออกไปอาจจะส่งผลในด้านการค้าที่อาจจะถูกกีดกัน การส่งออกได้รับผลกระทบ รวมถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนของชาวต่างชาติที่เตรียมจะเข้ามาลงทุนก็อาจจะมีการการเลี้ยวกลับเปลี่ยนใจหันไปลงทุนประเทศอื่นแทน

ดังนั้นในการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจกรรมระหว่างพรรคการเมือง กับ คสช.ครั้งที่ 2 ที่คาดว่าจะเป็นช่วงเดือน ธ.ค. อาจจะมีบทสรุปสำคัญว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหลังวันที่ 24 ก.พ.หรือไม่ แบบห้ามกะพริบตา

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!